บทที่ 3 ตอนที่ 2 : เงารักในรอยพราง (NC 18+)
ตอนที่ 2 : เงารักในรอยพราง (NC 18+)
ค่ำคืนที่ไร้ซึ่งเงาร่างของไอรินส่งผลให้คฤหาสน์หลังใหญ่ดูเงียบเหงาวังเวงกว่าที่เคยเป็น เอพริลสาวน้อยวัยแรกแย้มได้แต่นั่งทอดถอนใจอยู่บนโซฟาบุหนานุ่มตัวหนากลางโถงบ้านอันกว้างขวาง แสงไฟสลัวรำไรที่สาดส่องลงมาขับเน้นใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราให้ดูละมุนตาน่าทะนุถนอม ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังความว่างเปล่าราวกับกำลังรอคอยบางสิ่ง... หรืออาจะเป็น 'ใครบางคน' บุรุษผู้มักจะนำพากระแสคลื่นแห่งความร้อนแรงและรุ่มร้อนกลับมาสู่บ้านหลังนี้เสมอ
และแล้วในความเงียบสงัด เสียงประตูหน้าบ้านก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเมฆ พี่เขยหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ล้นเหลือ บัดนี้เขาอยู่ในสภาพที่ดูดิบเถื่อนและเย้ายวนใจยิ่งกว่าวันใด อาภรณ์เสื้อเชิ้ตเนื้อดีถูกปลดกระดุมบนออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำอุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเป็นลอนสวยตามแบบฉบับของชายหนุ่มที่ดูแลเอาใจใส่ตนเองมาอย่างดี ใบหน้าคมสันรับกับสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาคมปรายเยิ้มด้วยฤทธิ์เมรัยที่ทำให้เขาดูอันตราย ทว่ากลับเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดทางเพศจนดรุณีวัยใสที่นั่งมองอยู่ถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ
“พี่เมฆ...”
สุ้มเสียงหวานใสเอ่ยเรียกแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ ยามเมื่อร่างสูงใหญ่เดินโงนเงนก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นกายบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกับกลิ่นไวน์ชั้นดีโชยมาปะทะนาสิกอย่างจัง เมฆชะงักฝีเท้าพลางเพ่งมองร่างบางที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยทัศนวิสัยที่พร่าเลือน ความมึนเมาบวกกับความโหยหาที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันส่งผลให้ภาพเบื้องหน้าบิดเบือนไปจากความเป็นจริง
“เมียครับ... อึก... คิดถึงจัง” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเอ่ยขึ้นคล้ายคนละเมอในความฝัน
เขาลืมสิ้นซึ่งระยะห่างอันเหมาะสมที่เคยยึดถือ ลืมเลือนแม้กระทั่งฐานะว่าสตรีตรงหน้าคือน้องภรรยาที่ตนควรให้เกียรติ เมฆปรี่เข้าหาเอพริลทันทีตามสัญชาตญาณดิบที่คอยสั่งการ เรือนร่างกำยำโถมเข้าหาจนหญิงสาวตื่นตระหนกและถอยหนีไม่ทันท่วงที
“พี่เมฆ... เดี๋ยวค่ะ คือหนู...”
ยังไม่ทันที่แม่สาววัยใสจะได้เอ่ยปากอธิบายว่าตนเองไม่ใช่พี่สาวของเธอ ริมฝีปากร้อนผ่าวของพี่เขยหนุ่มก็บดเบียดสอดประสานลงมาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายคละคลื่นแอลกอฮอล์จาง ๆ และแรงกำหนัดที่พลุ่งพล่าน ได้กลืนกินถ้อยคำประท้วงของเธอให้เลือนหายไปจนหมดสิ้น ฝ่ามือหนาอันอบอ้าเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังนวลเนียนและเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของ
เอพริลเนื้อตัวแข็งทื่อ ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกวาบหวามที่อดีตเคยทำได้เพียงลอบมองอยู่หลังบานประตู บัดนี้กำลังเกิดขึ้นกับเรือนร่างของเธอจริง ๆ สัมผัสอันเร่าร้อนลึกซึ้งของพี่เขยผู้หล่อเหลากำลังหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปพร้อมกับรสจูบที่แสนตราตรึงใจนั้น
"อึก... อื้อ"
ความเงียบสงัดของบ้านหลังใหญ่ในยามวิกาล ถูกทำลายลงด้วยสุ้มเสียงของลมหายใจหอบพร่าที่สอดประสานกันบนโซฟาตัวยาว เอพริลตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัญจวนใจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น สัมผัสจากเรียวปากร้อนผ่าวที่บดเบียดลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้อารมณ์ของเธอพร่าเลือน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกกลืนหายไปพร้อมกับรสจูบอันเปี่ยมเสน่ห์ร้ายกาจของพี่เขย
เมฆซึ่งกำลังจมดิ่งในฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และความโหยหา ดันร่างบางของหญิงสาววัยสะพรั่งให้เอนกายลงนอนราบกับโซฟาเนื้อนุ่มอย่างเอาแต่ใจ เขาโน้มกายแกร่งลงทาบทับจนคนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายกำยำที่เบียดชิดแนบแน่นเข้ามาทุกระเบียดนิ้ว
ฝ่ามือหนาที่แสนช่ำชองเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอันอวบอิ่มอย่างถือดี ปลายนิ้วที่ร้อนผ่าวลากผ่านหน้าท้องราบเรียบก่อนจะสอดหายเข้าไปภายใต้ชุดนอนเนื้อผ้าบางเบา เอพริลสะดุ้งเฮือกพลางแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่านที่แล่นริ้วพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
จากคนแอบดูในวันวาน บัดนี้กลับกลายเป็นผู้รับสัมผัสเสน่หาด้วยตัวเอง มือหนาของเมฆควานหาความนุ่มนิ่มที่อัดอั้นอยู่ภายใต้บราเซียตัวจิ๋ว เขาจัดการปลดพันธนาการของมันออกอย่างเชี่ยวชาญเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ก่อนจะปลดปล่อยความอวบอิ่มสล้างให้เป็นอิสระต่อหน้าสายตาที่พร่าเบลอของตนเอง
"อืม... เมียครับ..."
เสียงพึมพำแผ่วพร่าข้างใบหูทำเอาเอพริลใจสั่นไหวระริก ในขณะที่ใบหน้าคมสันซุกไซ้ต่ำลงมายังทรวงอกขาวเนียนอย่างโหยหา ริมฝีปากและเรียวลิ้นร้อนระอุปรนเปรอความนุ่มนิ่มทั้งสองเต้าอย่างหนักหน่วงสลับไปมา ความรู้สึกสยิวซ่านที่เธอเคยจินตนาการไว้ขณะแอบมอง บัดนี้มันช่างรุนแรงและซาบซ่านกว่าหลายเท่าตัวนัก
เอพริลขยำเส้นผมของชายหนุ่มไว้แน่นเพื่อระบายความเสียว ร่างกายบางสั่นสะท้านไปกับบทเรียนรักที่ถูกหยิบยื่นให้ผิดตัว ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ฉายอาบไล้ร่างของคนทั้งคู่...
เมฆที่กำลังพร่าเลือนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ซุกไซ้ใบหน้าลงกับนวลเนื้อขาวผ่อง ความหลงใหลทำให้เขาเผลอประทับริมฝีปากหนัก ๆ ลงบนซอกคอระหงและเนินอกอวบอิ่มอย่างย่ามใจในรสรัก
"อื้อ... พี่เมฆ อย่ากัดค่ะ"
เอพริลครางแผ่วเสียงเครือพลางจิกไหล่กว้างไว้อย่างลืมตัว เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่เมฆจงใจประทับรอยรักสีลูกตำลึงสุกไว้ตามผิวเนื้อเนียนละเอียด รอยรักที่เด่นชัดนั้นเปรียบเสมือนตราจองที่เขาตั้งใจมอบให้คนใต้ร่าง โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ใชภรรยาของตน
ทว่า... ในจังหวะที่กระแสอารมณ์ถลำลึกจนยากจะกู่กลับ เสียง 'แอ๊ด!' ของประตูห้องนอนชั้นสองที่เปิดออกก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
เอพริลสะดุ้งสุดตัว สติที่เคยพร่าเลือนดีดกลับมาทันควันดั่งใจนึก หญิงสาวรีบใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างกำยำของพี่เขยให้ออกห่าง ก่อนจะตะลีตะลานลุกขึ้นจัดแจงอาภรณ์ชุดนอนที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่เข้าทางอย่างทุลักทุเลและตื่นตระหนก
"ใครน่ะ? เจ้าเมฆเหรอ... กลับมาแล้วรึ?" เสียงทุ้มแหบอันทรงพลังของคุณพ่อดังแว่วลงมาจากชั้นบนของบ้าน
เอพริลไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะที่เมฆกำลังนั่งงุนงงด้วยความมึนเมาอยู่บนโซฟา พุ่งกายเข้าสู่ห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นล่างทันที บานประตูห้องถูกปิดลงอย่างแผ่วเบาพร้อมกับร่างบางที่ทรุดลงนั่งพิงบานไม้ด้วยความรู้สึกที่สับสนปนหวาดกลัวจนหัวใจแทบวาย
เธอนิ่งฟังเสียงฝีเท้าของคุณพ่อที่ก้าวเดินลงบันไดมาสนทนากับเมฆที่โถงกลางบ้าน เสียงสนทนาของชายสองคนดังเอื่อย ๆ อยู่ในความเงียบ ทว่าภายในหัวสมองของเอพริลกลับมีเพียงความทรงจำเด่นชัดถึงสัมผัสร้อนผ่าวที่ยังคงตราตรึงอยู่บนซอกคอเนียน...
