บทที่ 6 เปลวไฟในห้องเย็น
เปลวไฟในห้องเย็น
บรรยากาศภายในห้องพรีเซนต์งานเล็กบนชั้น 32 ของสิขรินทร์ กรุ๊ป ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แก้มใสนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรดาที่วันนี้จงใจแต่งตัวจัดเต็มในชุดแบรนด์เนมสีแดงเพลิงเพื่อข่มขวัญเธอ
ส่วนสิบทิศนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่ดวงตาคมปราบกลับคอยชำเลืองมองกราฟิกสาวที่นั่งก้มหน้าก้มตาเช็กไฟล์งานอยู่เป็นระยะ
"เริ่มพรีเซนต์ได้แล้ว ผมมีเวลาไม่มาก" เสียงทุ้มต่ำของสิบทิศเอ่ยขึ้น
แก้มใสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอต่อสายแลนเข้ากับโน้ตบุ๊กเพื่อดึงงานที่เธอทุ่มเททำมาตลอดทั้งวันขึ้นจอใหญ่ แต่แล้วหัวใจของเธอก็หล่นวูบ เมื่อไฟล์งานสำคัญที่จะต้องใช้โชว์โฉมใหม่ของโรงแรมกลับว่างเปล่า ไฟล์หายไปอย่างลึกลับเหลือเพียงโฟลเดอร์เปล่าๆ
"อ้าว!!! ทำไมหน้าจอมันขาวโพลนแบบนั้นละคะคุณแก้มใส" รดาแสร้งอุทาน เสียงแหลมปนจีบปากจีบคอพูดอย่างสะใจ
"ทิศคะรดาบอกแล้วไงว่าเด็กคนนี้ไว้ใจไม่ได้ ทำงานชุ่ยขนาดนี้ทำให้เราเสียเวลาไปเปล่าๆ นะคะ"
แก้มใสมือสั่น แต่สมองเธอยังทำงานสั่งการได้ดี เธอเหลือบมองรดาที่ส่งยิ้มหยันมาให้ ก็รู้ทันทีว่านี่คือฝีมือใคร รดาแอบเข้ามาที่โต๊ะตอนเธอไปเข้าห้องน้ำแน่ๆ
"ขออภัยค่ะ พอดีแก้มสำรองไฟล์ไว้ในคลาวด์ส่วนตัวอีกชุดหนึ่งเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน อย่างเช่น มือดีมาแอบลบงานน่ะค่ะ" แก้มใสพูดสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทพร้อมจ้องหน้าคู่หมั้นบอสอย่างไม่ลดละ เธอรีบกดรหัสผ่านดึงไฟล์สำรองออกมาโชว์บนจอได้ทันท่วงที
รดาหน้าสั่นด้วยความโกรธที่แผนล่ม ส่วนสิบทิศลอบยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจในความฉลาดและไหวพริบของแก้มใส เขารู้ดีว่าพนักงานของเขาคนนี้ แกร่งกว่าที่ใครเห็น
17.00 น. ณ หน้าตึกสิขรินทร์
หลังจบการประชุมที่ยาวนาน แก้มใสเดินออกมาที่หน้าตึกด้วยความเหนื่อยล้า เธออยากกลับไปพักผ่อนเต็มที แต่แล้วรถสปอร์ตคันหรูที่คุ้นตาก็มาจอดเทียบข้างหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของพายุ สถาปนิกหนุ่มหน้าตาดีที่เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเธอ
"แก้มใสยินดีด้วยกับโปรเจกต์ใหม่นะครับ" พายุยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวสะอาดตาให้เธอ
"เห็นแป้งบอกว่าวันนี้แก้มโดนรับน้องหนัก เย็นนี้ไปทานข้าวฉลองกันหน่อยไหมครับ ผมเลี้ยงเอง"
"พายุขอบคุณนะคะ แต่แก้มเหนื่อยมากเลย"
"ไปเถอะครับ แป๊บเดียวเอง ผมมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องงานด้วย" พายุส่งยิ้มละมุนที่ทำให้สาวๆ หลายคนต้องใจละลาย
แต่ไม่ใช่กับคนที่ยืนมองอยู่จากมุมมืดเหนือตึกสูง สิบทิศที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์เห็นภาพชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังยื่นดอกไม้ให้พนักงานสาวของเขา ความรู้สึกร้อนรุ่มในอกที่เรียกว่าหึง พุ่งทะลุปรอททันที เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ก้าวฉับๆ ลงไปหาทั้งคู่ด้วยมาดซาตานในชุดสูท
"ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" เสียงตวาดกร้าวของสิบทิศทำให้แก้มใสและพายุสะดุ้ง
"บอส"
