บทที่ 3 เขาไม่อยู่แล้ว

ตอนที่3 เขาไม่อยู่แล้ว

ไพลิน

“เฮือก!!!” ฉันสะดุ้งตื่นเพราะเมื่อกี้ฉันฝันร้ายฝันเห็นเลือดเต็มไปหมด และตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวฉันเต็มไปด้วยเหงื่อทั้งที่ในห้องตอนนี้สัมผัสได้ถึงลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ

“ลิน เป็นยังไงบ้าง?” และเสียงแรกที่เรียกความสนใจและสติของฉันกลับมาด้วยความเป็นห่วงก็คือ...

“ก้อง ลูกกู ลูกกูเป็นยังไงบ้าง” สัญชาตญาณแรกที่ฉันรับรู้คือลูก ฉันเป็นห่วงเขา และหวังว่าเขาจะยังอยู่กับฉันไม่เป็นเหมือนกับฝันร้ายนั่น

“ลิน มึงทำใจดีๆ นะ ตอนนี้...” ก้องได้ยินแบบนั้นก็พูดออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะก้มหน้าลงไม่พูดต่อ ซึ่งมันทำให้ฉันรู้ว่ามันต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ แต่ฉันหวังว่าขอให้เป็นเพียงความคิดมากของฉันเท่านั้น

“บอกกูมาก้อง ลูกกูไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ฉันถามออกไปอีกครั้งอย่างร้อนรนและหวาดกลัวกว่าเก่า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่บอกไม่กล่าว ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวทั้งที่พยายามปลอบตัวเองแล้วว่าจะไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรง

“เขา... ไม่อยู่แล้ว” แล้วก้องภพก็พูดออกมาเสียงแผ่วเบาอย่างไม่อยากพูดมัน แต่เสียงนั้นมันกลับดังก้องอยู่ในหูของฉันซ้ำไปซ้ำมา ดังวนเวียนอยู่ไม่หาย

“มึงหลอกกูใช่ไหม” ฉันพูดออกไปอย่างไม่อยากเชื่อและไม่ยอมรับ

แต่ตอนนี้สายตาของฉันไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ก้องภพเหมือนเมื่อกี้ สายตาของฉันมันมองออกไปตรงหน้าอย่างไร้จุดหมายปลายทางอย่างคนหลอกตัวเองไม่ได้ มันเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง มันเหมือนความฝันที่ไม่ใช่เรื่องจริงๆ

แต่มีสองอย่างที่ฉันรับรู้ได้คือความเปียกชื้นที่หน้าเพราะน้ำตา และหัวใจที่กำลังเต้นเบาๆ แต่กลับถูกบีบรัดแน่นจนปวดเหมือนใกล้หมดแรง

“ร้องออกมาเถอะ กูจะอยู่ข้างๆ มึงเอง” ก้องภพบอกพร้อมกับจับมือฉันอย่างให้กำลังใจ

“ฮึก! ฮือออ!!!” และสิ่งที่ฉันทำได้เพื่อระบายความเจ็บปวดตอนนี้ก็คือปล่อยความเสียใจออกมาทางน้ำตาในที่สุด โดยมีก้องภพคอยอยู่ข้างๆ ลูบหัวปลอบฉัน

ทำไมเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วย ทำไมฉันจะต้องเสียคนที่ฉันรักไปพร้อมกันถึงสองคน ฉันควรจะโทษตัวเองที่มัวแต่ช็อกกับภาพที่เห็นตอนนั้นจนพาลูกหนีออกมาไม่ทัน หรือว่าโทษผู้ชายไม่รู้จักพอคนนั้นที่วิ่งไปช่วยผู้หญิงของตัวเองโดยไม่สนใจฉันกับลูกดีเลยสักนิด

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่าตอนนี้น้ำตามันไม่ไหลแล้วทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บแทบตาย ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นพร้อมกันวันเดียวสองเรื่อง ฉันจะต้องเข้มแข็งแค่ไหนถึงจะรับมันไว้ได้คนเดียว

“หิวไหม เดี๋ยวกูหาอะไรให้กิน” ก้องภพถามฉันออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเป็นห่วงกันไม่น้อย

“กูไม่หิว” ฉันตอบกลับไปเสียงเบาอย่างไร้เรี่ยวแรงและไม่รู้สึกอะไรนอกจากความทรมานทางหน้าอกข้างซ้ายเลยสักนิด

“งั้นพักผ่อนนะ วันนี้มึงเหนื่อยมามากแล้ว” ก้องภพบอกพร้อมกับจับผ้าขึ้นห่มให้ฉันอย่างไม่ถามอะไรอีก

“เขา ไม่ได้มาเหรอ” แล้วอีกหนึ่งห้วงความคิดที่ฉันอยากรู้ เลยทำให้ฉันถามเพื่อนออกไป และฉันรู้ว่าก้องภพรู้ว่าฉันหมายถึงใคร

“อยู่ข้างล่างกับผู้หญิงคนนั้น เห็นว่าขาเจ็บ” ก้องภพตอบความจริงออกมาให้ฉันฟังอย่างไม่ได้โกหก

แต่ไม่ต้องไปโทษมันที่ไม่โกหกหรอก เพราะฉันกับก้องภพเป็นเพื่อนกันมานานพอที่แค่มองตาก็รู้ได้ว่ากำลังโกหกหรือพูดจริง และมันก็รู้ว่าตอนนี้ฉันต้องการความจริงมากกว่า

“ขาเจ็บงั้นเหรอ เฮอะ!” ฉันทวนคำพูดนั้นออกมาอย่างรู้สึกเย้ยหยันสมเพช

คำว่าไม่ได้คิดอะไรของเขา ไม่ต้องสนใจคนอื่นที่ออกจาปาก พี่รักลินคนเดียวที่เอาแต่พูดเสมอ แต่นี่เหรอคือความหมายคำพวกนั้นที่บอกกับฉันตลอด

ใช่มันก็แค่คำพูดที่เขาบอกกับฉันไง แต่ความเป็นจริงคือเขาเลือกผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่ฉันกับลูก

“มึงโอเคไหม” ก้องภพถามออกมาอีกครั้งอย่างเป็นห่วงฉัน

“กูไม่โอเค” ฉันตอบก้องภพไปตามตรง ก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังกัน

และฉันก็ไม่เคยอายที่จะแสดงมุมอ่อนแอให้มันเห็น เพราะมันเห็นฉันมาแล้วทุกมุมและอารมณ์ตอนนี้มันไม่มีใครโอเคได้หรอก จะเรียกว่ามันรู้จักฉันดีกว่าที่พี่ฟาร์มรู้จักอีกก็ว่าได้

“ยังไงวันนี้มึงก็พักผ่อนก่อนแล้วกัน หายดีเมื่อไหร่ค่อยคุยกันเรื่องนี้อีกที” ก้องภพบอกฉันออกมาอย่างไม่อยากให้ฉันคิดอะไรอีกแล้วในตอนนี้ แล้วบังคับให้ฉันนอน

ส่วนฉันวันนี้ก็เหนื่อยจริงๆ เลยนอนพักสักหน่อย ตื่นมาจะได้มีแรงยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

เป็นอีกวันที่ฉันนอนอยู่ที่โรงพยาบาล และวันนี้ร่างกายฉันก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้วถึงแม้ว่าใจจะยังอ่อนแออยู่ แต่ฉันจะมานอนอยู่แบบนี้ไม่ได้

ส่วนผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าแฟนฉันไม่ต้องไปถามถึงหรอก เพราะจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของเขาเลยด้วยซ้ำ

“นอนอีกสักวันดีกว่านะ” ก้องภพยืนต่อรองกับฉันเป็นครึ่งชั่วโมงได้เมื่อฉันเลือกจะออกจากโรงพยาบาล

“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบ อีกอย่างกูหายดีแล้ว” ฉันยืนยันคำเดิมออกไปอย่างไม่เปลี่ยนใจ เพราะยังไงฉันก็ไม่มีทางนอนต่ออีกแน่ ฉันมีเรื่องจะต้องทำอีกหลายเรื่อง

“เฮ้อ! กูไม่เคยชนะมึงเลยสักครั้งจริงๆ” ก้องภพถอนหายใจบ่นออกมาอย่างเหนื่อยใจและยอมแพ้ ก่อนจะช่วยฉันเก็บของเพื่อเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล

“ผู้หญิงคนนั้นออกจากโรงพยาบาลหรือยัง” ระหว่างนั่งรถฉันถามก้องภพออกมาด้วยความอยากรู้ แต่ไม่ได้ถามเพราะว่าห่วงผู้หญิงคนนั้นหรอกนะ

“น่าจะยัง ตอนกูลงไปซื้อกาแฟ ยังเห็นผู้ชายคนนั้นรอลิฟต์อยู่” แล้วก้องภพก็ตอบออกมาอย่างที่รู้เห็นมากับตาตัวเอง

“งั้นมึงพากูไปเก็บของที่คอนโดเขาหน่อย” นั่นคือเหตุผลที่ฉันอยการู้ว่าตอนนี้เขาคนนั้นอยู่ที่ไหน เพราะฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเดินออกจากชีวิตผู้ชายคนนั้นสักที ออกมาอย่างไม่มีพันธะอะไรระหว่างเราอีกแล้ว

“มึงคิดดีแล้วใช่ไหม” ก้องภพถามออกมาเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยหนีปัญหา” ฉันยืนยันมันออกไปอย่างหนักแน่น

เพราะฉันเป็นพวกไม่เคยคิดหนีปัญหา ถ้าเกิดว่าฉันไม่เลิกฉันจะไม่เก็บเสื้อผ้าหนีออกมารอการมาง้อของเขาเด็ดขาด ฉันจะรอคุยกับเขาต่อหน้าให้รู้เรื่องไปเลย แต่การตัดสนิใจกระทำแบบนี้ของฉันในตอนนี้นั่นก็คือ ฉันตัดสินใจจะออกจากชีวิตเขาแล้วจริงๆ

ถ้าการกระทำของเขาครั้งนี้มันส่งผลต่อฉันคนเดียวฉันอาจจะยังรอคุยกับเขาให้รู้เรื่องก่อนได้ แต่นี่มันส่งผลต่อลูกในท้องของฉันด้วย ซึ่งเขารู้อยู่เต็มอกว่าฉันท้อง แต่เขากลับห่วงใยคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง มากกว่าแฟนตัวเองที่กำลังอุ้มท้อง เหตุผลแค่นี้มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรของเขาที่จะสามารถทำให้ฉันยอมรับได้อีกต่อไปแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป