บทที่ 11 หนี้ชีวิต

กิ่งฟ้าสะดุ้งสุดตัว ความหวาดกลัวเรื่องเสี่ยกำพลยังฝังหัว เธอออกแรงผลักอกชายขี้เมาคนนั้นสุดแรงเกิดจนอีกฝ่ายเซถลา!

“อีเด็กเวร! เป็นแค่เด็กเสิร์ฟ เสือกเล่นตัวเหรอวะ!”     ชายร่างท้วมโกรธจัด เงื้อมือขึ้นเตรียมจะฟาดหน้าเธอ

กิ่งฟ้าไม่รอให้ตัวเองถูกทำร้าย เธอเบี่ยงตัวหลบแล้วสับเท้าวิ่งหนีสุดชีวิต มุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางออกหลังคลับที่เชื่อมกับลานจอดรถ V-VIP เพื่อหนีความวุ่นวายและความอับอายทั้งหมด!

หญิงสาวผลักประตูหนีไฟออกไปสู่อากาศภายนอก สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาปรอยๆ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ฝืนดื่มรับแขกไปหลายแก้วเริ่มออกฤทธิ์จู่โจมอย่างหนัก

โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ร่างกายร้อนวูบวาบสลับกับหนาวสั่น เธอหอบหายใจจนตัวโยน แข้งขาอ่อนแรงจนแทบทรุด คิดจะวิ่งไปหลบที่มุมตึกเพื่อตั้งสติ ทว่า

ฝ่ามืออวบอูมของใครบางคนก็พุ่งมาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างรุนแรง!

“กรี๊ดด!”

“มึงคิดว่าจะหนีกูพ้นเหรออีฟ้า!!”

เสียงแหบพร่าของ 'เสี่ยกำพล' ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน ชายแก่ร่างท้วมพร้อมลูกน้องชายฉกรรจ์สองคนเดินออกมาจากเงามืด ปิดล้อมร่างเล็กๆ ของกิ่งฟ้าไว้ทุกทิศทาง สายตาหื่นกระหายกวาดมองเรียวขาขาวภายใต้ชุดเดรสสั้นอย่างจาบจ้วง

“ปล่อยฉันนะ!”

กิ่งฟ้าสะบัดตัวดิ้นรน แต่ลูกน้องของมันกลับกระชากกระเป๋าสะพายใบจิ๋วของเธอไปอย่างแรงจนสายสะพายขาดคามือ!

มันล้วงเข้าไปข้างในแล้วดึงปึกธนบัตรสีเทาที่เธอทนกล้ำกลืนดื่มเหล้าแลกมาออกมาโชว์ให้เจ้านายดู

“โห เสี่ย! อีนี่มันซ่อนเงินสดไว้เกือบแสนเลยครับ!”

เสี่ยกำพลตาลุกวาว กระชากเงินปึกนั้นมายัดใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองหน้าตาเฉย

“เก่งนี่หว่า มาทำงานคืนเดียวได้เป็นแสน ถือซะว่านี่เป็นค่าเสียเวลาและดอกเบี้ยน้ำจิ้มของกูคืนนี้ก็แล้วกัน!”

“เอาเงินฉันคืนมานะ! นั่นมันเงินของฉัน!”

กิ่งฟ้าตาแดงก่ำ พยายามจะพุ่งเข้าไปแย่งเงินก้อนนั้นคืน แต่อนิจจา ฤทธิ์เหล้าที่ตีตื้นขึ้นมาทำให้เธอเซถลาจนถูกลูกน้องของมันผลักล้มลงไปกองกับพื้นซีเมนต์ที่เปียกแฉะ

“เสี่ย กิ่งบอกแล้วไงคะว่าจะหาเงินมาคืน”

กิ่งฟ้าพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น ถอยกรูดจนแผ่นหลังชิดกำแพงอิฐเย็นเฉียบ

“ห้าล้านนะอีหนู ไม่ใช่ห้าบาท! ในเมื่อวันนี้มึงยังไม่มีเงินจ่ายต้น งั้นมึงก็จ่าย 'ดอกเบี้ย' ให้กูชิมก่อนเป็นไง” เสี่ยกำพลก้าวเข้ามาใกล้จนประชิด กลิ่นเหล้าและบุหรี่ทำให้เธอแทบอยากจะอาเจียน

“คุกเข่าลงซะ แล้วใช้ปากสวยๆ ของมึงช่วยทำให้กูสบายตัวหน่อย ถ้ามึงทำดี คืนนี้กูอาจจะลดดอกให้มึงอีกสักหมื่นสองหมื่น”

“ฝันไปเถอะ! เก็บดอกเบี้ยเสี่ยไว้กินในนรกเหอะ!”     กิ่งฟ้าตอกกลับเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นท้าทายแม้ขาทั้งสองข้างจะสั่นและสติเริ่มพร่าเลือน

“เงินห้าล้านฉันจะหามาคืนแน่ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีต่ำๆ แบบที่เสี่ยคิด!”

“อีเด็กปากดี! จับตัวมันยัดขึ้นรถ!”

ทว่า ก่อนที่ลูกน้องของมันจะทันได้แตะตัวเธอ

“หยุด ออกไปให้ห่างจากผู้หญิงคนนั้นซะ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าทรงอำนาจและเยือกเย็นจนน่าขนลุกดังกังวานฝ่าสายฝน ทำเอาทุกคนชะงักงัน

ร่างสูงใหญ่ของวายุก้าวออกมาจากเงามืดของประตูหลังคลับพร้อมกับเตชินท์ที่เดินตามมาติดๆ ซาตานหนุ่มล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงสแล็ก นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความเฉยชา แต่กลับแผ่รังสีอำมหิตกดดันจนคนถูกมองแทบหยุดหายใจ

“มึงเป็นใครวะ! อย่ามาเสือกเรื่องของกูกับเมียกู!” เสี่ยกำพลตวาดแหว แม้จะแอบหวั่นเกรงในรัศมีอำนาจของอีกฝ่ายก็ตาม

“เมีย?”

วายุทวนคำแค่นยิ้มหยัน เขาเดินก้าวเข้ามายืนตระหง่าน บังร่างบอบบางที่เปียกปอนและกำลังเมามายของกิ่งฟ้าเอาไว้มิดชิด

“เท่าที่ฉันเห็น นี่มันคือการใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ ปล้นทรัพย์ มากกว่าเรื่องในมุ้งนะ”

“แหกตาดูซะบ้างไอ้แก่ ว่ามึงกำลังเห่าใส่ใคร!”

เตชินท์ที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวขึ้นมาสมทบ แสยะยิ้มสมเพช

“นี่คุณวายุ วรโชติ เจ้าของที่ดินตึกที่มึงเช่าเปิดบริษัทเงินกู้อยู่ไงล่ะ อยากโดนถอนสัญญาคืนนี้เลยไหม?”

ชื่อของ 'วรโชติ' ทำเอาเสี่ยกำพลและลูกน้องถึงกับหน้าถอดสี ขาแข็งกึกราวกับถูกตอกตะปู

“คะ คุณวายุ”

เสี่ยกำพลเสียงสั่น รีบเปลี่ยนท่าทีทันควัน

“คือ อีนี่มันติดหนี้ผมอยู่ห้าล้านครับ! ผมแค่มาทวงหนี้ตามสิทธิ์!”

วายุไม่สนคำแก้ตัวของสวะตรงหน้า เขาปรายตามองหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่ด้านหลัง ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด ร่างบอบบางนั้นสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทว่านัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับปราศจากการยอมจำนน มันเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและหยิ่งทะนง

แววตาของสัตว์ป่าตัวน้อยที่ถูกต้อนให้จนมุม ถูกปล้นจนหมดตัว แต่ยังฝืนแยกเขี้ยวสู้ กระตุกความรู้สึกหวงก้างในอกของซาตานหนุ่มอย่างรุนแรง เขาเกลียดที่ต้องเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวนั้นถูกเหยียบย่ำโดยสวะอย่างไอ้เสี่ยนี่

“เขาพูดจริงหรือเปล่า หนี้ห้าล้าน?”

วายุเอ่ยถามกิ่งฟ้า เสียงของเขาราบเรียบแต่มั่นคง

กิ่งฟ้าเงยหน้ามองผู้ชายที่เพิ่งเจอกันเมื่อตอนบ่าย แววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาฉายแววอับอายและสิ้นหวัง เธอพยักหน้าช้าๆ

“จริงค่ะ ป้าเอาโฉนดบ้านไปจำนองไว้กับเขา”

วายุนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปหาเสี่ยกำพลด้วยสายตาที่อันตรายขั้นสุด

“บอกเลขบัญชีมึงมา”

คำสั่งสั้นๆ แต่เฉียบขาดทำเอาเสี่ยกำพลชะงัก         

“ห๊ะ? คุณวายุจะจ่ายแทนมันเหรอครับ?”

“อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ”

วายุกดเสียงต่ำลงอีก

เสี่ยกำพลละล่ำละลักบอกเลขบัญชีบริษัทของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว วายุล้วงสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าสูท นิ้วแกร่งกดทำรายการโอนเงินผ่านระบบ VIP ของธนาคารด้วยท่าทีราบเรียบ ราวกับตัวเลขเจ็ดหลักนั้นเป็นเพียงเศษเงินซื้อกาแฟแก้วหนึ่ง

เพียงไม่กี่วินาที เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าก็ดังตะเบ็งขึ้นจากเครื่องของเสี่ยกำพล

“โอนให้แล้ว ห้าล้านบาทถ้วน”

วายุเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์

“ทีนี้ โยนโฉนดนั่นลงมา แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้ากู ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจสั่งลูกน้องฝังพวกมึงไว้ใต้ลานจอดรถนี่แหละ!”

เสี่ยกำพลที่เห็นยอดเงินถึงกับหน้าถอดสี มันรีบล้วงโฉนดบ้านยับย่นออกจากกระเป๋าเสื้อ โยนทิ้งลงบนพื้น แล้วหอบเอาเงินแสนของกิ่งฟ้าพร้อมกับพาลูกน้องวิ่งหางจุกตูดหนีไปขึ้นรถตู้อย่างรวดเร็ว

กิ่งฟ้ารีบถลาเข้าไปตะครุบโฉนดใบนั้นมากอดไว้แนบอก สะอื้นไห้ออกมาด้วยความโล่งใจที่เหมือนยกภูเขาออกจากอก

แต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาที เมื่อเธอดึงสติกลับมาได้ว่า ผู้ชายตรงหน้าเพิ่งควักเงินส่วนตัวโอนจ่ายห้าล้านบาท เพื่อซื้อหนี้และชีวิตของเธอเอาไว้ในกำมือของเขาแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้น เงินสดก้อนเดียวที่เธออุตส่าห์ทนกล้ำกลืนชงเหล้าแลกมา ก็ถูกเสี่ยกำพลปล้นไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เธอไม่เหลืออะไรเลยนอกจากตัวเปล่าๆ

หญิงสาวใช้มือที่สั่นเทายันตัวลุกขึ้นยืน โลกตรงหน้าพร่ามัว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ผสมปนเปกับความสิ้นหวังทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเธอขาดผึง เธอเผชิญหน้ากับแววตานิ่งลึกของวายุ ศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่สั่งให้เธอเชิดหน้าขึ้น

“เงินห้าล้านที่คุณเพิ่งจ่ายไป ขอบคุณนะคะ” กิ่งฟ้าเอ่ยเสียงสั่นพร่า

“แต่ฉันจะหาเงินมาชดใช้ให้คุณทุกบาท”

“ชดใช้?”

วายุเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักกระตุกยิ้มเย้ยหยันที่ดูอันตรายอย่างร้ายกาจ

“ด้วยอะไรล่ะ? ด้วยเงินเดือนพนักงานเสิร์ฟชั่วโมงละไม่กี่สิบบาท หรือด้วยการใส่ชุดรัดติ้วเดินเร่ขายตัวในคลับแบบเมื่อกี้?”

คำพูดเชือดเฉือนนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีของกิ่งฟ้าจนเลือดซิบ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด

“นักธุรกิจอย่างคุณ คงไม่จ่ายเงินห้าล้านเพื่อช่วยคนแปลกหน้าฟรีๆ หรอกใช่ไหมคะ”

กิ่งฟ้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีรัตติกาล ความเมามายทำให้เธอใจกล้าบ้าบิ่นกว่าปกติ

“คุณต้องการอะไร”

“ฉลาดดีนี่ ที่ยังจำทฤษฎีการตลาดเมื่อบ่ายได้”         วายุก้าวประชิดตัวร่างบอบบาง ก้มหน้าลงไปใกล้จนกิ่งฟ้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นวิสกี้

“ฉันไม่เคยลงทุนกับอะไรที่ไม่ได้ผลกำไร เธอคิดว่าตัวเธอ มีอะไรพอจะแลกกับเงินห้าล้านของฉันได้บ้างล่ะ สาวน้อย”

น้ำเสียงทุ้มพร่าและแววตาที่มองมาราวกับกำลังประเมินสินค้า ทำเอากิ่งฟ้าขนลุกซู่ มันเป็นการต้อนให้จนมุมยิ่งกว่าการถูกเสี่ยกำพลคุกคามเสียอีก

มีอะไรพอจะแลกงั้นหรือ

ในเมื่อชีวิตเธอถูกสังคมตีราคาไปแล้ว ถูกปล้นจนไม่เหลือแม้แต่เงินติดกระเป๋า ถ้าจะต้องขายศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับบ้าน เธอก็ขอเป็นคนยื่นข้อเสนอนี้ด้วยตัวเอง อย่างน้อย เธอก็ไม่ใช่เหยื่อ แต่เป็นคนทำข้อตกลง!

“ก็ร่างกายของฉันนี่ไงคะ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป