บทที่ 5 กรงขังข้างบัลลังก์ซาตาน
กรงขังข้างบัลลังก์ซาตาน
เช้าวันจันทร์ที่ควรจะสดใสสำหรับพนักงานคนอื่น กลับกลายเป็นวันนรกแตกของแก้มใส กราฟิกดีไซน์เนอร์สาววัย 25 ปี เธอสวมชุดทำงานกึ่งทางการสีสุภาพแต่ยังคงความทะมัดทะแมง ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่ดวงตากลมโตกลับฉายแวววาวโรจน์ เธอเดินเชิดหน้าผ่านพนักงานคนอื่นๆ ที่มองมาด้วยความสอดรู้สอดเห็น จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าลิฟต์ชั้นบริหาร
"แก้ม ฉันนึกว่าแกจะหนีไปถาวรซะแล้ว" แป้ง เพื่อนสนิทรีบวิ่งมากระซิบด้วยสีหน้าตื่นๆ
"บอสสั่งย้ายโต๊ะทำงานแกไปไว้ชั้นบนสุดหน้าห้องทำงานบอสเลยนะ แถวนี้เขาซุบซิบกันให้แซดว่าแกไปทำท่าไหนบอสถึงได้เจาะจงตัวขนาดนี้"
"ทำท่าไม่ดีน่ะสิแป้ง" แก้มใสตอบส่งๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว
"ฉันไปรบกับซาตานก่อนนะ ถ้าเย็นนี้ไม่ลงมา ฝากแจ้งความด้วย"
เมื่อลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 32 ความเงียบเชียบและกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยพุ่งเข้าจมูก แก้มใสเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหม่ที่ตั้งอยู่หน้าห้องกระจกใสของสิบทิศ มันไม่ใช่โต๊ะเลขาแต่เป็นโต๊ะทำงานกราฟิกเต็มรูปแบบที่ตั้งอยู่ตรงตำแหน่งที่เขาสามารถเงยหน้าขึ้นมามองเธอได้ 'ตลอดเวลา'
"มาสายไปห้านาที" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง
แก้มใสสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปเผชิญหน้ากับ สิบทิศ ที่วันนี้อยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนดูเนี้ยบกริบแต่ดุดัน ใบหน้าคมเข้มของเขาดูเรียบเฉยทว่านัยน์ตาคมปราบกลับจ้องมองเธอราวกับจะทะลุเข้าไปถึงข้างใน
"ฉันเสียเวลากับการตอบคำถามเพื่อนร่วมงานเรื่องที่ถูกย้ายมาที่นี่ค่ะบอส" แก้มใสวนกลับพลางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเสียงดัง
"ทำไมฉันต้องมานั่งตรงนี้ ในเมื่อทีมของฉันอยู่ชั้นล่าง"
สิบทิศเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนแก้มใสต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ เขาเท้าแขนลงบนโต๊ะกักตัวเธอไว้ในพันธนาการทางอ้อม
"เพราะโปรเจกต์สิขรินทร์โฉมใหม่คือความลับสุดยอด และฉันไม่ไว้ใจคนที่มีนิสัยชอบหนี อย่างเธอ"
"ฉันไม่ได้หนี ฉันแค่ลาพักร้อนตามสิทธิ์"
"สิทธิ์ของเธอหมดลงตั้งแต่วันที่ฉันส่งจดหมายฉบับนั้นไป" สิบทิศเหยียดยิ้มเย็น
"เริ่มงานได้แล้ว อย่าให้ฉันต้องรู้สึกว่าเงินสิบล้านที่ใช้รั้งตัวเธอไว้มันเสียเปล่า”
ตลอดช่วงเช้า แก้มใสพยายามรวบรวมสมาธิอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจากห้องกระจกเป็นระยะ สิบทิศแทบไม่ได้ก้มหน้าทำเอกสารเลย เขามักจะถือกาแฟยืนพิงขอบประตู มองดูเธอทำงานด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ความอึดอัดพุ่งทะลุปรอทจนแก้มใสแทบจะคุมสติไม่อยู่
จนกระทั่งช่วงบ่าย เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานของเธอสั่นครืด
"ครับ พ่ออุ่นแก้มกินข้าวแล้วจ้ะ พ่อทานยาหรือยังจ๊ะ" แก้มใสรับสายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงทันทีโดยไม่รู้ตัว
"อย่าลืมที่แก้มบอกนะ ห้ามปีนขึ้นไปตัดกิ่งมะม่วงเองเด็ดขาด เดี๋ยวแก้มกลับไปจัดการให้เสาร์นี้ค่ะ"
สิบทิศที่แอบฟังอยู่หลังประตูนิ่วหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อผู้ชาย ความหึงหวงที่ไร้เหตุผลพลุ่งพล่านขึ้นมาจุกที่อก เขาเดินดุ่มออกไปคว้าโทรศัพท์ออกจากมือเธอทันที!
"ในเวลางาน ห้ามคุยโทรศัพท์เรื่องส่วนตัว"
"บอสนั่นมันเรื่องสำคัญนะคะ พ่อฉัน"
"ผู้ชายที่ไหนชื่ออุ่น" สิบทิศสวนกลับเสียงแข็ง แววตาคมวาวโรจน์ด้วยความหึงที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
"นัดแนะกันไปตัดกิ่งไม้ ไปนอนค้างบ้านสวนนี่เหรอศักดิ์ศรีที่เธออ้าง หนีฉันไปหาผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ"
แก้มใสอึ้งไปสามวินาทีก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเหลือเชื่อ เธอมองหน้าบอสจอมร้ายที่ตอนนี้ดูเหมือนเด็กโดนขัดใจมากกว่านักธุรกิจพันล้าน
"บอสคะพ่ออุ่นน่ะ คือคุณพ่อของฉันเองค่ะ"
สิบทิศชะงักไปทันที ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีระเรื่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาแสร้งกระแอมไอแก้เก้อแล้ววางโทรศัพท์คืนบนโต๊ะ
"ก็นึกว่าใครที่ไหน งานเยอะขนาดนี้ยังมีเวลาอ่อยคนไปทั่ว"
"ฉันไม่อ่อยใครหรอกค่ะ ยกเว้นคนที่...แล้วมาหาเรื่องฟ้องคนอื่นสิบล้าน"
ยังไม่ทันที่สิบทิศจะโต้กลับ ประตูหน้าห้องบริหารก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ คุณหญิงดารินและรดาที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างามแต่ทรงอำนาจ คุณหญิงปรายตามาที่แก้มใสด้วยความรังเกียจ
"ทิศทำไมปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้มานั่งอยู่ตรงหน้าห้องลูกพอดีแบบนี้ ดูไม่เหมาะสมเลยนะ" คุณหญิงดารินเอ่ยเสียงเรียบ
"รดาเขาอุตส่าห์มารอทานข้าว แล้วเรื่องงานหมั้นที่แม่คุยไว้"
"คุณหญิงป้าคะ รดาว่าเราอย่าไปถือสาพนักงานระดับนี้เลยค่ะ" รดาเหยียดยิ้มพลางเดินเข้ามาจ้องหน้าแก้มใสใกล้ๆ
"หน้าตาก็ดูซื่อๆ ไม่น่าเหลี่ยมจัดขนาดหลอกล่อบอสให้ย้ายที่ทำงานมาใกล้ชิดขนาดนี้เลยนะคะ หรือว่าที่บ้านสวนไม่มีเงินสอนเรื่องกาลเทศะ"
แก้มใสกำหมัดแน่น นิสัยด่ามาด่ากลับเริ่มทำงาน
"ที่บ้านสวนสอนเรื่องกาลเทศะค่ะ แต่ที่สำคัญกว่านั้นพ่อสอนให้ฉันมีศักดิ์ศรีและไม่เที่ยวดูถูกคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้นค่ะคุณรดา"
"นี่เธอ" รดาหน้าสั่นด้วยความโกรธ
"พอได้แล้ว" สิบทิศตวาดเสียงดังจนทุกคนเงียบกริบ เขาปรายตามองแก้มใสก่อนจะหันไปหาแม่
"ผมจัดการเรื่องพนักงานเองได้ครับแม่ ส่วนรดา ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้ผมมีประชุมด่วน"
"แต่สิบคะ"
"เชิญกลับไปก่อนครับ" สิบทิศตัดบทอย่างเย็นชา
คุณหญิงดารินมองลูกชายด้วยความประหลาดใจรคนโกรธเคือง ท่านหันมาจ้องแก้มใสเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่บอกชัดว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ ก่อนจะเดินนำรดาออกไป
เมื่อความเงียบกลับคืนมา สิบทิศหันมาหาแก้มใสที่ยังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ
"กลับไปทำงานซะและอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอเอาเรื่องพ่อมาอ้างเพื่อคุยโทรศัพท์อีก"
"บอสก็เลิกเอาเรื่องเงินมาอ้างเพื่อรั้งฉันไว้สักทีเถอะค่ะ" แก้มใสกระแทกตัวลงนั่งสะบัดหน้าหนี
สิบทิศมองแผ่นหลังเล็กนั้นด้วยความรู้สึกที่สับสน ในใจเขารู้ดีว่าที่เขาทำไปทั้งหมด ไม่ใช่เพราะเรื่องงานแต่เขากำลังจะบ้าตายเพียงแค่คิดว่าเธอจะหนีเขาไปหาใครคนอื่นจริงๆ