"ลืมไปแล้วเหรอว่าคืนนี้เธอต้อง 'อยู่เวร' แก้ไขงานที่พรีเซนต์พลาดไปเมื่อกี้" สิบทิศก้าวเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างทั้งคู่จนอกแกร่งแทบจะชนหน้าแก้มใส เขาปรายตามองพายุด้วยสายตาเชือดเฉือน
"ที่นี่บริษัท ไม่ใช่ตลาดนัดที่จะเอาดอกไม้มาเร่จีบใคร เชิญคุณกลับไปได้แล้ว"
"แต่ผมเป็นเพื่อนแก้มใสนะครับคุณสิบทิศ และนี่มันนอกเวลางาน" พายุพยายามแย้ง
"ในสัญญาจ้างของเธอระบุว่าต้องสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมงในโปรเจกต์ลับนี้" สิบทิศโกหกคำโตหน้าตาย ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของแก้มใสแล้วลากเธอกลับเข้าตึกไปทันทีโดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆ
20.30 น. บนชั้น 32 ที่เงียบเหงา
ออฟฟิศทั้งชั้นมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากโต๊ะทำงานหน้าห้องบริหารที่ยังเปิดอยู่ แก้มใสนั่งเคาะคีย์บอร์ดแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์บูด บอสบ้านั่นลากเธอขึ้นมาแล้วก็นั่งนิ่งอยู่ในห้องทำงาน ไม่สั่งงานสักคำ
อยู่ๆ ระบบแอร์ในอาคารที่มักจะปิดหลังสองทุ่มเริ่มทำงานผิดปกติ ลมเย็นจัดพ่นออกมาจนแก้มใสที่อยู่ในชุดเดรสบางๆ เริ่มสั่นสะท้าน เธอพยายามจะกอดตัวเองไว้เพื่อบรรเทาความหนาว
"หนาวเหรอ" เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหู
สิบทิศเดินออกมาจากห้องทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาถอดเสื้อสูทเนื้อดีราคาแพงคลุมลงบนไหล่บอบบางของเธอจากด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโชยเข้าจมูกจนแก้มใสใจสั่นหวิว เธอพยายามจะสะบัดสูทออกแต่เขากลับกดไหล่เธอไว้แน่น
"ปล่อยค่ะบอส ฉันจะกลับบ้าน พ่ออุ่นรอโทรศัพท์อยู่"
"พ่ออุ่นหรือไอ้หน้าจืดนั่นที่รอโทรศัพท์เธอกันแน่" สิบทิศเค้นเสียงถามห้วนๆ เขาหมุนเก้าอี้ของเธอให้หันกลับมาเผชิญหน้า มือหนาทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวเธอไว้ในพันธนาการทางอ้อม
"บอสจะหึงฉันทำไมคะ เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องและคืนนั้นบอสเองไม่ใช่เหรอที่บอกให้ฉันลืมมันไปซะ" แก้มใสจ้องตาเขาอย่างไม่ลดละ ศักดิ์ศรีที่พ่อสอนมาทำให้เธอไม่อยากตกเป็นรองผู้ชายมักมากคนนี้
"ฉันสั่งให้เธอคนอื่นลืมแต่ฉันไม่ได้บอกว่า ฉันลืมได้นี่" สิบทิศตะคอกเบาๆ แววตาที่เคยเย็นชาตอนนี้กลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและแรงหึง
"เห็นเธอไปยิ้มให้มัน ฉันแทบจะบ้าตายรู้ไหมแก้มใส"
"บอส"
"ฉันอยากจะลบภาพไอ้นั่นออกไปจากหัวเธอให้หมด"
ไม่พูดเปล่า สิบทิศบดเบียดริมฝีปากลงมาครอบครองกลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วและรุนแรง รสจูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและโหยหาทำเอาแก้มใสตั้งตัวไม่ติด เธอพยายามจะผลักอกแกร่งออกแต่ยิ่งดิ้นเขายิ่งกอดรัดแน่นขึ้น สัมผัสที่คุ้นเคยจากคืนนั้นเริ่มปลุกเร้าความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนมือเรียวที่เคยทุบตีกลับเปลี่ยนเป็นโอบรอบคอเขาโดยไม่รู้ตัว
ในห้องทำงานที่เย็นเฉียบเปลวไฟแห่งความรักความใคร่กำลังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง บทเรียนที่พ่ออุ่นเคยสอนเรื่องศักดิ์ศรีมลายหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิด
