บทที่ 8 ชุดว่ายน้ำ
ในห้องประชุมขนาดย่อมของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งบนอาคารสูงใจกลางกรุงเทพมหานคร มีพนักงานอยู่ในห้องประชุมราวสิบกว่าคน กันธิดาและพริ้มเพราก็เป็นหนึ่งในนั้น
“นักท่องเที่ยวที่มาในครั้งนี้ เป็นกลุ่มคนชั้นสูง ซึ่งมีกำลังซื้อสูง ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการก็คือการต้อนรับที่เป็นเลิศ บริการที่เป็นเยี่ยม ผมเห็นว่าในเมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ติดต่อมาทางคุณกัน และคุณกันก็สามารถพูดภาษาเยอรมันได้ดี จึงเห็นว่าคุณกันควรจะเป็นผู้ดูแลลูกค้าต่อจนกระทั่งเขาเดินทางกลับ”
“เอ่อ แต่กันไม่ได้เป็นไกด์นะคะ คงให้ข้อมูลอะไรเขาไม่ได้” หญิงสาวว่า
“ผมไม่ได้ต้องการไกด์ เพราะทางบริษัทเรือเขาเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว แต่คุณกันเป็นคนดิวลูกค้ามาได้ ผมก็ให้เกียรติคุณในการล่องเรือครั้งนี้ไปพร้อมกับลูกค้าด้วย อ้อ ลืมบอกไปว่า ผมไม่ได้ใช้เรือยอร์ชของบริษัทเดิม เพราะเจ้าเดิมผูกขาดเรามานาน แถมช่วงหลัง ๆ ยังขยับราคาขึ้น ทั้งที่เรือสภาพเก่าลง ผมห่วงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงตัดสินใจเปลี่ยนบริษัทใหม่โดยที่ไม่ได้บอกคุณกันก่อน แต่ห่วงว่าบริษัทใหม่นั้นเราไม่เคยใช้บริการเขามาก่อน เกรงว่าจะบกพร่องในการดูแลลูกค้า ผมจึงต้องส่งคุณกันไปดูแลด้วยตัวเอง คุณกันคงไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ” เจ้านายของเธอเอ่ยปากเช่นนี้ แล้วเธอจะปฏิเสธได้อย่างไร
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวรับคำ
“ยังไงก็ฝากคุณกันด้วยแล้วกันครับ” เจ้านายหนุ่มทิ้งท้าย
“ให้พริ้มไปด้วยได้ไหมคะ คุณพฤกษ์” พริ้มเพราแทรกขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มร่าเริง คิดว่าถ้าเจ้านายใจดีเธอคงได้มีโอกาสไปเที่ยวกับเพื่อนในครั้งนี้ด้วย
“แล้วใครจะทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ให้ผมล่ะครับคุณพริ้ม” คนเป็นเจ้านายกล่าวถามยิ้ม ๆ คนถูกถามทำหน้าละห้อย นั่นก็แปลว่าเธอไม่มีโอกาสได้ไปยืนสวยใสอยู่บนเรือยอร์ชแสนโก้นั่น
“เฮ้อ อดอีกตามเคย แล้วเมื่อไหร่พริ้มจะหาแฟนได้สักทีล่ะคะ อยู่แต่ในออฟฟิศเนี่ย ไม่มีผู้ชายสักคน” หญิงสาวบ่นเสียงอู้อี้ เจ้านายหนุ่มยิ้ม “ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งในออฟฟิศนี้นะครับ”
“เอ่อ ขอโทษค่ะ พริ้มหมายถึง...คนที่ไม่ไกลเกินกว่าพริ้มจะเอื้อมถึงน่ะค่ะ” หญิงสาวยิ้มเก้อ ๆ ลูบแก้มตัวเองแก้เขิน “แต่ภูเก็ตไกลกว่าที่ที่ผมยืนอยู่มากเลยนะครับคุณพริ้ม” ชายหนุ่มส่งยิ้มขำขัน
“ค่ะ พริ้มไม่ไปก็ได้ค่ะ จะอยู่รับใช้บอสที่หล่อที่สุดในประเทศไทยอยู่ตรงนี้ละค่ะ” ว่าเสียงหงอย ๆ
ทุกคนในที่ประชุมหัวเราะขำขันกับน้ำเสียงประชดประชัน ส่วนเจ้านายของเธอก็ได้แต่อมยิ้ม ไม่ได้ตำหนิเธอแต่อย่างใดที่พูดล่วงเกินไปบ้างในบางครั้ง ก็เพราะเจ้านายของเธอเป็นกันเองกับพนักงานทุกคนอย่างนี้นี่เอง ที่นี่จึงไม่ค่อยมีใครลาออก และเธอก็คือหนึ่งในนั้นที่คิดว่าถ้าไม่โดนไล่ออกก็คงจะไม่ยอมออกไปหางานทำที่อื่นแน่ ๆ
หลังเลิกงานพริ้มเพราขับรถพากันธิดามายังห้างสรรพสินค้าแทนการไปส่งบ้านอย่างที่เคยทำ
“แกจะมาซื้ออะไรหรือยายพริ้ม” กันธิดาถามพลางปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ
“ฉันไม่ได้มาซื้ออะไรหรอก แกต่างหากที่ต้องซื้อ” พริ้มเพราว่า พลางขยับตัวจะลงจากรถเช่นกัน กันธิดาชะงักหันมาถาม
“ฉันซื้ออะไร แม่โทร. มาสั่งแกหรือว่าให้ฉันซื้อของไปให้” กันธิดาทำหน้างุนงงหนักขึ้นไปอีก
“เปล่า ก็อีกสองวันแกต้องไปภูเก็ตไม่ใช่เหรอ แล้วไม่ใช่ไปธรรมดาด้วยนะ แกต้องไปอยู่บนเรือยอร์ชสุดหรูตั้งเจ็ดวัน คิดดูสิว่ามีผู้ชายหล่อล่ำตั้งกี่คนในยี่สิบกว่าคนที่มา ดังนั้นแกต้องแต่งตัวเริ่ด ๆ ให้เหมาะสมกับเรือแพง ๆ เข้าใจไหม”
“เสื้อผ้าฉันก็มีเยอะแยะ ไม่ต้องซื้อใหม่หรอก กลับเถอะ”
“พอเลยแก เสื้อผ้าแกน่ะมีแต่เชยๆ เดี๋ยวฉันจัดให้ใหม่ แกมีหน้าที่จ่ายตังค์อย่างเดียว” พริ้มเพราว่าพลางลงจากรถเดินไปลากแขนเพื่อนให้เข้าไปยังห้างสรรพสินค้า
“เปลืองตังค์เปล่า ๆ น่ายายพริ้ม ฉันก็แค่ไปเป็นคนรับใช้พวกเขาเท่านั้นละ ไม่ต้องสวยก็ได้” กันธิดาทำเสียงอิดออด พริ้มเพราถอนใจระอา
“แกอย่างกเลยน่า หนี้สินอะไรแกก็ไม่มีสักอย่าง เงินเดือนได้มาก็แทบไม่ได้ใช้อะไร เอามาใช้สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตหน่อยจะเป็นไรไป เรือยอร์ชนะโว้ย ไม่ใช่เรือหางยาว แกจะได้มีโอกาสขึ้นไปโฉบง่าย ๆ ฉันนี่โคตรอิจฉาแกเลย แต่จะเซ้าซี้คุณพฤกษ์มากก็ไม่ได้ กลัวเป็นคนแรกของบริษัทที่โดนไล่ออกด้วยข้อหาบ้าผู้ชาย” กันธิดาหัวเราะขำ เมื่อนึกถึงข้อหาของเพื่อน
“ฉันว่าแกอาจจะโดนเร็ว ๆ นี้แหละ ถ้ายังหาเรื่องเย้าแหย่คุณพฤกษ์บ่อย ๆ ฉันไม่เคยเห็นพนักงานคนไหนกล้าต่อปากต่อคำคุณพฤกษ์แบบแกเลย ว่าแต่แกจะให้ฉันซื้ออะไร”
“นั่นไง ๆ ชุดว่ายน้ำ ฉันเห็นแกมีแต่ชุดวันพีชอยู่ตัวเดียว แถมป่านนี้ยางยืดคงหมดอายุไปนานแล้วมั้ง ไม่เห็นแกว่ายน้ำเป็นปีแล้วนี่” พริ้มเพราว่า กันธิดาเลิกคิ้วขึ้นสูง ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนของเธอจะช่างสังเกตขนาดนั้น
