บทที่ 2 ภาพถ่ายของเขา
ที่ร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองหลวงของประเทศ หญิงสาวสองคนในชุดทำงาน สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีดำและสวมกระโปรงสั้นสีเดียวกัน กำลังเดินเลือกซื้อของกันไปคุยกันไป
“เฮ้ย แก นายแบบปกนิตยสารนั่นโคตรเซ็กซี่เลยว่ะ” หญิงสาวผมยาวร่างสูงกว่าแต่งหน้าจัดจ้านชี้ไปยังปกนิตยสารที่โชว์อยู่ในร้านหนังสือผ่านบานกระจกใสที่กั้นพื้นที่ร้านหนังสือกับพื้นที่ทางเดิน
“ไหนยายพริ้ม” กันธิดาหญิงสาวที่มัดผมสูงและแทบไม่เหลือเครื่องสำอางบนใบหน้าเอ่ยถาม พลางกวาดตามอง
“นี่ไงยายกัน” พริ้มเพราชี้ไปยังตำแหน่งที่หนังสือวางอยู่ กันธิดาหยุดสายตาอยู่ตรงนิตยสารที่เพื่อนชี้บอก ซึ่งวางเรียงอยู่กับหนังสือหลายเล่มจนดูลายตาไปหมด แต่นิตยสารเรือเล่มนี้ดูโดดเด่นกว่าเล่มอื่น ตรงที่เป็นภาพท้องทะเลสีฟ้าเข้มกับเรือยอชท์สีขาวซึ่งมีนายแบบในชุดกางเกงว่ายน้ำคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีขาวเผยมัดกล้ามหน้าอกเป็นแผงดูเซ็กซี่อย่างที่เพื่อนว่า กับนางแบบสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำสีขาวแบบทูพีชสามคนที่ยืนอยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ
“พี่ภพ...” กันธิดาพึมพำ นึกถึงธิติภพอดีตคนรักของรสิตาเพื่อนรักของเธอ
ซึ่งหลังจากรสิตาแต่งงานกับน่านนทีแล้วก็เงียบหายไปพักใหญ่ เธอเองก็มัวยุ่งกับการทำงาน ส่วนเพื่อนก็มีความสุขอยู่กับการใช้ชีวิตใหม่กับสามี จึงไม่ค่อยได้โทร. หาบ่อยนัก ส่วนธิติภพก็หายหน้าไปจากเธอร่วมหนึ่งปีแล้ว ตั้งแต่ที่เขามาวอแวเธออยู่พักหนึ่ง
แต่หลังจากที่รสิตาแต่งงาน เธอก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แม้ว่าเขาจะคอยโทร. มาหาในฐานะของเพื่อนรุ่นน้อง หรือเพื่อนของอดีตแฟน เธอก็ไม่อาจจะโฟกัสได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับธิติภพเป็นแบบไหน ในเมื่อเขาเข้ามาหาเธอครั้งแรกก็เพียงเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น
ดังนั้นเมื่อเพื่อนของเธอแต่งงานไปแล้ว เธอก็ไม่ควรจะติดต่อกับเขาอีก จึงหาทางหลีกเลี่ยงไม่พบเจอ แม้ช่วงแรกจะรู้สึกเหงา ๆ บ้างที่ไม่มีใครมากวนใจ แต่เธอกลัวเกินกว่าจะสานต่อความสัมพันธ์กับเขา เพราะไม่ว่าจะเรื่องของรูปร่างหน้าตา ฐานะ การศึกษา และอีกมากมาย เธอกับเขาเหมือนอยู่กันคนละโลก แถมเขายังย้ำบ่อย ๆ ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเปค ไม่ขาวสวยหมวยเอ๊กซ์ ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะคิดอะไรเกินเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลหลัก ที่ทำให้เธอต้องรีบตัดขาดจากเขา เพราะกลัวความเจ็บช้ำ หากว่าวันหนึ่งความใกล้ชิดทำให้เธอหลงรักเขาเข้าจริง ๆ
ดวงตาพร่าเลือนด้วยม่านน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ ไม่เข้าใจตัวเองว่าเพียงแค่เห็นภาพถ่ายของเขา ทำไมถึงได้รู้สึกแปลบร้าวในอกเช่นนี้
“ไปเถอะ เข้าไปดูข้างใน” พริ้มเพราดึงแขนเธอเข้าไปในร้าน เพื่อนรวมงานของเธอขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงสาวที่เปิดเผยความรู้สึกของตัวเองพอสมควร และแพ้กล้ามล่ำ ๆ ของผู้ชายเป็นที่หนึ่ง
พริ้มเพราเดินเข้ามาในร้านแล้วตรงดิ่งไปยังหนังสือที่หมายตา หยิบขึ้นมาโดยไม่สนใจราคา ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเพื่อนมีอาการผิดปกติไปจากเดิม จ่ายเงินแล้วก็เดินออกจากร้าน กันธิดาหันมองไปยังหนังสือในร้านที่เหลืออยู่ ใจหนึ่งอยากหยิบไปจ่ายเงินสักเล่ม อยากรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง แต่สุดท้ายก็ตัดใจเดินออกจากร้านตามเพื่อนไป เพราะในเมื่อเธอตั้งใจจะตัดขาดแล้ว ก็ไม่ควรรับรู้ข่าวคราวใด ๆ จากเขาอีก
“รีบไปซื้อของทำกับข้าวเถอะยายพริ้ม ป่านนี้แม่รอแย่แล้ว” กันธิดาเอ่ยชวนเพื่อนที่มัวแต่เอ้อระเหยลอยลม หันไปหยิบของตรงโน้นทีตรงนี้ที ไปไม่ถึงแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตเสียที เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ เลยบอกกับมารดาว่าจะซื้อกับข้าวไปทำกินกันง่าย ๆ เพียงสามคนเท่านั้น
“แกจะซื้ออะไรบ้าง” พริ้มเพราหันมาถาม
“ฉันจะซื้อปลาไปให้แม่ทำเมี่ยงปลาเผา แล้วก็ทำหมูกระทะด้วยดีไหม” พริ้มเพราส่ายหน้า
“ไม่เอาอ่ะ แค่เมี่ยงปลาเผาก็พอแล้ว หมูกระทะฉันไม่กินหรอก กินตอนนี้อ้วนตายเลย แกก็ไม่ต้องให้แม่กินด้วย เนื้อหมูย่อยยากจะตาย คนสูงอายุกินมากไม่ดีหรอก” นอกจากชอบผู้ชายมีกล้ามแล้วพริ้มเพรายังดูแลเรื่องสุขภาพเป็นที่หนึ่งอีกด้วย รูปร่างของเธอจึงสะโอดสะองเป็นที่สะดุดตา
“งั้นก็ได้ ฉันเป็นคนง่าย ๆ อะไรก็กินได้” กันธิดาว่า
“ก็เพราะแกเป็นแบบนี้น่ะสิ เริ่มจะอ้วนขึ้นแล้วเห็นไหมเนี่ย ทีหลังมื้อเย็นให้งดแป้งไปเลย ที่จริงรูปร่างแกก็สวยอยู่นะ แต่แกนี่ก็แปลก ทำไมไม่รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวให้มันสวย ๆ งาม ๆ กับเขาบ้าง” พริ้มเพรากวาดตามองรูปร่างของเพื่อนไปพลางบ่นไปพลาง
“ฉันก็แต่งอยู่นะ” กันธิดาก้มมองตัวเอง เพราะเธอก็ใส่ยูนิฟอร์มเหมือนกับเพื่อน จะบอกว่าไม่แต่งได้อย่างไร
“แต่งแต่ตอนเช้าน่ะสิ พอบ่ายงี้ หน้าซีดเชียว รู้จักเติมแป้งเติมปากเสียบ้าง จะได้น่ามองตลอดวัน” พริ้มเพราพร่ำสอนเพื่อน เพราะนึกเสียดายที่ใบหน้าเนียน ๆ นั้นถ้าได้รับการแต่งเติมก็สวยไม่แพ้ใครทีเดียว เพียงแต่กันธิดาไม่ค่อยสนใจตกแต่งรูปลักษณ์ของตัวเองเสียเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานทั้งวัน ส่วนเธออยู่แผนกประชาสัมพันธ์การแต่งหน้าให้สวยสดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพ จึงอดขัดใจไม่ได้เมื่อเห็นใบหน้าซีด ๆ นั่น
“เอาเถอะน่า สไตล์ใครก็สไตล์มันน่ะ” กันธิดาตัดรำคาญ
“แกถึงหาแฟนไม่ได้สักทีไง” พริ้มเพราสวนกลับมา
“ฉันเห็นแกแต่งหน้าทั้งวันก็ไม่เห็นมีแฟนเหมือนกันนี่นา” หญิงสาวย้อน
“เหอะน่า แต่ฉันก็น่าจะมีโอกาสหาแฟนได้มากกว่าแกละกัน ที่ฉันยังไม่มีเพราะฉันมันสวยเลือกได้” พริ้มเพราเชิดหน้าขึ้นพูดเสียงสะบัด
“จ้ะ แม่คนสวยเลือกได้ แกว่าจะเอาปลาตัวไหนดี เลือกซิ” กันธิดาถามเมื่อเดินมาถึงแผนกขายปลาพอดี
