บทที่ 3 ต้นมะม่วงในความทรงจำ
พริ้มเพรามองปลาสดหลากหลายชนิด ซึ่งวางอยู่บนเกร็ดน้ำแข็งในกระบะสเตนเลสขนาดใหญ่ ด้านหลังกระบะเป็นพื้นที่ของพนักงานขายที่สวมชุดขาวเหมือนเชฟ สวมผ้ายางกันเปื้อนรอบริการทำปลาให้ลูกค้า
“มันต้องตัวนี้สิแก ตาใสแจ๋ว ตัวใหญ่ด้วย วันนี้วันเกิดแกฉันเลือกตัวใหญ่เลยนะ” พริ้มเพราว่า
“ก็ตามใจแกสิ เอาตัวไหนก็เลือกเอา ฉันพร้อมเปย์เต็มที่เลยวันนี้”
กันธิดาว่าพลางหันไปยังกระบะใส่กุ้งและปลาหมึก
“เอากุ้งกับปลาหมึกไปลวกจิ้มน้ำจิ้มแซ่บ ๆ ก็ดีเหมือนกันนะ” หญิงสาวว่าแล้วก็เดินไปเลือกกุ้งกับปลาหมึกมาจำนวนหนึ่งยื่นให้กับพนักงาน
“เอากุ้งกับปลาหมึกด้วยค่ะ ส่วนปลาเอาตัวนี้นะคะ ไม่ต้องขอดเกล็ด แค่เอาไส้ออกก็พอค่ะ จะเอาไปทำปลาเผา” เธอบอกพนักงานแล้วรอครู่หนึ่ง พนักงานทำปลาเสร็จก็ใส่ถุงยื่นให้ จึงนำไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์
ระหว่างทางเดินไปยังลานจอดรถ กันธิดาอดที่จะหันมองไปยังนิตยสารในร้านหนังสืออีกครั้งไม่ได้ เมื่อคิดถึงวันเกิดปีที่แล้ว ซึ่งคนที่ยืนเริงร่าอยู่ท่ามกลางสาว ๆ บนหน้าปก เป็นคนพาเธอไปเลี้ยงมื้อเย็น เมื่อรู้ว่าเป็นวันเกิดของเธอ และหลังจากมื้อนั้นเธอก็บอกเขาไปตรง ๆ ว่า
‘ต่อไปพี่ภพไม่ต้องมาหากันแล้วนะคะ ตอนนี้หมดธุระของยายรักแล้ว กันอยากใช้ชีวิตปกติ...แบบที่กันเคยเป็น กันไม่คุ้นกับการมีคนคอยพาไปโน่นไปนี่ เอ่อ...กันอึดอัด’ เธอเห็นหน้าเขาสลดลงแวบหนึ่ง ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ยี่หระตามสไตล์ของเขา
‘นั่นสินะ พี่ก็ไม่รู้จะมาวุ่นวายกับกันอยู่ทำไม เอาเป็นว่าถ้ากันอึดอัด พี่ก็...ไม่รบกวนอีกก็แล้วกัน ขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน’ ตลอดทางที่เขาขับรถมาส่งเธอที่บ้าน ภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบ แทบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหายใจของใครสักคน
“ยายกัน ทำอะไรอยู่น่ะ ไหนบอกว่ารีบ” เสียงของพริ้มเพราทำให้สิ่งที่อยู่ในความทรงจำกระจายหายไป
“อ้อ ขอโทษที ไปเถอะ” หญิงสาวรีบก้าวเท้าเดินแซงเพื่อน โดยมีพริ้มเพรามองตามด้วยสายตาแปลก ๆ
พริ้มเพราจอดรถใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้านของกันธิดา เธอมักจะมาเที่ยวที่นี่เสมอ เนื่องจากกันธิดาพักอยู่กับมารดาเพียงสองคนจึงสะดวกใจที่จะมาเยี่ยมเยียน รวมทั้งกันธิดาไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เธอจึงขับรถมาส่งเพื่อนที่บ้านแทบทุกวัน เพราะเป็นทางผ่าน ทำให้เธอเหมือนกับเป็นญาติคนหนึ่งของบ้านหลังนี้ไปแล้ว
การะเกดหญิงวัยกลางคนร่างผอมซึ่งเป็นมารดาของกันธิดาปิดประตูรั้วเสร็จแล้วเดินตามมาที่รถ
“ซื้ออะไรมาบ้างจ๊ะหนูพริ้ม เดี๋ยวน้าช่วยถือ” ท่านเอ่ยถามเมื่อเห็นคนขับรถก้าวขาลงมา
“อยู่ท้ายรถค่ะแม่ เดี๋ยวหนูถือไปเองก็ได้” หญิงสาวตอบพลางหันไปยังเพื่อนที่เพิ่งเปิดประตูรถลงมา กันธิดาเดินไปเปิดกระโปรงรถจะหยิบของ แต่การะเกดหยิบมาเสียก่อน
“ของแค่นี้แม่ถือเองได้ หนูพริ้มไปนั่งพักเถอะ มาเหนื่อย ๆ แม่ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดกับกับข้าวอย่างอื่นไว้แล้ว เหลือแค่เผาปลานี่ละ น้องกันก็ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะลูก วันเกิดทั้งทีจะได้หน้าตาสดใส แม่เผาปลาแป๊บเดียวก็สุกแล้ว” การะเกดหันไปพูดกับบุตรสาว
“ค่ะแม่” เธอเอ่ยตอบ
ผู้เป็นมารดาได้ของสดที่สั่งซื้อก็รีบเดินเข้าครัวทันที หญิงสาวละจากมารดาแล้วหันไปยังต้นมะม่วงที่ออกลูกเต็มต้น เห็นแล้วเธอก็ผุดยิ้มออกมา เมื่อนึกขึ้นได้ว่าธิติภพเคยต่อว่าเธอเรื่องที่เธอไม่เชื่อฟัง เดินทางไปงานแต่งงานรสิตาที่เมืองน่านก่อนที่เขาจะมารับ ทำให้เขามารับเก้อ เจอเพียงแม่ของเธอที่ยืนสอยมะม่วงอยู่หน้าบ้าน คิดเรื่องนี้ทีไรเธอก็ขำทุกที แค่เขาพูดออกมา เธอก็เห็นภาพแล้วว่า เขาต้องมายืนยิ้มแฉ่งตะโกนเรียกเธออยู่หน้าบ้าน อย่างที่เคยทำแน่ ๆ
“ยายกัน เป็นอะไร ยืนยิ้มกับต้นมะม่วงก็ได้ด้วย แกทำอะไรประหลาด ๆ หลายอย่างแล้วนะวันนี้ ไม่สบายหรือเปล่า” พริ้มเพรายื่นมือมาแตะหน้าผากเพื่อน
“บ้า ฉันแค่เห็นมะม่วงแล้วอยากกินน้ำปลาหวานเท่านั้นละ แกก็ไปนั่งดูทีวีรอก่อนเถอะ เดี๋ยวแม่ก็ทำกับข้าวเสร็จแล้ว ฉันจะไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวลงมา” กันธิดาว่าแล้วเดินนำไปข้างหน้า พริ้มเพรายักไหล่อย่างงง ๆ กับพฤติกรรมประหลาดของเพื่อน แต่ก็เดินตามเข้าบ้านแต่โดยดี
เมื่อเดินเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงมารดาตะโกนออกมาจากในครัว
“น้องกัน หนูรักส่งของขวัญวันเกิดมาให้ อยู่บนโต๊ะนั่นละ แล้วโทร. ไปบอกเขาหน่อยว่าได้รับแล้ว”
“ค่ะแม่” กันธิดามองกล่องไปรษณีย์กล่องใหญ่ที่ตั้งไว้บนโต๊ะกลาง
“แกนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันลงมา” หันไปบอกพริ้มเพราแล้วหยิบกล่องขึ้นไปบนห้องนอน ถ่ายรูปส่งไลน์ไปบอกเพื่อนรักว่าได้รับของขวัญแล้ว ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัว
