บทที่ 18 18

“เรื่อง...” / “หยุดถามได้แล้ว พี่จะถามเอาอะไรนักหนา” ครั้งแรกที่วาริชากล้าตวาดใส่เขา ดวงตาของเธอแดงก่ำปากเรียวบางเบะออกจากกันจนเขานึกสงสารมากกว่าโมโห

เธอมีเรื่องทุกข์ใจ...

“พอใจพี่หรือยัง ที่วิวเป็นอยู่ทุกวันนี้มันสาแก่ใจพี่แล้วใช่ไหม วิวผิดมากเหรอพี่จิณณ์ โกรธอะไรกันขนาดนั้น ฮึก...” จิณณ์เองก็สะอึกกับคำถามนี้เหมือนกัน เขาไม่รู้ว่าโกรธวาริชาเรื่องอะไร

ตอบไม่ถูกเหมือนกัน

จิณณ์ขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่บอกเธอสักคำว่าจะพาไปที่ไหน ส่วนเรื่องงานเขาอกว่าคุยจบแล้ว มันทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมถึงคุยกันแค่นั้น

คนตัวเล็กเริ่มนั่งไม่ติดเหงื่อไหลซึมตามกรอบหน้า หันมองชายหนุ่มที่ยังคงหน้าเรียบนิ่ง นี่มันเข้าอำเภอบ้านไร่แล้วนะอย่าบอกว่าเขาจะพาเธอไปที่บ้าน สารภาพตามตรงว่าเธอกลัวและกังวลใจไม่น้อยเพราะสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์มันห่างเหินก็เกิดจากตัวเขาด้วย ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ากลับมาบ้านครั้งนี้ถ้าบิดาเห็นว่าเธอมากับใคร...จะเกิดอะไรขึ้น

“จะไปไหนเหรอคะ” ในที่สุดก็อดทนรอไม่ได้จึงถามออกไป

“อยากกลับบ้านไปหาลุงเมธหรือเปล่า” เขาหันมาถามแล้วหันกลับไปมองถนนดังเดิมเมื่อเห็นเธอส่ายหน้าปฏิเสธ “ตามใจ...”

วาริชาได้แต่นั่งเงียบไปตลอดทาง เธอมองทางแยกข้างหน้าหากเลี้ยวซ้ายตรงเข้าไปอีกไม่ถึงหนึ่งกิโลก็จะถึงบ้าน แต่รถขับผ่านไปโดยไม่ได้เลี้ยวคงเป็นเพราะคำตอบของเธอเมื่อครู่ หญิงสาวมองตาปรอยทั้งที่ใจอยากจะกลับไปหาครอบครัวตัวเองใจจะขาด แต่คงไม่มีใครยินดีหากเธอจะไปกราบไหว้บุพการี

เมื่อคืนลองโทรหาดูแล้ว...แต่ไม่มีใครรับสาย ไม่อยากคิดอะไรในแง่ลบเลยลองยืมโทรศัพท์ของโรงแรมโทรไปบ้าง แต่ทว่าปลายสายดันรับแถมคนที่พูดก็คือวรเมธบิดาของเธอ

ตอนนั้นความเสียใจมันถาโถมเข้าใส่จนไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลรินจนกระทั่งสายตัดไป แค่ได้ยินเสียงก็ยังดีถึงท่านไม่อยากจะพูดกับลูกอย่างเธอ...ก็ไม่เป็นไร

“ฉันจะแวะดูงานรีสอร์ตของเพื่อนก่อน ในนั้นมีสระว่ายน้ำกับสปาเกลือ เลือกเอาแล้วกันว่าจะทำอะไร” ไม่อยากจะปฏิเสธอีกอย่างได้พักผ่อนช่วงสั้นๆ ก็คงดีเหมือนกัน

ไม่นานนักก็มาถึงที่ที่เขาว่า วาริชารีบลงจากรถด้วยความตื่นเต้น เธอไม่เคยรู้เลยว่าบ้านเกิดของเธอมีสถานีที่แบบนี้ด้วย รีสอร์ตเพื่อนของจิณณ์อยู่ข้างในลึกพอสมควร แต่มันสวยและบรรยากาศดีสุดๆ เขาแต่งแนวดิบๆ แต่มองแล้วสบายตาแต่ปูนเปลือยพวกนี้ช่วยทำให้เย็นด้วย

