บทที่ 7 chapter 7
“ท่านสั่งงานไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญคุณน้ำผึ้งทางนี้” พนักงานเอ่ยบอกเสียงหวาน ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งพาสายน้ำผึ้งเดินผ่านพนักงานสาวอีกสามสี่คนซึ่งนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้นไปที่ประตูกระจกใส “คุณเดินตามเส้นทางนี้ไป สุดปลายทางก็ให้เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองห้องแรก ห้องประชุมเล็กนะคะ”
สายน้ำผึ้งมองตามร่างโปร่งที่สะบัดหน้าเชิดเดินกลับไปทางเดิม ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจกับความไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายส่งมาให้ รีบก้าวเดินฉับๆ ไปตามเส้นทางที่ได้รู้ ทว่า...
“บ้าจริง! ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า วันนี้มันวันซวยอะไรของเธอนะ ถึงได้เจอแต่อุปสรรคตลอดเลย” บ่นพึมพำขณะก้มลงเก็บเอกสารที่หลุดร่วงออกจากอ้อมแขนและรีบเดินไปยังห้องประชุมเล็กอย่างเร็ว
“เชิญ” เอ่ยอนุญาตเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู โดยที่ยังก้มหน้ามองดูเอกสารในมืออย่างขะมักเขม้น คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน มือแกร่งยื่นไปคว้าปากกามากดและทำเครื่องหมายในเอกสารที่เขาเห็นรายละเอียดปลีกย่อยไม่ชัดเจน พร้อมเขียนซ้ำด้วยว่าต้องการให้เป็นยังไง
“ช่วยล็อกห้องให้ด้วย” เอ่ยสั่งโดยไม่หันไปมองคนที่เข้ามา ด้วยเขาต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากให้มีใครเข้ามาขัดจังหวะระหว่างการคุยงาน
“ขอโทษนะคะ ฉันทำให้คุณต้องรอ” หญิงสาวเอ่ยปากขอโทษตามมารยาททั้งที่เธอก็ไม่ได้มาสายเพียงแค่จวนเจียนไปเล็กน้อยเท่านั้นเอง
“ไม่เป็นไร ยังไม่ถึงเวลานัด” ชายหนุ่มตอบกลับโดยไม่ยอมเงยหน้าจากเอกสาร มือจดรายละเอียดเพิ่มลงไปในสัญญาอีกเล็กน้อย เพื่อให้อีกฝ่ายได้นำกลับไปอ่านและแก้ไขให้เป็นไปตามความต้องการของเขา
‘เสียงนี้!! คุ้นหูจัง’ คิ้วโก่งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากัน รีบลดแฟ้มเอกสารในมือที่ทำให้เธอมองคนพูดไม่ชัดเจนลง
ผมสีดำสนิทราวกับนิลหวีจนเรียบแทบไม่มีเส้นใดปลายกระดิกออกมาให้เห็น ลำคอแกร่งและแผ่นหลังกว้าง...คุ้นตามาก คิ้วโก่งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากัน ฟันซี่เล็กขาวสะอาดขบกัดกลีบปากอิ่ม คุ้นอย่างกับเธอเพิ่งเคยเจอคนลักษณะอย่างนี้เมื่อไม่นานนี่เอง
นัยน์ตากลมใสแจ๋วไล่มองทั่วร่างใหญ่อย่างไม่รักษามารยาทเอาเสียเลย ด้วยสมองไพล่คิดถึงคนบางคนที่ด่าว่าเธอเสียๆ หายๆ เมื่อวันก่อน แล้วเดินจากไปอย่างไม่ยอมเคลียร์เรื่องราวให้มันจบ เฝ้าภาวนาขออย่าให้คนตรงหน้าใช่คนที่เธอคิดอยู่เลย เพราะไม่อยากมีปัญหาต่อปากต่อคำกับลูกค้า อันจะกลายเป็นประวัติด่างพร้อยที่เธอไม่อยากให้มี
“อ้าว...จะยืนค้ำหัว มองอย่างกับไม่เคยเห็นคนอยู่อีกนานไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยหงุดหงิด งานนี้เขาไม่ได้อยากรับมาทำแต่มันมีเหตุให้ต้องลงมาจัดการเอง
สายน้ำผึ้งถึงกับอ้าปากค้างอย่างกับคนถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ เมื่อเห็นคู่กรณีชัดเจนเต็มสองตา
“คุณ!! คุณมาทำอะไรที่นี่!!” หญิงสาวถามเสียงเข้มออกเค้าดุแข็งอย่างลืมตัว เพลิงอารมณ์เริ่มคุกรุ่นพร้อมควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาราวกับมีใครเอาถ่านไฟร้อนๆ ไปโยนใส่ฟางแห้งเมื่อเจอคู่ปรับที่ทำให้เธอแพ้ยับเยินมาแล้วครั้งหนึ่ง
“เผอิญได้ยินข่าวมา...”
ชายหนุ่มกวาดสายตามองไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า วันนี้ของเธอไม่ต่างจากวันนั้นเลยสักนิด เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อนสวมทับเสื้อเชิ้ตคอปกสีมะปรางอ่อน ปลดกระดุมสองเม็ดบนให้เห็นร่องอกอวบอิ่มรำไร ตัวกระโปรงรัดรูปยาวลงมาปิดแก้มก้นเล็กน้อย ตัวชายกระโปรงจับกลีบสั้นๆ รายรอบ อวดลำขาเสลายาวเรียวยามก้าวเดิน เรียกทุกสายตาให้ต้องเหลียวมองจนต้องเหลียวหลังได้ชะงัด
“มีผู้หญิงบางคนอารมณ์เปลี่ยวเหงา หนังหน้าอย่างหนา ยางอายไม่มี สนุกกับการที่ได้เห็นคนอื่นเป็นทุกข์จากการถูกแย่งของรักของหวง ชอบลดแลกแจกให้คนอื่นกินฟรี” ชายหนุ่มเอ่ยย้ำในบางคำ รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหยักของดวงหน้าเข้มดุ ไม่สนใจเพลิงโทสะจากสาวร่างโปร่งเพรียวที่แผ่กระจายมา
“ก็เลยสงสัย ผู้หญิงคนนั้นจะสวยเลิศเลอสักแค่ไหน ถึงทำให้ผู้ชายแก่ๆ บางคนทุรนทุรายร้อนใจด้วยความอยาก...กินของคาวๆ แต่เห็นหน้าแล้ว...”
ตอนได้ฟังคนเป็นป้าร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายพาลูกพี่ลูกน้องสาวอย่างเนตรนพิศมาปรับทุกข์เรื่องสามีไปติดพันผู้หญิงคนใหม่ จนถึงขั้นเอ่ยปากยกเลิกการไปทัวร์ต่างประเทศ เขาชักอยากเห็นแม่ผู้หญิงหน้าด้านคนนั้น จะสวยเลิศแจ่มเลิศราวกับนางฟ้านางสวรรค์มาจากไหน ถึงได้ทำให้ผู้ชายวัยคราวพ่อร้อนรุ่มทุรนทุรายจนแทบเป็นบ้า แต่ได้เห็นแล้ว ศีรษะทุยสะบัดแรงๆ ปากหนาเบะออก...
“ผิดหวังเป็นอย่างแรง!!”
แค่ได้เจอคนตรงหน้าอย่างไม่คาดฝัน สายน้ำผึ้งก็หน้าหงิกงอบูดบึ้งแล้ว ได้เจอกับคำพูดและสายตาหยามเหยียดเย้ยหยันยัดเยียดในสิ่งไม่ได้เป็นอีก เรื่องเก่ายังไม่ได้เคลียร์ ก็มีเรื่องใหม่มาอีก เพลิงโทสะในกายถึงพุ่งปรี๊ดราวกับน้ำในกาที่ถูกต้มจนเดือดพล่าน ไอสีขาวพวยพุ่งออกทางใบหูซึ่งแดงเถือกราวกับถูกหยิกขยี้อย่างรุนแรง
ปัง!! หญิงสาวทิ้งแฟ้มเอกสารในมืออย่างไม่ยี่หระว่าข้าวของภายในจะร่วงปลิวหล่นออกมา ทาบสองฝ่ามือเท้าบนโต๊ะตัวยาว
“หุบปากเน่าๆ ของคุณได้แล้วไอ้...” อุ้ย!! นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง ยกมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อรู้ว่าทำอะไรลงไป สายน้ำผึ้งรีบข่มเพลิงโทสะในกายด้วยการท่องคำว่าอดทนเอาไว้ งาน...งาน แต่ก็ยากเหลือเกิน เมื่อในใจร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผาอยู่อย่างนี้
แต่...เจอคนเกลียดมาก็เยอะแยะแล้ว มีเพิ่มอีกคนก็ไม่เห็นทำให้โลกที่ยืนอยู่เปลี่ยนแปลงไปเลยนี่น่า อีกอย่างเธอก็มีวิธีการรับมือพวกปากไม่มีหูรูดเหล่านี้นี่น่า ไหล่กว้างเลิกขึ้น กลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้ม นัยน์ตาใสแจ๋ววาววับ
“เฮ้อ! คุณนี่นะ” หญิงสาวทรุดตัวลงนั่ง แผ่นหลังและลำคอตรงดิ่ง มือเรียวยาวยื่นไปด้านหน้าเล็กน้อย ตวัดลำขาเสลาพาดบนขาอีกข้างอวดต้นขากลมกลึงนวลเนียนน่าจับต้องอย่างไม่สนใจสายตาเข้มดุที่มองมาอย่างกล่าวหา
