บทที่ 5 ตอนที่ 4 : กิเลสซ่อนเงา (NC 18+)

ตอนที่ 4 : กิเลสซ่อนเงา (NC 18+)

กึด...

ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเด่นชัด เส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนออกมาอย่างเห็นได้ชัดตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานเพลิงกิเลส ชายหนุ่มพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะสะกดกลั้นอารมณ์ดิบและสัญชาตญาณความดิบเถื่อนของบุรุษเพศที่กำลังพลุ่งพล่านหมุนวนอยู่ในกายหนา ลมหายใจเข้าออกเริ่มติดขัดสะดุดเป็นห้วง ๆ ยามเมื่อดวงตาคมกริบต้องเผชิญหน้ากับ 'ผลงานเสน่หา' ของตนเองที่ปรากฏเด่นหราอยู่บนผิวพรรณอันผุดผ่องของดรุณีวัยสะพรั่งเบื้องหน้า

"เอพริล... ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย"

เจ้าของร่างกำยำเค้นสุ้มเสียงเข้มลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก ทว่าฝ่ามือหนาทั้งสองข้างกลับกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้านระริกราวกับจับไข้... ยิ่งแม่ตัวแสบตรงหน้ารุกคืบยั่วยวนเขามากเท่าใด ความอดทนอดกลั้นที่เพียรสร้างมาตลอดทั้งวันก็ยิ่งริบหรี่และร่อยหรอลงไปทุกทีจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

“ไม่ค่ะ... จนกว่าพี่จะดูรอยนี้ให้หนู”

สุ้มเสียงใสแฝงความดื้อดึงเอ่ยย้ำคำด้วยความเอาแต่ใจตามประสาลูกคนเล็ก เอพริลหยัดเรือนร่างอ้อนแอ้นสล้างลุกขึ้นจากโซฟาบุหนานุ่มในสภาพที่สาบเสื้อนักศึกษาเนื้อบางยังคงแยกผ่าออกจากกันกว้างจนน่าใจหาย เผยให้เห็นรอยตีตราสีกุหลาบเข้มที่เด่นชัดประเจิดประเจ้อบนผิวเนื้อนวลเนียนละเอียด นงคราญแรกรุ่นขยับก้าวขาเรียวเข้าหาชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เรื่อย ๆ อย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาคู่สวยจดจ้องมองตรงไปที่ใบหน้าคมสันของพี่เขยผู้ทรงเสน่ห์ ซึ่งในเวลานี้กำลังเคร่งเครียดดุดันจนถึงขีดสุด

“ไม่รู้ว่าใครมันเป็นคนทำรอยพวกนี้ไว้... แล้วคิดจะรับผิดชอบบ้างไหมนะ?”

กระแสประโยคคำถามที่แฝงเร้นไปด้วยความนัยและการประชดประชัน ส่งผลให้คนตัวโตต้องก้าวขาถอยหลังหนีไปโดยสัญชาตญาณการระแวดระวัง เมฆสัมผัสได้ถึงรังสีความปั่นป่วน หวามไหว และยั่วยวนที่แผ่ซ่านออกมาจากหญิงสาวตรงหน้าอย่างรุนแรง ทว่ายิ่งบุรุษเพศก้าวถอยหลัง แม่สาววัยใสกลับยิ่งรุกคืบก้าวตามอย่างย่ามใจ จนกระทั่งในที่สุด แผ่นหลังกว้างหนาบึกบึนของเขาก็ตอกชนเข้ากับผนังกำแพงอันเย็นเฉียบ ไร้ซึ่งหนทางให้หลบหลีกหนีหน้าใด ๆ ได้อีกต่อไป

เอพริลขยับเยื้องกายเข้าไปจนชิดใกล้ขีดสุด ทรวงอกอวบอิ่มล้นปรี่ที่โผล่พ้นบราเซียลูกไม้ตัวจิ๋วแทบจะเบียดเสียดเสียดสีเข้ากับแผงอกแกร่งอันอุดมด้วยมัดกล้ามของเขา กลิ่นระรวยหอมอ่อน ๆ จากกายสาวแรกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นแป้งเด็กจาง ๆ ลอยละล่องเข้ามากระทบนาสิกของชายหนุ่ม จนสติสัมปชัญญะเริ่มจะเตลิดเปิดเปิงจมดิ่งสู่ความมืดมิด แม่ตัวดีช้อนสายตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายตบะขึ้นมองสบตาเขาพลางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานปานหยดน้ำผึ้ง

“พี่ดูให้เต็มตาสิคะ... กลัวอะไร?”

ฝ่ามือเรียวเล็กนุ่มนิ่มเอื้อมไปเกาะกุมฝ่ามือหนาของเมฆที่กำลังกำแน่นจนสั่นสะท้าน เธอค่อย ๆ ลากไล้ฝ่ามือสากระคายของชายหนุ่มให้มาสัมผัสลงบนผิวเนื้อตรงซอกคอระหงอย่างเชื่องช้า เน้นย้ำตรงจุดที่เป็นรอยแดงเข้มที่สุดซึ่งเกิดจากฝีปากของเขาเองเมื่อคืนก่อน

ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นเป็นแนว ดวงตาคมกริบที่เคยพยายามเบือนหนีหลบเลี่ยงในคราแรก บัดนี้กลับจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของน้องเมียตัวแสบอย่างไม่อาจละสายตาได้อีก ความอดทนอดกลั้นทั้งมวลที่เขาเพียรสรรสร้างมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตาราวกับเขื่อนยักษ์ถล่ม ลมหายใจร้อนผ่าวอันหอบกระชั้นรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของกันและกันในระยะประชิด

“เอพริล... อย่าหาว่าพี่ไม่เตือน”

เสียงทุ้มต่ำคำรามพร่าเลือนในลำคอด้วยความตบะแตก แรงอารมณ์ดิบและความกำหนัดที่พลุ่งพล่านบดบังทุกสิ่ง ส่งผลให้มือแกร่งที่เคยสั่นเทากลับมามีพละกำลัง คว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วอ้อนแอ้นของเธอไว้แน่นก่อนจะบีบเคล้นเฟ้นผิวเนื้อนุ่มอย่างแรงตามแรงอารมณ์ที่ปะทุ

ในนาทีวิกฤตนั้น... กรอบความผิดชอบชั่วดีและศีลธรรมทั้งมวลได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง คงเหลือไว้เพียงสัญชาตญาณดิบแห่งความต้องการอันเร่าร้อน ที่กำลังจะแผดเผาร่างกายของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้กลายเป็นจุณมหาจุณไปพร้อม ๆ กัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป