บทที่ 2 เจ็บจนพูดไม่ออก

ตอนที่2 เจ็บจนพูดไม่ออก

ไพลิน

“แต่งตัวเสร็จหรือยัง” เสียงเข้มที่เอ่ยออกมานุ่มๆ ถามฉัน

คิดว่าฉันจะลืมเรื่องที่พึ่งทะเลาะกันเมื่อวันก่อนหรือไง ฉันไม่ได้อยากคิดเล็กคิดน้อยหรอกนะถ้าเขามีเหตุผลที่ดีให้ฉัน แต่นี่พอฉันเดินเข้าห้องได้ไม่นาน เขาก็ตามมาแล้วนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่วันต่อมา เขาก็ยังคุยและทำตัวปกติกับฉันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกตามเคย คำอธิบายดีๆ ก็ไม่มีให้กัน แล้วจะให้ฉันคิดยังไงล่ะ

“เสร็จแล้ว” ฉันตอบกลับไปเสียงเรียบก่อนจะเดินออกจากห้องนอน

วันนี้เป็นงานแต่งของพี่เติ้ลเพื่อนของพี่ฟาร์มนั่นแหละ พอพูดแบบนี้แล้วก็น้อยใจนะ พี่เติ้ลคบกับแฟนได้แค่สองปีเขาก็แต่งงานกันแล้ว แต่ดูฉันสิ คบกันตั้งสี่ปีแล้ว แถมตอนนี้ท้องอีกเขายังไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานกับฉันเลยสักครั้ง เฮ้อ!

“ลินเดินช้าๆ สิ อย่าลืมว่าตอนนี้ท้องอยู่นะ” พี่ฟาร์มที่เดินตามมาพูดตำหนิฉันเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง(ลูก)

“อืม” ฉันตอบกลับไปสั้นๆ เสียงเรียบอย่างรับรู้ ก็รู้แหละว่าต่อให้ฉันโกรธหรือไม่พอใจเขายังไงฉันก็ควรระวังตัวเองให้ดี เพราะตอนนี้ฉันไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว

ใช้เวลาไม่นานฉันกับพี่ฟาร์มก็ขับรถมาถึงงานแต่งที่บ้านเจ้าสาว เราสองคนก็ลงไปแสดงความยินดีกับทั้งคู่แล้วก็พูดคุยกับเพื่อน คนรู้จักกันไปเรื่อย

“เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้นะ” พี่ฟาร์มหันมาบอกฉันก่อนจะเดินออกไป ฉันเลยยืนอยู่ที่เดิมมองดูบรรยากาศรอบๆ พร้อมกับนึกถึงงานตัวเองที่อยากให้ถึงบ้าง

“ไง มองซะเคลิ้มเลยนะ” ฉันหันไปตามเสียงก็เห็นก้องภพ เพื่อนสนิทของฉันตั้งแต่เด็กเดินมาทักด้วยรอยยิ้มกวนๆ

“คิดว่าไม่มาซะอีก” ฉันทักมันกลับไปตามที่คิด เพราะตั้งแต่เรียนจบไปก็ได้เจอกับมันสามสี่ครั้งเท่านั้นเอง

“ตอนแรกก็ว่าจะไม่มา แต่รู้ว่ามาแล้วจะเจอมึงไง” ก้องภพตอบกลับมาอย่างหยอกล้อตามนิสัยของมัน ทำให้ฉันส่ายหัวให้มันอย่างไม่จริงจังกับความกวนบาทา

ที่ก้องภพมางานนี้ได้ก็เพราะมันเป็นรุ่นน้องของพี่เติ้ล จะพูดให้ถูกก็เรียนคณะเดียวกับพวกพี่ฟาร์มนั่นแหละ

“คำพูดมึงกูเชื่ออะไรได้บ้างเนี่ย” ฉันพูดออกไปขำๆ อย่างรู้จักนิสัยมันดีเลย

“เป็นไง ได้ข่าวว่าจะเป็นว่าที่คุณแม่แล้ว” แต่มันกลับไหวไหล่ให้ฉันอย่างไม่ปฏิเสธอะไรก่อนจะย้อนถามเรื่องของฉันกลับมาคืน

“ก็ดี แต่ก็อย่างว่าอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ” ฉันตอบมันออกไปตามตรงกับอารมณ์แปรปรวนของตัวเองตอนนี้ที่เริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ

“ก็ทำใจให้สบาย หลานกูจะได้แข็งแรง” มันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สื่อถึงความเป็นห่วงแต่ก็แฝงมาด้วยความกวนอารมณ์อยู่ไม่น้อย

“จ้า!” แล้วฉันตอบกลับมันไปอย่างประชดประชัน ก่อนจะยืนคุยกับก้องภพต่อจนพี่ฟาร์มกลับมา

“เดี๋ยวกูไปห้องน้ำก่อนนะ” ก้องภพบอกฉันออกมาเลยพยักหน้ารับให้มันแล้วมันก็เดินออกไป

แต่ไม่รู้ว่ามันจะไปห้องน้ำจริงหรือว่าแค่ไม่อยากเจอหน้าพี่ฟาร์ม และพี่ฟาร์มก็ไม่ชอบหน้าก้องภพตั้งแต่คบกับฉันแล้วเหมือนกัน

“มันมาคุยอะไรด้วย” พอเดินมาถึงพี่ฟาร์มก็ถามฉันเสียงแข็งอย่างไม่ค่อยพอใจทันที

“ก็ทักกันตามประสาเพื่อน” ฉันตอบกลับตามตรงที่คุยกัน

“ไม่มีอะไรมากกว่านั้นแน่นะ” แล้วพี่ฟาร์มก็ยังคงถามออกมาอย่างต้องการจับผิด แต่เขาเห็นฉันเป็นคนยังไงกันนะ

“ลินไม่ใช่พี่ฟาร์มนะ!” ฉันประชดประชันเขากลับไปทันที ทำให้พี่ฟาร์มเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อราวกับคนหาข้อแก้ตัวไม่ออก

แล้วเราก็ยืนดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย มีคนรู้จักและกลุ่มเพื่อนๆ เข้ามาทักทายและคุยกันเรื่อยๆ จนสายตาของฉันหันไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่อยากเจอเลยสักนิด และฉันก็คิดว่าพี่ฟาร์มเองก็น่าจะเห็นแล้วเหมือนกัน เพราะตอนนี้สายตาของเขากำลังโฟกัสอยู่ที่ผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ไกลออกไปแค่สี่ห้าก้าวได้

“ไปหาบ่าวสาวกันเถอะ” เพื่อนพี่ฟาร์มที่ยืนคุยเป็นกลุ่มอยู่กับฉันและพี่ฟาร์มก็พูดขึ้นก่อนพวกเขาจะเดินไป แต่พี่ฟาร์มยังไม่ขยับไปไหนทำให้ฉันก็ยังไม่ได้เดินไปกับพวกเขาด้วย

“จะไปได้หรือยัง” ฉันถามออกไปเสียงแข็งทันที แต่เขาไม่เก็บอาการเลยสักนิดนะ นี่เหรอที่บอกว่าไม่ได้คิดอะไร หลอกเด็กสองขวบเถอะ!

“อืม ก็ไปสิ” พี่ฟาร์มหันมาบอกฉันอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ก่อนที่เราจะเดินออกไปใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

“น้องภูระวังลูก!!!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นร้องเรียกสายตาคนที่ได้ยินพร้อมๆ กัน

“โอ๊ย!!!” ตามมาด้วยเสียงเด็กสองคนที่ก่อนหน้านี้หัวเราะอย่างสนุกสนานเพราะวิ่งเล่นไล่จับกัน

“อร้ายยยย!!!” แล้วเสียงของผู้หญิงแถวนั้นที่เห็นเหตุการณ์ต่างกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ

ซึ่งต่างจากฉันที่ตอนนี้ตั้งตัวไม่ทัน อย่าว่าแต่เสียงที่ไม่ออกจากปากเลยแม้แต่ขาก็คิดว่าคงก้าวไม่พ้นแน่ และสิ่งที่ทำให้ฉันนิ่งเหมือนรูปปั้นไม่ขยับไปไหน ก็คงจะเป็นเสียงและภาพตรงหน้านั่นแหละ

“วิกกี้!!!” เสียงเข้มที่เอ่ยออกมาด้วยความร้อนรนตามด้วยร่างสูงที่พุ่งเข้าไปช่วยผู้หญิงคนนั้นอย่างรวดเร็วทั้งที่ระยะที่ยืนเขาอยู่ใกล้ฉันแค่เอื้อม แต่กลับลืมฉันไปในตอนนั้นอย่างไร้ตัวตน

“ลิน!!!” ตุบ!