“สวยจังเลยค่ะ” คนตัวเล็กยิ้มกว้างทิ้งเรื่องทุกข์ใจไว้ข้างหลัง

จิณณ์เผลอมองแล้วยิ้มออกมา รอยยิ้มเมื่อครู่มันสดใสเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่เดี๋ยวนี้วาริชาไม่ค่อยจะยิ้มก็เท่านั้น

“เธอจะว่ายน้ำหรือสปาเกลือ”

“สปาดีกว่าค่ะ วิวไม่มีชุดว่ายน้ำ” อีกอย่างจะให้ใส่ชุดว่ายน้ำเธอเองก็ไม่มั่นใจพอ ถ้าถามว่าอยากเล่นไหมคงตอบว่าอยากมาก ไม่ได้ว่ายน้ำนานมากแล้วยิ่งโตมานี่เอาแต่ทำงานอย่างเดียว

“ที่นี่ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงก็ได้”

“จริงเหรอคะ”

“สระว่ายน้ำที่นี่สวย ข้างหน้าเป็นภูเขาวิวดี” จิณณ์อธิบายเหมือนเคยอยู่ที่นี่มาก่อน สุดท้ายจึงได้รู้ว่าเขาเป็นคนช่วยเพื่อนออกแบบโดยไม่คิดเงิน แต่ที่มาแวะครั้งนี้เพราะเพื่อนจะปลูกบ้านใหม่ก็เท่านั้น

“ไปสปาเกลือก่อนก็ได้ แล้วค่อยว่ายน้ำ เดี๋ยวฉันจะตามไป” วาริชาเหลือบมองชายหนุ่ม ที่ว่าตามมานั่นหมายความว่าอย่างไร “ทำไม ฉันจะลงเล่นน้ำด้วยมันแปลกตรงไหน”

“เปล่าค่ะ”

พนักงานสาวสองคนที่ยืนต้อนรับอยู่ส่งยิ้มมาให้วาริชาจึงยิ้มตอบกลับไป จิณณ์เข้าไปพูดอะไรบางอย่างก่อนที่จะมีคนนำเขาไปอีกทาง

“สปาเกลือเชิญทางนี้เลยค่ะคุณผู้หญิง”

“เท่าไหร่คะ” คงไม่มีใครทำให้ฟรีๆ หรอกใช่ไหม

“ค่าใช้จ่ายคุณผู้ชายเมื่อกี้เป็นคนจัดการให้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินตามร่างพนักงานสาวไป ที่นี่บรรยากาศดีมากทางด้านซ้ายใกล้ๆ กับล็อบบี้นั้นมีบ่อน้ำใหญ่ มีปลาคาร์ฟแหวกว่ายมองแล้วเพลินตา เห็นมีอาหารปลาถุงละยี่สิบบาท เอาไว้ก่อนจะกลับเธอจะมาให้เจ้าปลาพวกนั้น

“ปั่นจักรยานไปได้นะคะ เพราะสระว่ายน้ำกับที่สปาเกลือต้องเดินไปทางด้านโน้นค่ะ” มองตามมือที่ชี้ มันก็ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่ วาริชาตัดสินใจที่จะเดินไปอยากซึมซับบรรยากาศดีๆ แบบนี้

“ที่นี่เงียบดีนะคะ”

“คงเพราะตอนนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นค่ะ ถ้าเข้าช่วงหน้าหนาวที่พักค่อนข้างจะเต็มทุกวัน ถ้ามีทัวร์ลงเราจะปิดสระว่ายน้ำไม่ให้คนนอกเล่นค่ะ” ไม่น่าเชื่อว่าลึกขนาดนี้ยังมีคนรู้จัก แต่ก็อย่างว่าแหละสถานที่ดีๆ เมื่อมีคนค้นพบไม่ว่าจะเข้าไปไกลแค่ไหน หากอยากจะไปก็ต้องมีความพยายาม

“ถ้าถึงตึกข้างหน้า เดินขึ้นไปแล้วเลี้ยวขวานะคะ ห้องสปาอยู่ทางนั้นค่ะ” พนักงานบอกด้วยความนอบน้อมก่อนจะปั่นจักรยานไป คงต้องเตรียมของหลายๆ อย่างก่อน ได้ยินว่าต้องรอประมาณยี่สิบนาทีถึงจะเข้าไปสปาได้

‘อีกไม่นานพี่จะออกแบบบ้านด้วยตัวเอง’

‘เรือนหอของเราหรือเปล่าพี่จิณณ์’

‘เด็กแก่แดด ไปไกลๆ เลย’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป