บทที่ 3 ตามกลับ
ตามกลับ
หนึ่งสัปดาห์เต็มที่แก้มใสพยายามฝังตัวเองไว้กับดินและต้นไม้ที่บ้านสวนชานเมือง เธอตื่นเช้ามาช่วยพ่อรดน้ำผัก ทำขนมถ้วยและพยายามไม่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเลยแม้แต่นาทีเดียว แต่ความเงียบสงบของบ้านสวนกลับไม่สามารถดับความว้าวุ่นในใจได้ ทุกครั้งที่เผลอ ภาพใบหน้าคมเข้มและสัมผัสอันเร่าร้อนของบอสสิบทิศจะย้อนกลับมาหลอกหลอนจนเธอต้องสะบัดหน้าหนี
"แก้มลูกมีคนมาหาแน่ะ เห็นจอดรถคันเบ้อเริ่มอยู่หน้าบ้าน" เสียงของพ่ออุ่นตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน ทำให้แก้มใสที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดขนมถ้วยใส่ถาดขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เธอเดินออกไปดูและพบกับรถยุโรปสีดำสนิทที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศบ้านทุ่งอย่างสิ้นเชิง ชายชุดสูทกึ่งทางการคนหนึ่งเดินลงมาพร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เธอ
"คุณแก้มใสครับ บอสสั่งให้ผมมาส่งจดหมายฉบับนี้ครับ"
แก้มใสรับมาเปิดอ่าน และดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความโกรธจัด เนื้อความในจดหมายระบุว่า หากเธอยังไม่กลับไปทำงานและรับผิดชอบโครงการรีแรนด์ดิ้งที่ค้างอยู่ บริษัทจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละทิ้งงานเป็นจำนวนเงินสิบล้านบาท
"สิบล้าน บ้าไปแล้วนี่มันข่มขู่กันชัดๆ"
"บอสบอกว่าถ้าคุณแก้มใสมีปัญหา ให้เข้าไปคุยกับท่านที่ออฟฟิศด้วยตัวเองครับ" ชายคนนั้นพูดทิ้งท้ายก่อนจะขับรถออกไป ทิ้งให้แก้มใสนิ่งค้างอยู่กับความเจ็บใจ เธอกำจดหมายในมือแน่นจนยับยู่ยี่ สิบทิศรู้ดีว่าครอบครัวชนชั้นกลางที่มีเงินเก็บเพียงพอแค่เลี้ยงชีพอย่างเธอ ไม่มีทางหาเงินสิบล้านมาจ่ายได้แน่ เขาใช้จุดอ่อนเรื่องเงินมาฟาดหัวเธออีกครั้งตามนิสัยเสียๆ ของคนรวยที่มองเห็นศักดิ์ศรีคนอื่นเป็นแค่เศษกระดาษ
“มีเรื่องอะไรกันเหรอลูก ทำไมหน้าซีดแบบนั้น”
เสียงทุ้มอ่อนโยนของพ่ออุ่นดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ที่แตะลงบนไหล่บอบบาง แก้มใสสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบซ่อนจดหมายฉบับนั้นไว้ข้างหลัง แต่สายตาที่อาบด้วยประสบการณ์ชีวิตของคนเป็นพ่อมีหรือจะดูไม่ออก
“เปล่าค่ะพ่อแค่เรื่องงานน่ะค่ะ”
“เรื่องงานหรือเรื่องเงิน” พ่ออุ่นถามพลางจูงมือลูกสาวมานั่งที่ม้านั่งใต้ต้นมะม่วงจินหงษ์ที่กำลังติดผล
“ถ้ามันหนักหนานัก ก็ไม่ต้องกลับไปทำหรอกลูก พ่อยังมีแรงปลูกผัก ทำขนมขาย ถึงจะไม่ได้รวยเหมือนเขามีเงินพันล้าน แต่มันก็ทำให้เรานอนหลับเต็มอิ่มทุกคืนนะแก้ม”
แก้มใสเม้มปากแน่น ความรู้สึกจุกอกแล่นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว พ่อของเธอสอนเสมอว่า ศักดิ์ศรีซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่ตอนนี้เธอกำลังถูกผู้ชายคนนั้นเอาเงินสิบล้านมาขู่เพื่อลากเธอกลับไปเป็นของเล่นในกรงทองของเขา
“พ่อคะถ้าแก้มต้องจ่ายเงินเยอะมาก พ่อจะโกรธแก้มไหม”
พ่ออุ่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“เงินน่ะมันของนอกกายลูกเอ๋ย พ่อสร้างบ้านหลังนี้มาด้วยมือ พ่อส่งแกเรียนจนจบด้วยหยาดเหงื่อ พ่อภูมิใจในตัวแก้มที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครเพราะความรวย ถ้าใครมันรังแกเราด้วยเงิน ก็ให้รู้ไปว่าใจคนบ้านสวนอย่างเรามันสูงกว่าเงินพวกนั้นเยอะ”
คำพูดของพ่ออุ่นเหมือนน้ำเย็นที่ชโลมลงบนใจที่กำลังรุ่มร้อน แก้มใสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวในใจมลายหายไปเหลือเพียงความดื้อรั้นที่เป็นนิสัยดั้งเดิมของเธอ
“ขอบคุณค่ะพ่อ แก้มรู้แล้วว่าต้องทำยังไง”
เธอกอดพ่อแน่นซึมซับเอาไออุ่นสุดท้ายก่อนจะต้องกลับไปสู้รบกับซาตานในคราบเทพบุตร พ่ออุ่นมองตามลูกสาวที่เดินเข้าบ้านไปเตรียมเสื้อผ้าด้วยความเป็นห่วงลึกๆ แต่ท่านรู้ดีว่าลูกสาวคนนี้แกร่งกว่าที่ใครคิด และไม่มีทางยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้ง่ายๆ แน่
ณ บริษัท สิขรินทร์ กรุ๊ป
แก้มใสเดินหน้าเชิดเข้าไปในตึกสูงใจกลางเมืองด้วยชุดทำงานที่ดูทะมัดทะแมง ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ แต่ดวงตากลับฉายแวววาวโรจน์ เธอเดินตรงไปยังชั้นผู้บริหารโดยไม่สนใจสายตาใคร
"แก้มใสแกกลับมาแล้วเหรอ" แป้งรีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนเพื่อนสนิท
"บอสอารมณ์เสียมากนะแก ตั้งแต่แกไม่อยู่ ใครเข้าใกล้ก็โดนแช่แข็งหมดเลย แววตาบอสตอนนี้น่ากลัวกว่าปกติร้อยเท่า เหมือนเสือที่กำลังโมโหหิว"
"เขาไม่ได้อารมณ์เสียหรอกแป้ง เขาแค่อยากหาเรื่องแกล้งฉัน"
