บทที่ 10 เจอคนคุ้นเคย

ชายหนุ่มเดินไปทิ้งตัวบนโซฟาสไตล์โมเดิร์นสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับภายในห้องที่เป็นสีขาว พยายามข่มความรู้สึกแปลก ๆ ในใจเอาไว้ คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรเมื่อเจอหน้ากัน จะพูดคุยหยอกล้อกันเล่นเหมือนเดิม หรือต้องวางมาดวางฟอร์มเหมือนคนรู้จักที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกันดี

ยังไม่ทันตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร รถตู้สามคันก็เข้ามาจอดที่หน้าสำนักงาน ชายหนุ่มหยุดความฟุ้งซ่านในสมอง ลุกขึ้นไปทำหน้าที่ของตัวเองในทันที

เขาก้าวยาว ๆ ไปยังรถที่จอดอยู่ คนขับรถลงมาเปิดประตูให้คนข้างในลงมา ชาวต่างชาติชายหญิงจำนวนกว่ายี่สิบคนลงมาจากรถทั้งสามคัน เขาเห็นเป้าหมายของเขาเข้าไปพูดคุยกับคนขับรถตู้ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับมาที่กลุ่มนักท่องเที่ยว หญิงสาวผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าเขา

“พี่ภพ” เธอพึมพำ แม้ไม่ได้ยินเสียงแต่เขาก็อ่านปากของเธอออก ใบหน้าเรียบเฉยของเขาไม่ได้เกิดจากความโกรธแค้นจากการถูกปฏิเสธเมื่อปีก่อน แต่มันเกิดจากการตั้งตัวไม่ทันเสียมากกว่า เขายังไม่รู้ว่าจะปฏิบัติกับเธออย่างไรต่อหน้าแขกระดับวีไอพี. ที่ยืนสลอนอยู่ตรงนี้ สิ่งที่ทำได้ก็คือกล่าวต้อนรับทุกคนเป็นภาษาอังกฤษด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสกับทุกคนเป็นการยินดีต้อนรับพวกเขาเข้าสู่ความสำราญบนเรือ ซึ่งเขาจะต้องเดินทางไปด้วยตลอดเส้นทาง

“สวัสดีครับ คุณกันธิดา ยินดีต้อนรับสู่ ลากูน มารีนา ยอร์ช คลับ ครับ” เขายื่นมือไปตรงหน้าตามธรรมเนียมของต่างชาติที่คนไทยก็นิยมเอามาใช้

“ขอบคุณค่ะ คุณธิติภพ” เธอสัมผัสมือเขาเพียงเบา ๆ แล้วดึงกลับ

หลังจากทักทายกันแล้ว เขาจึงเชิญนักท่องเที่ยวไปยังห้องรับรองแขกวีไอพี. เพื่อดื่มน้ำและรับประทานอาหารว่างก่อนขึ้นเรือ และใช้เวลาช่วงนี้ในการตรวจสอบความถูกต้องในเอกสารเดินทางของนักท่องเที่ยว และส่งรายชื่อเหล่านั้นเข้าระบบของบริษัทสำหรับการทำประกันชีวิตอีกที

เขาหันไปเห็นกันธิดาซึ่งเธอก็มองมายังเขาเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเห็นเขามองกลับไป เธอก็เฉไฉไปคุยกับนักท่องเที่ยวสาวคนหนึ่งแทน เขาคิดว่าหญิงสาวคนนี้คงจะเป็นคนรักหรือภรรยาของนักฟุตบอลคนใดคนหนึ่งแน่นอน

เขาสังเกตว่านอกจากกันธิดาจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีแล้ว ยังพูดภาษาเยอรมันดีได้อีกด้วย นี่คือความสามารถอีกสิ่งหนึ่งของหญิงสาวหน้าจืดที่เขาไม่เคยรู้

หลังจากทุกคนพักผ่อนกันแล้วครู่หนึ่ง เขาจึงกล่าวเชิญให้ขึ้นไปบนเรือที่พร้อมรอรับอยู่แล้วที่ท่าเทียบเรือ นักท่องเที่ยวทุกคนต่างแสดงท่าทางตื่นเต้นที่จะได้ไปสัมผัสกับความแปลกใหม่ ต่างก็หอบหิ้วสัมภาระของตนตามเจ้าหน้าที่ที่เดินนำไปข้างหน้า โดยสัมภาระบางส่วนที่ขนลงมาจากรถ มีลูกเรือมาช่วยกันนำลงไปในเรือก่อนหน้านี้แล้ว

กันธิดากวาดตามองเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เธอเคยเห็นผ่านจอโทรทัศน์ ตามหน้านิตยสาร หรือคลิปต่าง ๆ ในยูทูปมาบ้างแล้ว แต่เมื่อมาเห็นของจริงมันยิ่งใหญ่กว่าที่เห็นในภาพมาก จนอดทึ่งคนที่สร้างมันมาไม่ได้ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ Amara สีน้ำเงินเข้มเด่นหราอยู่ข้างเรือ เธอยืนคอยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวขึ้นเรือไปก่อน และเธอขึ้นตามไปเป็นคนสุดท้าย ตามด้วยธิติภพที่ตามเธอมาข้างหลัง

เมื่อขึ้นมาถึงบนเรือ ความยิ่งใหญ่ตระการตาปรากฏอยู่ตรงหน้า หญิงสาวกวาดตามองด้วยความแปลกตา เธอไม่เคยขึ้นเรือใหญ่เช่นนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่ขึ้นเรือโดยสารไปตามเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะสมุย หรือเกาะพงัน ในฝั่งอ่าวไทย นั่นเธอก็คิดว่าเป็นเรือที่ใหญ่มากแล้ว

แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือความหรูหราราวกับยกโรงแรมห้าดาวมาไว้ที่นี่ ภายในมีส่วนต้อนรับ บาร์ และห้องหับต่าง ๆ มากมาย เจ้าหน้าที่ในเรือเข้ามาต้อนรับ และนำนักท่องเที่ยวไปยังห้องพักที่จัดไว้ จนกระทั่งถึงเธอ เจ้าหน้าที่สาวคนหนึ่งมาแจ้งหมายเลขห้อง พร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้ โดยมีพนักงานหนุ่มหิ้วกระเป๋าเดินทางของเธอไปที่ห้องพัก โดยที่ธิติภพเดินตามมาข้างหลัง เมื่อถึงประตูห้องเขาเอ่ยกับพนักงานว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป