บทที่ 5 สเปกเทวดา

 “แหม ฉันตั้งสเปกสูงที่ไหนกัน ก็แค่คนเดินดินธรรมดา”

“หล่อ รวย ล่ำ มองมุมไหนก็เซ็กซี่ เป็นคนดีอยู่ในศีลธรรม ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ รักสัตว์ รักเด็ก เป็นสุภาพบุรุษ ขยันทำงาน โรแมนติก และรักแกคนเดียว สเปกโคตรจะเทวดา คนเดินดินที่ไหนกัน”กันธิดาทำหน้าหมั่นไส้

“แล้วทำอย่างกับแกไม่มีสเปกนั่นละ” พริ้มเพราตวัดค้อน

“ฉันขอแค่เป็นผู้ชาย เป็นคนดีและรักฉันคนเดียว เท่านั้นละ อย่างอื่นใช้ใจสัมผัสเอาก็ได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ไม่เห็นต้องวางแผนมากมายถึงขั้นจดใส่สมุดอย่างแกเลย ฉันเห็นแกคัดแบบนี้มากี่ปีแล้ว ไม่เห็นจะได้ใครมาเป็นแฟนสักที” เธอสังเกตพริ้มเพรามาตั้งแต่เข้ามาทำงานด้วยกันใหม่ ๆ จนป่านนี้เจ้าหล่อนก็ยังมีสมุดเล่มนั้นอยู่ในกระเป๋า คอยเอามาตรวจเช็กว่าผู้ชายที่เข้ามาจีบนั้นอยู่ในมาตรฐานของเธอหรือไม่

“แกสเปกน้อยกว่าฉันตั้งเยอะ แต่ก็ยังหาแฟนไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ อย่ามาว่าฉันเลย” พริ้มเพราว่าแล้วจิ้มปลาหมึกไปกินอีกชิ้น

“ก็ฉันยังไม่เจอคนที่สัมผัสด้วยใจว่าใช่สักทีนี่นา” ตอบแล้วก็หันไปเลาะเนื้อปลามาใส่จานอีกครั้ง

“ปลาเต็มจานแกแล้ว ไม่เห็นจะกินสักที แล้วจะตักใส่ทำไมอีก แบ่งมาให้ฉันบ้าง” พริ้มเพราหันมองเพื่อนอย่างประหลาดใจ กันธิดาเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว จึงเอ่ยกลบเกลื่อน

“เอาไปสิ ฉันก็เลาะก้างออกเผื่อแกนี่แหละ เห็นว่านั่งไกล กลัวตักไม่ถึง” หญิงสาวตักเนื้อปลาใส่จานเพื่อนแล้วกลับมานั่งกินต่อ โดยมีผู้เป็นมารดาสังเกตอยู่เงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรต่อ

จนกระทั่งอิ่มหนำกันทุกคน การะเกดจึงไปยกขนมเค้กมาวางกลางโต๊ะเหมือนอย่างที่เคยทำให้บุตรสาวทุกปีไม่เคยขาด มีแต่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น ที่เธอมีธุระต้องไปต่างจังหวัด ถึงได้จัดวันเกิดให้บุตรสาวในวันถัดมา ทุกคนร้องเพลงอวยพรวันเกิดกันธิดาอธิษฐานแล้วเป่าเค้ก

สิ่งที่เธออธิษฐานก็คือขอให้เธอกับมารดามีแต่เรื่องดี ๆ มีความสุข และให้หลุดพ้นจากความรู้สึกคลุมเครือระหว่างเธอกับธิติภพเสียที เพราะแม้ว่าเขาจะไม่ได้ติดต่อเธออีก แต่เธอกลับยังรู้สึกเหมือนมีเส้นใยบาง ๆ จากตัวเขาที่ร้อยรัดตัวของเธออยู่ มีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเธอมีเขาอยู่ในใจแทบตลอดเวลาแม้จะไม่ได้เจอกันมาครบหนึ่งปีแล้ว แต่ความรู้สึกเหมือนมีเส้นใยห่อรัดนั้นกลับทบแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออกทุกครั้งที่นึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา

หลังจากส่งพริ้มเพราที่หน้าบ้าน รอจนเพื่อนขับรถออกไปและปิดประตูรั้วเสร็จแล้ว กันธิดาจึงเดินกลับเข้ามาในบ้าน ได้ยินเสียงมารดาล้างจานอยู่ในครัว เธอทรุดนั่งลงบนโซฟาเพราะสายตาสะดุดกับนิตยสารที่เพื่อนวางไว้บนโต๊ะ

“อ้าว ยายพริ้มลืมหนังสือ” หญิงสาวพึมพำแล้วถือนิตยสารเดินขึ้นไปบนห้อง เพื่อหยิบสมาร์ตโฟนโทร. หาเพื่อน เผื่อยังไปไม่ไกลจะได้กลับมาเอา เสียงสัญญาณดังเพียงสองครั้งพริ้มเพราก็รับสายจึงรีบเอ่ยถาม

“ยายพริ้ม แกลืมหนังสือไว้บนโต๊ะ จะกลับมาเอาไหม”

“โอ๊ย ยายกัน ออกจากซอยบ้านแกปุ๊บรถติดไม่ขยับเลย ฉันคงกลับไปเอาไม่ได้แล้วละ แต่ช่างมันเถอะระหว่างที่รอแกอาบน้ำ ฉันก็นั่งอ่านไปเกือบหมดแล้ว คอลัมน์อื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ และเขาก็ไม่เข้าข่ายสเปกฉันสักเท่าไหร่หรอก เอาไปเถอะฉันยกให้แกทั้งหนังสือทั้งนายแบบนั่นเลย” เสียงเจื้อยแจ้วดังมาตามสาย

“ไม่ใช่สเปกแกตรงไหน เขาออกจะหล่อ รวย ล่ำ อย่างที่แกชอบ”

“แกไปอ่านเองเถอะ แล้วจะรู้ว่าขาดสเปกข้อไหน แค่นี้ก่อนนะ ขอขับรถก่อน” พริ้มเพราวางสาย

กันธิดาวางสมาร์ตโฟนลงบนตู้หัวเตียงแล้วนั่งบนที่นอนสีหวาน หยิบนิตยสารขึ้นมาเปิดอ่าน เห็นภาพด้านในแล้วน้ำตาของเธอก็เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่บอกตัวเองตลอดเวลาว่าเขากับเธอต่างกันเหมือนอยู่คนละโลก แม้เป็นคนผลักไสให้เขาออกไปจากชีวิต แต่สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่ต้องจมอยู่กับความเสียใจ

ในตอนนั้นเธอคิดว่าหากตัดขาดไปเร็ว เธอจะไม่ต้องเจ็บปวดกับความสัมพันธ์ที่เริ่มจะก่อตัว แต่สุดท้ายมันก็ถอยกลับไม่ทันเสียแล้ว จึงเป็นเธอเองที่ต้องเจ็บ ในขณะที่เขาไปมีความสุขอยู่กับนางแบบสาวแสนสวยในภาพถ่ายอย่างสบายใจ

หญิงสาววางนิตยสารให้ห่างจากตัว หลับตาเอนกายบนหมอนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าเธอไม่ควรจะจมอยู่กับตัวเองแบบนี้ จึงลุกขึ้นยืนทำตัวให้สดชื่น แล้วเดินลงไปช่วยมารดาเก็บล้างข้าวของในครัวจะดีกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป