บทที่ 4 chapter 4
“เพราะคุณมัวแต่คุยโทรศัพท์กับเมียอยู่น่ะสิ ถึงได้ไม่มองทาง ทำให้ฉันเกือบกลายเป็นฆาตกร” โต้กลับอย่างไม่ยอมรับผิดแต่ฝ่ายเดียว สาดสายตามองไปที่โทรศัพท์ในมือชายหนุ่มอย่างต้องการบอก...นั่นไงหลักฐาน ชัดเจนแจ่มแจ้ง ปฏิเสธไม่ได้
“เธอนี่นะ...นอกจากเถียงเก่งแล้วยังหาความคนอื่นเก่งจริงๆ กะแค่ฉันมีโทรศัพท์อยู่ในมือ ก็เหมาว่าตอนเกิดเหตุคุยกับเมียเสียอีก ปรักปรำกันอย่างนี้ ไปคุยที่โรงพักดีกว่าไหม”
“ไม่!! หยุดนะ!” ห้ามพร้อมถอยกรูดด้วยคิดว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาลากไปยังสถานีตำรวจ เพราะต้องพาน้องไปกรอกใบสมัครงานต่อหรอก ไม่เช่นนั้นเธอไม่กลัว ไปโรงพักนั่นแหละยิ่งดี ให้ตำรวจตัดสินไปเลย ใครผิดใครถูก ใครจะเป็นฝ่ายเสียหน้า
“ต้องการเรียกค่าเสียหาย ค่าทำขวัญเท่าไหร่ก็บอกมา” ตอนแรกไม่ได้คิดหรอกนะ แต่ตอนนี้น่ะ...ใช่เลย “ไอ้พวกไม่มีงานทำ ชอบหาเงินบนความลำบอกของคนอื่น รีดไถกันหน้าด้านๆ ” ไม่เพียงแค่คิดแต่สายน้ำผึ้งยังเอ่ยมันออกไปด้วย
“อ้าวคุณ...พูดอย่างนี้ก็สวยสิ ฉันไม่ได้วิ่งมาตัดหน้ามาให้รถเธอชนนะ มานี่เลย...ไปโรงพัก”
“ไม่!! หยุดนะ คุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”
“ข้อหาอะไรไม่ทราบคร้าบคุณผู้หญิง” เอ่ยถามอย่างเล่นลิ้น
“ลวนลาม”
“โธ่คู้ณ...อย่าคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนั้นซี่” ทำเสียงทุ้มๆ ต่ำๆ และยังจะลากยาวก่อกวนโทสะสาวตรงหน้า
“ให้คุณหน้าตาดี สวยเลิศราวกับนางสาวสยาม ยืนแก้ผ้ามาโยกซ้ายย้ายขวาเด้งหน้าเด้งหลังตรงหน้าก็...” เบะปากเล็กน้อย ยกนิ้วส่ายไปมา “หน้าตาสวยแต่นิสัยเห่ย พูดจาไม่เข้าหูคนอย่างนี้ ไม่ใช่สเปก ฉันไม่คิดสั้นหยิบเอาไปทำเมียหรอก รำคาญเสียงเห่าแง่งๆ ข้างหู บอกตรงๆ หน้าตาสวยแต่นิสัยไม่ดี กระเดือกไม่ลง”
สายน้ำผึ้งหน้าตึงเมื่อถูกด่ากระทบถึงเจ้าสี่เท้า เกือบกรีดร้องและกระทืบเท้ากึกๆ แล้วเชียว แต่ข่มกลั้นเพลิงโทสะเอาไว้ในอกได้ทัน รอบกายเคยมีแต่ผู้ชายคอยเอาอกเอาใจพะเน้าพะนอ ทว่าอีตาปากเสียแรกเจอคนนี้กลับต่อว่าเสียๆ หายๆ แล้วยังดูถูกหยามหยันอีก ก็เอาสิ...มาลองดูกัน คนอย่างเธอไม่ยอมให้ไอ้หน้าหล่อแต่ปากเสียนี่ดูถูกโดยไม่โต้ตอบกลับหรอกนะ อย่างนี้ต้องเอาคืนให้สาสม มือเรียวและยื่นไปด้านหน้า
“อะไร?”
“นามบัตร”
“เผอิญฉันนึกได้ว่ามีธุระสำคัญ ไม่สามารถอยู่คุยกับผู้ชายปากสุนัขเน่า ส่งกลิ่นเหม็นโชยมา จนฉันอยากคายของเก่าทิ้งได้ เลยคิดว่าขอนามบัตรคุณ แล้วค่อยนัดคุยอีกที หลังจากที่คุณไปปรับปรุงกลิ่นปากเหมือนหมาเน่าให้ดีขึ้น”
รอบกายเขามีผู้หญิงเยอะแยะไปหมด แค่ส่งสายตามามีหรือที่เขาจะไม่รู้ เธอคิดทำอะไรอยู่น่ะ ผู้หญิงสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมดนะ เอะอะก็...ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยก่อนขยับ “ไม่ล่ะ...ฉันไม่อยากได้ค่าทำขวัญ ไม่อยากได้...”
สายน้ำผึ้งถึงกับสั่นเทิ้ม ในอกร้อนราวกับถูกไฟเผา จากการมองของคู่กรณีปากสุนัขที่บ่งบอกมาอย่างชัดเจน...ไม่อยากเห็นเธออยู่บนเตียงเขา!
‘อีตาบ้า เอาสมองส่วนไหนคิด สวยเลิศอย่างเธอนี่นะ คิดอยากไปนอนบนเตียงเขา ฝันไปเถอะ’ กรามเล็กๆ ขบกัดจนแก้มนวลนุ่มขึ้นสัน นัยน์ตาเป็นประกายกร้าวแข็ง สูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรง ท่องไว้...อดทน เป็นครู่ใหญ่เธอถึงลดทอนความโกรธในอกลงได้เล็กน้อย กลีบปากอิ่มนุ่มคลี่ยิ้มละมุนละไม
“ไม่อยากได้ค่าทำขวัญ แล้วอยากได้อะไรจากฉันล่ะ”
“แค่เอ่ยคำขอโทษมาก็จบ แล้วทีหลังถ้ารู้ตัวว่าขับรถอยู่ก็ช่วยดูถนนหนทางด้วยละกัน ไม่ใช่ว่ามองดูอย่างอื่น...” ไม่จำเป็นต้องเอ่ยพูด เพราะอีกฝ่ายคงรู้ตัวดีแล้ว เขาหมายถึงสิ่งใด
‘ไอ้...ไอ้ปากมอม!’ ริ้วลมร้อนพุ่งขึ้นจนแทบออกทางใบหูราวกับหวูดรถไฟ ขบกัดฟันจนมีเสียงดังกรอดๆ ประกายไฟในดวงตาแลบแปลบปลาบราวกับสายฟ้ายามท้องฟ้ามีพายุฝนฟ้าคะนอง ศีรษะซีกหนึ่งคล้ายถูกลิ่มเหล็กกระหน่ำตอกเป็นจังหวะการเต้นของเส้นเลือด พร้อมอาการคลื่นไส้อยากคายของเก่าทิ้งไป ทว่าสายน้ำผึ้งยังสามารถอดทนข่มกลั้นใจให้ดวงหน้านวลแดงระเรื่อยังมีรอยยิ้มหวานละมุนอยู่ได้
“ไอ้ที่พูดมากปากเสียอยู่นี่ ต้องการแค่คำขอโทษเนี่ยะนะ...ได้สิ ฉันขอโทษที่ขับรถเกือบชนคุณไปอัดก๊อบปี้กับฟุตบาท เสียดายน่าจะไปบี้อัดกับต้นไม้หรือไม่ก็ผนังตึงที่มีเหล็กแหลมๆ ยื่นออกมาน่ะ จะได้แทงให้เป็นรูโหว่ ถ้าให้ดีเกี่ยวเฉือนปากให้ฉีกจะได้ไม่มาพูดว่าเขาอื่นเขาเสียๆ หายๆ อย่างนี้”
“อ้าว...มาแช่งกันได้ไงน่ะ หน้าตาก็สวยดี แต่ปากเปราะอย่างนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ No boyfriend”
เมื่อถูกปรามาสเอาซึ่งๆ หน้า สายน้ำผึ้งถึงร้อนราวถูกไฟเผา ทำไม...เธอไม่มีไอ้ตัวพัดลมส่ายไปมาแล้วมันหนักส่วนไหนของเขาล่ะ ชิ...จมูกโด่งยู่ย่น “สนใจไปทำไมไอ้พวกผู้ชายเฮงซวย เห็นดีแต่เอารัดเอาเปรียบ สร้างแต่ปัญหาให้คนอื่นเขาลำบาก งานการไม่ยอมทำ คอยแต่รีดไถเงินทองไม่เว้นแต่ละวัน มีไปก็เท่านั้น รำคาญมากกว่า”
“อืม...เหตุผลก็ดีนี่” พยักหน้าเล็กน้อย “แต่อันที่จริง หน้าตาสวย แต่นิสัยไม่ดี เลยไม่มีใครเอามากว่า”
“ไอ้...ไอ้คนปากมอม กินหมาเน่าเป็นอาหารหรือไง ถึงได้มายืนว่าผู้หญิงปาวๆ อย่างนี้น่ะ จะให้ฉันหาผ้าถุงผู้หญิงให้ไหม”
“เก็บเอาไว้ใส่เองเถอะคุณ ดีเสียอีก ใส่ผ้าถุงลวดลายสวยๆ เจริญหูเจริญตาดีกว่าไอ้กระโปรงสั้นเต่อ จนแทบปิดไอ้นั่นไม่มิด” ด้วยตอนนี้เริ่มมีสายตาหลายคู่จากเหล่านักศึกษาเมียงมองมาด้วยความสนใจ อีกทั้งหางตาไกลๆ คุ้นว่านักศึกษาที่เดินตรงลิ่วมาหานั้นเป็นเขาเคยสอนเสียด้วยสิ
“เฮ้ย!! เดี๋ยว จะไปไหน” สายน้ำผึ้งส่งเสียงร้องโวยวายเสียงเขียว เมื่ออยู่ดีๆ อีตาหมีควายปากเน่าปากบอนก็หันหลังหนีไปซะงั้น
“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่น้ำผึ้ง” เฌอเอมมาทันเห็นหลังไวๆ ของชายคนที่เดินจากไป คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างคุ้นตา
