บทที่ 14 14
“เฮ้ย โอเคหรือเปล่าวะวิว แกดูแปลกๆ” ร่างสูงโปร่งทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ
“โอเคสิ วันนี้อากาศมันร้อนๆ ก็เลยเพลียนิดหน่อย”
“งานแกเดี๋ยวฉันช่วยเคลียร์เอง เออแล้วไม่ต้องไปสนใจขี้ปากยัยนัชชานะ” วาริชาถึงกับเลิกคิ้วอย่างสงสัยเมื่อได้ยินแบบนั้น มันเกี่ยวอะไรกับนัชชาล่ะ
“ทำไม”
“ยัยนั่นเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วว่าแกเสนอตัวไปทำงานแทนพี่แอ้ม เพราะอยากเข้าหาคุณจิณณ์” ไม่รู้ว่าทำไมนัชชาจ้องแต่จะแขวะเธอ ทั้งที่ไม่เคยมีปัญหาหรือทำอะไรผิดใจกันด้วยซ้ำ แต่พอลองคิดดูดีๆ นัชชาไม่ได้แค่นินทาเธอหรอก เท่าที่ทำงานที่นี่มาไม่มีใครไม่เคยโดนนัชชาพูดถึง
“ปล่อยไปเถอะ ขี้เกียจทะเลาะ” ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่ยอม อาจจะเดินเข้าไปผลักอกแล้วถามตรงๆ ว่ามีอะไรไม่พอใจให้พูดออกมาตรงๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เธอไม่อยากให้มีเรื่องอะไรเข้ามาวุ่นวายในใจ แค่นี้ก็รับมือไม่ไหวแล้ว “จะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป เพราะมันไม่ได้เป็นแบบนั้น”
“แต่ฉันว่าบางทีแกควรไปปรามมันสักที ยัยนั่นคงอิจฉาแกถึงได้กัดอยู่แบบนี้ มันชอบธนัตถ์ใครๆ ก็รู้” วาริชาส่ายหน้าไปมา ผู้ชายอย่างธนัตถ์ก็หยอดไปทั่ว ชอบมาวุ่นวายกับเธอแต่ไม่เล่นด้วยหรอก ถึงอย่างนั้นธนัตถ์ก็ยังร้ายน้อยกว่าจิณณ์
“แต่ที่เอาไปป่าวประกาศออกไปแบบนั้นอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายแล้วก็ได้มั้ง”
“แกหมายความว่าไงวะวิว”
“นัชชาคงชอบคุณจิณณ์ น่าจะอยากไปแทนพี่แอ้มมากกว่าฉัน” วาริชายิ้มออกเมื่อคิดบางอย่างได้ เธอไม่ได้อยากจะโยนงานหรอกนะ แต่ถ้านัชชาเสนอตัวแบบนี้ มันดีต่อเธอจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจ
“อย่าเชียวนะ นี่ได้ออกไปต่างจังหวัดกับคุณจิณณ์เชียวนะเว้ย”
“แกคิดอะไรน่ะต่าย ฉันไม่เอาด้วยหรอก...ไม่อยากเจ็บ” ปลายประโยคนั้นเสียงแผ่วเบา “ความจริงฉันกับเขาเคยรู้จักกันมาก่อน”
“เล่ามา...” สุชาดาเบิกตากว้าง หันซ้ายหันขวาเห็นทางสะดวกจึงเขยิบเข้าใกล้ “ว่าแล้วเชียว เห็นแกมองเขาแปลกๆ ฉันก็รอแกเล่านี่แหละ” เพื่อนนะคบมาหลายปีอยู่ มองตาก็รู้แล้วว่ามีบางอย่างปิดบัง แต่ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่อยากเซ้าซี้
“อย่าโกรธกันนะต่าย ถ้าฉันจะบอกว่าเห็นแกเป็นที่ระบาย มันเหนื่อยว่ะแก...” ไม่รู้เหมือนกันว่าทนเก็บความเจ็บปวดมานานขนาดนี้ได้อย่างไรก็ตั้งแต่ลงมาเรียนที่นี่
อยากจะลืมไม่อยากนึกถึงได้เสียใจ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันเพราะจู่ๆ จิณณ์กลายมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท จะหนีก็หนีไปไม่ได้ กลับบ้านไปก็คงไม่มีใครต้องการ
“ไอ้วิว แกเห็นฉันเป็นอะไรวะ นี่เพื่อนนะ...สุขหรือทุกข์ขอให้แชร์ บางทีเห็นแกมีเรื่องไม่สบายใจฉันก็ไม่กล้ายุ่งเพราะแกไม่ยอมเล่า แต่ขอให้รู้ไว้ว่าเป็นห่วงนะเว่ย”
วาริชาและสุชาดาตกลงกันว่าจะพูดคุยกันในมื้ออาหารตอนเที่ยงที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อ เอาขึ้นมากินกันข้างบนเนื่องจากตอนพักส่วนมากพนักงานจะลงไปหาอะไรกินข้างล่างกันหมด เหตุการณ์ในอดีตถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางบาดแผลในใจที่ถูกกรีดอีกครั้ง เธอเจ็บปวดเสมอเมื่อนึกถึงมัน
สุชาดาเป็นผู้ฟังและที่ปรึกษาที่ดี หญิงสาวไม่พูดขัดพูดแทรกปล่อยให้เพื่อนสนิทระบายความในใจออกมาให้หมด ชีวิตคนเราพบเจอกับสิ่งรอบข้างมาไม่เหมือนกันจริงๆ มองภายนอกเราอาจเห็นเขาไม่แคร์อะไร ไม่สนใจกับคำพูดคำนินทาของคนอื่นๆ แต่ในใจล่ะ...เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าเขาต้องพบเจออะไรมาบ้าง
บางคนสนุกกับการได้พูดจิกกัดเพื่อถีบตัวเองให้ดูสูงกว่าคนอื่น หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการทำบาปมากที่สร้างรอยช้ำไว้ในใจของใครคนหนึ่ง ‘คำพูดบางคำสามารถทำร้ายชีวิตคนคนหนึ่งได้’
“วิว...แกทนเก็บมานานขนาดนี้ได้ยังไง” หากเป็นเธอ ไม่รู้ว่าจะทนได้ไหม “ทำไมเข้มแข็งจังวะ”
“ไม่เลย ไม่ได้เข้มแข็งสักนิด แต่มันต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง โชคชะตาผลักดันให้เป็นแบบนี้” ถ้าเข้มแข็งคงไม่ต้องแอบไปร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ
“อย่างน้อยแกก็มีฉันอยู่ข้างๆ นะ มีอะไรต้องบอกกันนะวิว ฉันเป็นห่วงแก” สุชาดากุมมือเพื่อนรักเอาไว้แล้วบีบเบาๆ “แล้วเรื่องพรุ่งนี้จะตัดสินใจยังไง ให้ฉันไปแทนไหมล่ะ”
“แกมีนัดคุยกับลูกค้าเหมือนกันไม่ใช่เหรอ พรุ่งนี้ช่วงเย็นๆ แกเพิ่งบอกฉันเมื่อวาน” เธอรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง แต่ถ้าจะให้โทรไปตอนดึกๆ ดื่นๆ ก็ไม่ใช่เรื่อง อีกอย่างสุชาดาก็อาศัยอยู่กับแฟนหนุ่ม เห็นว่าจะแต่งานกันแล้ว ไม่อยากรบกวนสุชาดาในเวลาส่วนตัว “ฉันคงไปคุยกับนัชชาแหละ”
“เออลองดู ภาวนาให้ยัยนั่นรีบตอบตกลง”
“ฉันหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”
วาริชาตัดสินใจเดินไปหานัชชาที่โต๊ะทำงาน โชคดีที่คนอื่นๆ ยังไม่ขึ้นมาโอกาสจึงค่อนข้างเหมาะ หญิงสาวถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ โดยมีสายตาแปลกๆ จากคนที่ชอบกระจายข่าว
“มีอะไร” นัชชาถามเสียงห้วน
“อยากไปทำงานแทนพี่แอ้มหรือเปล่า ไปกับคุณจิณณ์พรุ่งนี้” ไม่อยากอ้อมค้อมเลยเข้าประเด็นเลย อีกฝ่ายได้ยินถึงกับตาลุกวาวแต่ก็ยังไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา
“พี่แอ้มเขาให้เธอไปแทนนี่ มาบอกให้ฉันไปแทนเดี๋ยวก็โดนว่าหรอก” วาริชาแทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่ชอบจิกกัดหรือซ้ำเติมคนอื่นหรอกนะ แต่กับนัชชามันทำให้เธออยากเบะปากออกมา
“ก็รู้นี่ว่าพี่แอ้มขอให้ฉันไปแทน ฉันไม่ได้ไปเสนอตัวอย่างที่เธอพูด” นัชชาหน้าตึงเมื่อวาริชาบอกเสียงเย็น “แต่จะถือว่าไม่ได้ยิน ถ้าอยากไปแทนฉันจะไปบอกพี่แอ้มให้ว่าฉันไม่ว่างแล้ว” มันอาจจะดูไม่ดี แต่เธอยอมเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปกับจิณณ์
