บทที่ 4 ข้อเสนอที่ถูกปฏิเสธ
วายุตวัดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก
“โดยเฉพาะเรื่องภูมิหลังครอบครัว การเงิน และ... จุดอ่อนของเธอ ไปหามาให้ละเอียดที่สุด”
“รับทราบครับบอส”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแรงดึงดูดเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ... จุดเริ่มต้นของ กับดัก ที่ซาตานหนุ่มเตรียมจะวางหมาก โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ผู้หญิงธรรมดาๆ คนนี้ กำลังจะค่อยๆ ดึงรั้งและลากจูงชีวิตอันแสนเพอร์เฟกต์ของเขา... ให้หลุดวงโคจรออกนอกเส้นทางเดิมไปตลอดกาล
ตลอดทางเดินไปร้านกาแฟเพื่อเข้ากะทำงานพาร์ตไทม์ กิ่งฟ้าพยายามสะบัดภาพผู้ชายดวงตาคมกริบคนนั้นออกจากหัว
เธอไม่กล้าปล่อยให้ตัวเองสนใจเรื่องอื่นมากเกินไป ชีวิตของเธอไม่ได้อยู่ในจุดที่จะมีสิทธิ์เผลอไผลไปฝันเฟื่องกับอะไรที่ดูห่างไกลขนาดนั้น
ประธานกรรมการบริหารของวรโชติกรุ๊ป ผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ กับนักศึกษาทุนปีสามที่ต้องวิ่งรอกทำงานพาร์ตไทม์สายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินยาไส้... สองสิ่งนี้ไม่ควรถูกนำมาวางไว้ในประโยคเดียวกันตั้งแต่แรก
หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ก่อนจะผลักประตูกระจกของร้านกาแฟเข้าไป กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วหอมกรุ่นลอยมากระทบจมูก คลอเคล้าไปกับเสียงเครื่องบดกาแฟที่กำลังทำงาน
“วันนี้เลทไปนิดนะเรา”
พี่ดาว ผู้จัดการร้านใจดีเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอเครื่องคิดเงินแล้วเอ่ยทัก
“ขอโทษค่ะพี่ดาว พอดีวันนี้คลาสเลิกช้านิดหน่อย”
กิ่งฟ้าวางกระเป๋าผ้าลงในล็อกเกอร์หลังร้านอย่างรวดเร็ว รวบผมที่ยาวสยายขึ้นเป็นหางม้า มัดด้วยยางเส้นเล็กให้ดูทะมัดทะแมง ก่อนจะคว้าผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มมาสวมทับชุดนักศึกษาอย่างคล่องแคล่ว
“ไม่เป็นไรหรอก วันนี้คิวไม่ค่อยแน่น น่าจะไปยุ่งอีกทีตอนหัวค่ำนู่น”
พี่ดาวยิ้มรับ
“เดี๋ยวฝากกิ่งไปรับออเดอร์โต๊ะริมกระจกหน่อยนะ แล้วก็มาช่วยพี่เคลียร์ออเดอร์เดลิเวอรีตรงนี้ด้วย”
“ได้เลยค่ะ”
ชีวิตของกิ่งฟ้าหมุนวนเป็นลูปเดิมๆ ตื่นนอน ไปเรียน ทำงานพาร์ตไทม์ กลับบ้าน อ่านหนังสือ แล้วก็เข้านอน หน้าที่ในร้านกาแฟของเธอไม่ใช่แค่การยืนยิ้มหลังเคาน์เตอร์ แต่เธอต้องทำตั้งแต่ชงกาแฟ เสิร์ฟออเดอร์ เช็ดโต๊ะ ล้างแก้ว ไปจนถึงถูพื้นร้านก่อนปิดกะ
มันไม่ใช่ชีวิตที่มีเวลาว่างให้มานั่งฝันหวาน แต่มันก็เป็นชีวิตรูปแบบเดียวที่เธอยังพอจะควบคุมได้ อย่างน้อย ร้านกาแฟแห่งนี้ก็ยังเป็นเซฟโซนให้เธอได้พักหายใจ ก่อนจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับ 'ป้าจันทร์' ในแต่ละคืน
กิ่งฟ้าหยิบสมุดจดออเดอร์เดินตรงไปยังโต๊ะริมกระจก ทว่าทันทีที่ก้าวไปถึง เธอก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าลูกค้าที่นั่งอยู่คือใคร
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ร้านกาแฟเล็กๆ ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะมีลูกค้าผู้ชายแวะเวียนมาอุดหนุนหนาตาเป็นพิเศษในช่วงที่กิ่งฟ้าเข้ากะ ด้วยใบหน้าสวยหวานที่ดูสะอาดสะอ้าน นัยน์ตากลมโตที่มักจะเรียบเฉยแต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด ทำให้มีทั้งนักศึกษาหนุ่มๆ และคนวัยทำงานแวะมาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน
บางคนแค่มาสั่งกาแฟแล้วขอไอจี ซึ่งกิ่งฟ้าก็ปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล แต่สำหรับบางคน... กลับล้ำเส้นยิ่งกว่านั้น
“รับอะไรดีคะ”
กิ่งฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเป็นทางการ
“รับน้องกิ่งไปทานข้าวมื้อค่ำด้วยกันได้ไหมจ๊ะ”
ลูกค้าชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนม ที่มักจะแวะเวียนมาที่ร้านเป็นประจำทุกสัปดาห์ เอ่ยปากด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
สายตาของเขากวาดมองเรือนร่างเพรียวบางในชุดนักศึกษาอย่างจาบจ้วง ก่อนจะจงใจวางกุญแจรถสปอร์ตคันหรูและกระเป๋าสตางค์ที่อัดแน่นไปด้วยบัตรเครดิตลงบนโต๊ะ
“ขอโทษด้วยค่ะ หนูต้องทำงานจนถึงร้านปิด คงไม่สะดวก”
กิ่งฟ้าตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย
“ถ้าคุณลูกค้ายังไม่พร้อมสั่ง รบกวนรอก่อนนะคะ หนูขอตัวไปรับออเดอร์โต๊ะอื่นก่อน”
“เดี๋ยวก่อนสิน้องกิ่ง...”
ชายคนนั้นรีบยื่นมือมาหมายจะแตะท่อนแขนของเธอ แต่กิ่งฟ้าเบี่ยงตัวหลบอย่างมีชั้นเชิง
“พี่พูดจริงๆ นะ... น้องกิ่งหน้าตาสวยขนาดนี้ จะมามัวยืนชงกาแฟ เสิร์ฟน้ำ ล้างแก้วให้มือเปื่อยอยู่ทำไม”
กิ่งฟ้ายืนนิ่ง นัยน์ตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์
ชายวัยกลางคนยิ้มกริ่มเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายยอมฟัง เขาล้วงนามบัตรขอบทองออกมาวางตรงหน้าเธอ
“มาอยู่กับพี่ไหม... พี่ให้เดือนละแสน ไม่ต้องทำงานงกๆ แบบนี้ พี่พร้อมส่งเสียให้น้องกิ่งเรียนจนจบ ป.โท เลยด้วยซ้ำ อยากได้กระเป๋าแบรนด์เนม หรืออยากขับรถยุโรป พี่จัดให้ได้หมด ขอแค่น้องกิ่งทำตัวน่ารักๆ อ้อนพี่เก่งๆ ก็พอ”
ข้อเสนอ 'เลี้ยงดู' ที่ถูกหยิบยื่นมาให้พร้อมกับตัวเลขหลักแสน... สำหรับเด็กสาวที่ต้องดิ้นรนหาเงินจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างด้วยตนเองอย่างกิ่งฟ้า มันคือจำนวนเงินที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเธอให้สุขสบายได้ในพริบตา
ทว่า... กิ่งฟ้ากลับมองนามบัตรใบนั้นด้วยสายตาสมเพช
เธอไม่เคยโกรธเวลาที่มีคนมาจีบ แต่เธอเกลียดที่สุด... คือพวกที่คิดว่าเงินสามารถซื้อศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเธอได้
“ขอบคุณสำหรับความกรุณานะคะ”