“อึก!!!” เสียงเจื้อยแจ้วของผู้คนในงานยังคงดังขึ้นด้วยความตกใจไม่หยุด

“ลิน! เป็นยังไงบ้าง” แล้วคำถามของเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นเรียกสติของฉันอีกครั้ง

และคนที่เรียกฉันด้วยความตกใจ คนที่วิ่งเข้ามาถามฉันเป็นคนแรกด้วยความเป็นห่วงตอนนี้ ไม่ใช่คนที่ขึ้นชื่อว่าคนรักของฉันที่เขาได้วิ่งไปช่วยรุ่นน้องสายรหัสของตัวเอง แต่คนตรงหน้าที่ประคองฉันอยู่เป็นเพื่อนของฉันอย่างก้องภพนั่นเอง

“ปวดท้อง” ฉันบอกก้องภพออกไปด้วยเสียงที่แผ่วเบาอย่างพยายามฝืนทน เพราะมันรู้สึกเจ็บจนพูดไม่ออกแล้ว

“อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวกูไปโรงบาล” ก้องภพตอบด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะรีบยกฉันอุ้มในท่าเจ้าสาวเพื่อพาฉันไปหาหมอจากการล้มกระแทกพื้น

แต่ตอนนี้สติของฉันมันเริ่มพร่ามัวไปหมด ก่อนทุกอย่างจะตัดไปไม่รับรู้อะไร

ฟาร์ม

“เป็นอะไรไหมวิกกี้” ผมถามวิกกี้ออกไปด้วยความเป็นห่วงทันที

ก่อนหน้านี้ที่ผมจะเข้าไปหาบ่าวสาวกับไพลินเพราะบ่าวสาวเรียกไปถ่ายรูปรวมแต่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นก่อน เพราะมีเด็กที่มาร่วมงานกับผู้ปกครองวิ่งเล่นจนพลาดไปชนซุ้มดอกไม้ทำให้มันล้มลงมาอย่างไม่มีใครตั้งตัว

แล้วตอนนั้นสิ่งแรกที่ผมคิดได้ก็คือวิกกี้ที่อยู่ในระยะที่ต้องโดนซุ้มนั่นแน่นอน ทำให้ผมรีบวิ่งเข้ามาผลักวิกกี้ออกจากระยะอันตรายอย่างไม่ทันได้คิดอะไร แต่ก็ยังไม่พ้นอยู่ดี

“โอ๊ย! กี้เจ็บข้อเท้าค่ะ” วิกกี้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมบอกผม เพราะข้อเท้าคงถูกแรงกระแทกจนลุกไม่ขึ้น

“เดี๋ยวฉันพาไปหาหมอนะ” ผมบอกอย่างเป็นห่วงพร้อมกับประคองวิกกี้ลุก

“โอ๊ย!!!” แต่เธอคงจะเจ็บมากพอลุกแล้วทำให้จะล้มลงไปอีกรอบดีที่ผมรับไว้ได้ทัน ก่อนจะช้อนร่างวิกกี้อุ้มในท่าเจ้าสาวแล้วอุ้มเธอไปที่รถของผม

พร้อมกับเสียงพูดคุยของคนอื่นดังขึ้นอย่างจับสังเกตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“อะไรคือเมียตัวเองไม่ยอมช่วยแต่กลับไปช่วยคนอื่น”

“นั่นสิ สงสารไพลินจัง ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไง”

“หรือว่าจะเป็นคนใหม่ของเขา ก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้เจ้าชู้จะตาย”

“ถ้าฉันเป็นไพลินฉันคงเลิกไปนานแล้วแหละ สวยขนาดนั้นไม่รู้จะทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้ทำไม”

“ฉันว่าสองคนนี้ก็เหมาะกันดีนะ หญิงก็ร้ายชายก็เลว คนหนึ่งมีแฟนอยู่แล้วยังไม่รู้จักพอ ส่วนผู้หญิงก็รู้ว่าเขามีแฟนแล้วยังจะมาอ่อยอีก”

“ฐานะก็ดีการศึกษาก็ดีแต่แยกผิดชอบชั่วดีไม่ออก”

แล้วระหว่างที่ผมอุ้มวิกกี้ไปที่รถก็ได้ยินเสียงคนในงานที่ต่างก็พอจะรู้จักกันพูดวิจารณ์ออกมาตามอารมณ์ มันเลยทำให้จิตใต้สำนึกลึกๆ ของผมคิดได้ว่าเมื่อกี้ข้างๆ ผมก็มีไพลินยืนอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าระยะที่เธอยืนนั้นมันต้องหลบไม่พ้นแน่ แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง

“พี่ฟาร์มไปดูแฟนพี่เถอะค่ะ เห็นว่าเมื่อกี้พี่ลินก็โดนซุ้มทับเหมือนกัน เห็นพี่ก้องอุ้มไปแล้วด้วย” เหมือนวิกกี้จะเห็นสีหน้าของผมและได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูดเธอเลยบอกออกมาเหมือนไม่สบายใจ(วิกกี้อายุน้อยกว่าไพลินหนึ่งปี)

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปส่งเธอก่อนก็ได้” ผมบอกแล้วก็พาวิกกี้ขึ้นรถขับตรงไปที่โรงพยาบาลทันที เพราะอย่างน้อย ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าไพลินอยู่กับไอ้ก้องภพ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป