บทที่ 6 คิดถึง

ตอนที่6 คิดถึง

ฟาร์ม

“รู้แล้ว” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ค่อยพอใจเมื่อวิกกี้พูดเรื่องที่ให้จัดงานแต่งให้เร็วที่สุดทั้งที่ผมกับวิกกี้พึ่งคบกันได้ไม่กี่เดือน

แต่จะพูดให้ถูกพ่อแม่ของเธอมาเรียกร้องให้ผมรับผิดชอบวิกกี้ตั้งแต่คบกันได้ไม่ถึงสองเดือนได้มั้ง ซึ่งตอนนี้ผมยังไม่พร้อมแต่งและถึงผมจะคบกับวิกกี้จริง แต่ผมยังไม่ได้คบแบบจริงจังถึงขั้นนั้นเข้าใจไหม

“แล้วพี่ฟาร์มจะเอายังไง” วิกกี้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนคาดคั้นกดดันเพื่อเอาคำตอบชัดเจนจากผม

“ฉันยังไม่พร้อม และก็ไม่อยากแต่งด้วย” ผมบอกเธอไปตามตรงอย่างไม่ปิดบังและเธอก็น่าจะรู้จักผมดีไม่น้อย

“งั้นก็หมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ พี่ฟาร์มพร้อมเมื่อไหร่ค่อยแต่ง” แล้ววิกกี้ก็พูดเสนอออกมาอย่างไม่เรื่องมากราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ

ซึ่งมันก็คงเป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุดตอนนี้อ่ะ ถึงแม้ว่าพ่อผมจะไม่พอใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่แต่ด้วยนิสัยของแม่ที่ไม่เคยสอนให้ลูกเอาเปรียบคนอื่นโดยเฉพาะผู้หญิง พอครอบครัวเธอเข้าไปเรียกร้องราวกับผู้ถูกกระทำแม่ก็ทำได้เพียงตอบรับ พ่อเลยต้องยอมไปด้วย

ส่วนเหตุผลที่พ่อไม่พอใจก็น่าจะเรื่องธุรกิจ เพราะผมได้ข่าวมาว่าตอนนี้ธุรกิจของครอบครัวเธอกำลังประสบปัญหาใหญ่อยู่ ทำให้พ่อผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกัน เพราะอยู่ๆ ครอบครัวนั้นก็รีบวิ่งมาให้ผมรับผิดชอบ

แต่แม่ผมก็บอกพ่อไปแล้วว่านี่เป็นการแต่งให้ผมรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ส่วนเรื่องธุรกิจถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องยื่นมือเข้าไปช่วย พ่อผมเลยยอม

ใครๆ ก็รู้เรื่องความหัวโบราณของแม่ผม เห็นผมเลวแบบนี้ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ไม่ว่านะครับ ถ้าท่านรู้เรื่องท่านก็ด่าเหมือนกัน

และเมื่อฟังปัญหาทุกอย่างจบผมก็ออกมาผับทันที เพราะผมเบื่อ ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยจะกลับไปนอนห้องเท่าไหร่

“ไงวะ ได้ข่าวว่าจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วเหรอ” พอมาถึงไอ้เจฟก็ทักออกมาด้วยความกวนตีนราวกับเรื่องสนุกทันที

“ดีใจกับว่าที่เจ้าบ่าวคนใหม่หน่อยครับ!” ตามด้วยไอ้เติ้ลอีกคนที่โห่เสียงร้องยินดีกับผมล่วงหน้าอย่างกวนตีน

“มึงได้ข่าวลินบ้างไหม” ผมหันไปถามไอ้เติ้ลขึ้นด้วยเรื่องที่อยากรู้อย่างไม่สนใจสิ่งที่มันพูด

สิ่งเดียวที่ผมสนใจคือเรื่องไพลิน แต่คนของผมสืบอะไรไม่ได้เลย ผมเลยคิดว่าไอเติ้ลมันต้องติดต่อกับไอ้ก้องภพบ้างแหละ อย่างน้อยไอ้นั่นก็ต้องรู้เรื่องของไพลินอยู่แล้วผมรู้เพราะเป็นเพื่อนกันนิ

“กูไม่รู้” แล้วมันก็ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย

แต่คิดว่าผมจะเชื่อมันหรือไง เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมแค่มองตาผมก็รู้แล้วว่ามันคิดอะไร

“ก่อนมึงจะโกหกกู มึงควรคิดก่อนว่ากูจะเชื่อไหม” ผมสวนกลับไปให้มันรู้ตัวทันที

“แล้วมึงจะถามถึงลินทำไม ในเมื่อมึงต้องการแบบนี้เองไม่ใช่เหรอ” ไอ้เติ้ลไม่ตอบแต่กลับย้อนใส่ผมแทนถึงสิ่งที่ผมเคยมีความสุขและสนุกก่อนหน้านี้

“เออ สวยๆ อย่างลินต่อให้มึงเสียดาย แต่ตอนนี้คงจะมีผัวใหม่ไปแล้ว” ตามด้วยไอ้เจฟที่ปากแม่งควรได้อวัยวะเบี้ยงล่างไปอุดไว้จริงๆ

“อีกอย่าง มึงก็จะมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว มึงอย่ายุ่งกับลินอีกเลย” ไอ้เติ้ลพูดต่ออย่างไม่คิดจะบอกกล่าวอะไรเรื่องของลินให้ผมรับรู้ เอาแต่พูดเหมือนให้ผมเลิกยุ่งเลิกสนใจเธอไป

พอรู้ว่ายังไงพวกมันไม่ยอมบอก ผมก็เลิกสนใจแล้วหันมายกเหล้าต่ออย่างทำอะไรไม่ได้

ทำไมผมคิดถึงไพลินจังวะ ไม่ได้พึ่งคิดถึงด้วย แต่ผมคิดถึงเธอตลอดเวลาที่ไม่ได้เจอเธอแล้ว และนับวันผมก็ยิ่งคิดถึง

และนั่งได้สักพักก็เหมือนผมจะมีทางเลือกใหม่ เมื่อสายตาผมเห็นเข้ากับผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง นั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ไกลจากโต๊ะผม ไวเท่าความคิดขาผมมันก็ลุกขึ้นทันที

“อ้าว แล้วมึงจะไปไหน” เสียงไอ้เติ้ลถามขึ้นเมื่อเห็นผมลุกอย่างไม่บอกกล่าว

“อย่าบอกว่าไปหาเหยื่อกินนะมึง?” ตามด้วยเสียงไอ้เจฟ แต่ผมไม่ได้สนใจพวกมันและเดินไปยังโต๊ะนั้นทันที

“ปราง อุ่น” ผมเรียกผู้หญิงสองคนที่ผมรู้จักดีตรงหน้าทันที

“พี่ฟาร์ม” แล้วพวกเธอก็หันมาเห็นผมและเรียกผมออกมาเหมือนกัน

“พี่ฟาร์มมีอะไรหรือเปล่าคะ” เป็นปรางถามผมออกมาเสียงเรียบเหมือนไม่รู้อะไร

“ได้ข่าวลินบ้างไหม” ผมถามออกไปตรงๆ ทันทีอย่างรอช้า ถึงแม้ว่ามันจะดูหน้าด้านไป แต่ด้วยความอยากรู้ผมเลยไม่สนใจว่าใครจะมองยังไง ลืมบอกไปว่าปรางกับอุ่นเป็นเพื่อนสนิทกับไพลิน สนิทมากไม่ต่างกับไอ้ก้องภพหรอก

“พี่ฟาร์มถามถึงลินทำไมคะ” อุ่นถามผมออกมาอย่างไม่พอใจทันทีเพราะพวกเธอก็รู้เรื่องทุกอย่างเหมือนกัน

“พี่อยากรู้ว่าลินเป็นยังไงบ้าง” ผมบอกออกไปอย่างคนหน้าด้านทั้งที่คนอื่นมองว่าไม่มีสิทธิ์เลยสักนิด แต่ผมบอกแล้วว่าเดี๋ยวถึงเวลาผมจะไปตามเธอกลับมา

“ลินสบายดีค่ะ แล้วก็สบายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย” อุ่นตอบกลับมาอย่างประชดประชันด้วยน้ำเสียงที่ยังคงไม่พอใจเหมือนเดิม คงจะยังไม่หายโกรธผมแทนเพื่อนสินะ เพราะในสองคนนี้อุ่นจะซี้กับไพลินที่สุด

“แล้วพอจะรู้ไหมว่าตอนนี้ลินอยู่ที่ไหน” ผมยังคงถามพวกเธอออกไปอีกครั้งแม้จะพอรู้ดีว่ายากจะได้คำตอบก็ตาม

“รู้ค่ะ แต่ไม่บอก” ยังคงเป็นอุ่นเหมือนเดิมที่ตอบกลับมาอย่างไม่ปิดบังด้วยว่ารู้แต่ไม่คิดจะบอกกัน

“อย่ามาถามพวกเราเลยค่ะ เพราะถึงยังไงเราก็คงบอกพี่ไม่ได้” ปรางพูดออกมาอีกคนด้วยน้ำเสียงเสียงปกติเรียบนิ่ง

“อืม ไม่เป็นไร ขอบใจ” และมันก็ไม่ได้ผิดจากที่ผมคิดไว้ตั้งแต่แรก เมื่อไม่ได้คำตอบอะไรแล้วผมจะทำอะไรได้ นอกจากเดินกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเองอีกครั้ง

“กูก็คิดว่าจะไปหาเหยื่อกิน ที่ไหนได้กลายเป็นเหยื่อที่เดินไปหาที่อยู่ของนายพราน” ไอ้เจฟเอ่ยขึ้นอย่างสมน้ำหน้ากันด้วยความกวนตีนเหมือนเดิม

“กูถามจริงๆ นะ มึงจะอยากรู้เรื่องของลินไปทำไมวะ” ไอ้เติ้ลถามผมออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจังเหมือนอยากได้คำตอบและความคิดของผม

“กูคิดถึงลิน” ผมบอกมันออกไปอย่างไม่ปิดบัง แล้วก็ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือการเจอไพลิน

“มึงคิดถึงเขาในฐานะอะไร มึงอย่าลืมว่ามึงกำลังจะมีเมียแล้ว” ไอ้เจฟที่เข้าโหมดจริงจังอีกคนถามผมออกมาพร้อมกับไม่ลืมเน้นย้ำสถานะของผมตอนนี้

ผมรู้ว่าผมกำลังจะต้องหมั้นในอีกไม่ช้า แต่ผมยังรักไพลิน และผมเคยบอกแล้วว่าที่ผ่านมาผมแค่จะปล่อยให้เธอได้ไปพักใจเท่านั้น เมื่อผมพร้อมผมจะตามเธอกลับมา แต่มันดันมีเรื่องวิกกี้เข้ามาแทรกก่อนไงเลยทำให้เรื่องมันยากกว่าเดิม

“กูถามจริงๆ มึงคิดยังไงกับวิกกี้” แล้วไอ้เติ้ลก็ถามขึ้นอีกครั้งด้วยความจริงจังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

“เฉยๆ” ผมบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปอย่างไม่ลังเลหรือเสียเวลาคิด

แต่ผมเคยบอกแล้วว่าผมกับวิกกี้ตอบสนองกันและกันได้ดีในเรื่องบนเตียง แต่มันก็แค่ตอนอยากสนุก ซึ่งตอนนี้มันไม่ใช่แล้วไง มันเบื่อแล้ว

“แล้วมึงอยากแต่งงานกับวิกกี้ไหม” ไอ้เติ้ลถามต่อทั้งที่น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว

“พวกมึงก็น่าจะรู้” ผมย้อนกลับไปอย่างไม่เหนื่อยใจเมื่อพูดเรื่องนี้

แต่ขนาดผมคบกับไพลินมานาน รักไพลินมากถึงขั้นหวังแต่งงานกับเธอ แต่ผมก็ยังไม่คิดเรื่องขอเธอแต่งงานในเร็วๆ นี้ที่คบกันอยู่เลย แล้วนี่ผมพึ่งคบกับวิกกี้แบบไม่ได้จริงจังเทียบกับไพลินไม่ได้ด้วยซ้ำ ใครจะอยากแต่งวะ

“แล้วมึงคิดยังไงกับไพลิน” อันนี้เป็นไอ้เจฟเป็นคนถามบ้าง

“กูรักลิน” แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ผมตอบอย่างไม่เสียเวลาคิดสักนิด

ผมอาจจะมั่วแต่มันก็แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้นแหละ ส่วนเรื่องความรู้สึกผมไม่ได้มั่วขนาดนั้น ผมผ่านผู้หญิงมาเยอะถ้าผมจะเปลี่ยนใจไปรักใครง่ายๆ ป่านนี้คงคบกับไพลินไม่ถึงสี่ปีหรอกครับ

“แล้วทำไมตอนนั้นมึงถึงเลือกช่วยวิกกี้ ไม่ช่วยลิน” ได้เจฟถามต่อในเรื่องที่เป็นจุดแตกหักระหว่างผมกับไพลิน

“กูยอมรับว่าช่วงนั้นลินงี่เง่า แล้วก็ได้วิกกี้ที่คุยด้วยแล้วสบายใจ มันเลยทำให้กู...” ผมยอมรับความรู้สึกตอนนั้นออกไปอย่างรู้ดีว่ายังไงก็ผิด

“เลยอยากได้วิกกี้จนลืมลิน” แล้วไอ้เจฟก็แทรกขึ้นตอบแทนในส่วนที่ผมชะงักเงียบไปช่วงสั้นๆ อย่างรู้ทัน

“ถึงแม้ว่ามึงจะรักลินอยู่ แต่ยังไงการกระทำของมึงในวันนั้น มันทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้แล้ว มึงแก้ไขอะไรตอนนี้ไม่ได้แล้ว เพราะอีกไม่นานมึงก็ต้องแต่งกับวิกกี้” ไอ้เติ้ลพูดออกมาให้ผมคิดได้และให้ผมถอดใจจากไพลินไป

“แต่อย่างน้อยกูก็อยากเจอลินอีกสักครั้ง อยากคุยกับลินให้รู้เรื่อง” ผมไม่รู้หรอกว่าชีวิตหลังจากนี้จะเป็นยังไงและต้องไปทางไหน และต่อให้ไม่ได้รับโอกาสจากไพลินอีกครั้ง แต่ผมก็อยากคุยกับเธออีกสักหน

ตั้งแต่วันนั้นที่ผมบอกว่าแม้แต่คำบอกเลิกคำเดียวไพลินก็ไม่มีให้ผม อยู่ๆ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เธอหายไปแล้ว มันเจ็บมากกว่าการที่เธอบอกเลิกผมตรงๆ ซะอีก ไม่วาผมจะไปในที่ที่เธออยู่ก็ไม่เจอสักครั้งทั้งบ้าน คอนโด ไหนจะร้านกาแฟที่เธอรักเธอก็ยังขายไปได้เลย

“คุยกันไปแล้วมันจะมีอะไรดีขึ้นอีกวะ” ไอ้เติ้ลถามออกมาอย่างไม่เห็นถึงความจำเป็นตรงนี้สักนิด

“ก็ดีกว่าไม่ได้คุย” ผมตอบมันออกไปอย่างที่คิด เพราะที่เป็นแบบนี้มันติดค้างไปหมดทุกอย่าง มันทำให้ผมยังเฝ้ารอและเฝ้าหาแต่เธอ

จริงๆ ก็อย่างที่เคยบอกว่าสักวันจะตามเธอกลับมา แต่เพราะตอนนั้นผมไม่คิดว่าเธอจะถึงขั้นทิ้งทุกอย่างไปอย่างไม่ให้โอกาสผมได้ทำอย่างที่คิดง่ายๆ นั่นเลยทำให้ผมต้องคิดเผื่ออีกทางที่จะไม่ได้รับโอกาส อย่างน้อยก็ขอให้ได้เจอ ได้พูดคุยเรื่องต่างๆ ที่ค้างคากันอยู่สักนิด

“งั้นกูบอกมึงอย่างหนึ่งในฐานะที่มึงเป็นเพื่อนกู” แล้วไอ้เติ้ลก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังกว่าเดิม

“.....” มันทำให้ผมหันไปมองหน้ามันทันทีและรอลุ้นสิ่งที่มันจะพูดออกมาด้วยความคาดหวัง แค่ตอนนี้รู้ว่ามันจะพูดอะไรเกี่ยวกับลินผมก็ตื่นเต้นทั้งนั้น แล้วถ้าจะดีก็ให้มันช่วยบอกที่อยู่ของลินมา

แต่...

“ตอนนี้ลินกับไอ้ก้องกำลังคบกัน” แล้วคำบอกเล่าจากปากของไอ้เติ้ลก็ทำให้ผมชะงักนิ่งพร้อมกับใบหน้าชาวาบขึ้นมาอย่างคนรับไม่ได้

“มึงว่าอะไรนะ!?” ผมถามไอ้เติ้ลออกไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจพร้อมกับเสียงแข็งอย่างควบคุมไม่ได้

“กูรู้ว่ามึงได้ยินแล้ว” แต่ไอ้เติ้ลกลับเลือกจะไม่พูดแล้วตอกย้ำด้วยสิ่งที่ผมได้ยินตั้งแต่แรกแล้วและไม่ผิดจากที่ได้ยิน

“เรื่องนี้กูยืนยันอีกคน” แล้วไอ้เจฟก็ช่วยยืนยันอีกคนอย่างที่พวกมันต่างรู้ดีไม่เหมือนกับผม

แต่ต่อให้ไอ้เจฟมันไม่ยืนยันผมก็รู้ว่าไอ้เติ้ลไม่ได้โกหกผม เพราะมันรู้ว่าเวลาไหนควรแกล้ง เวลาไหนควรจริงจัง

แต่ตอนนี้ความรู้สึกของผมมันไม่ได้มีแค่ความเสียใจอย่างเดียว ตอนนี้มันกลับมีความไม่พอใจและโกรธไพลินมากอีกความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาด้วย

เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยชอบไอ้ก้องภพและรู้อยู่แล้วว่ามันคิดกับไพลินมากกว่าเพื่อน ผมบอกไพลินตลอดและไม่อยากให้เธอเข้าใกล้ไอ้ก้องภพแม้แต่วินาทีเดียว แต่เธอก็ยืนยันว่าเธอกับไอ้ก้องภพบริสุทธิ์ใจต่อกัน หรือต่อให้ไอ้ก้องภพมันชอบเธอจริงๆ เธอก็ไม่มีทางคิดกับไอ้นั่นมากกกว่าเพื่อนแน่นอน

แล้วสิ่งที่ผมได้ยินตอนนี้มันคืออะไร ไหนบอกไม่คิดอะไร ไหนบอกไม่มีทางคิดมากกว่าเพื่อนแน่นอน แล้วทำไมตอนนี้ทุกคนถึงบอกว่าคบกัน

ถึงแม้ว่าสถานะผมกับไพลินตอนนี้จะไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าเธอคิดจะมีแฟนก็ควรจะเป็นคนอื่นที่ผมไม่เคยสงสัยไม่เคยรู้จักสิ ทำไมต้องมาเป็นคนที่ผมคอยห้ามคอยหวงเธอ ทำแบบนี้มันเหมือนเธอหยามผมชัดๆ ยิ่งผมรู้แบบนี้มันยิ่งทำให้ผมต้องการเจอไพลินเร็วขึ้น และต้องการทำให้เธอกลับมาเป็นของผมคนเดียวเหมือนเดิมให้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป