บทที่ 2 2

“ช่วยไม่ได้” จิณณ์ยักไหล่ราวกับไม่แยแสต่อการกระทำของตัวเองสักเท่าไหร่

“หรือว่า...จริงๆ แล้วแกยังแค้นเรื่องของนาวอยู่” คนถูกถามชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา แต่ถึงจะพยายามปกปิดยังไงคนที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กอย่างไกสรก็ยังมองออก

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาว แต่เกี่ยวกับอาวรรณและไอ้ทยุตล้วนๆ” แต่คนที่รับกรรมไม่ใช่สองคนนั้น เป็นหญิงสาวอีกคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยต่างหาก

ถึงปากมันจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับนรารักษ์ แต่การที่มันเลือกเหยื่ออย่างวาริชา ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นวุฒิภัทรด้วยหรือไง แบบนี้เขาเรียกยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

“เปลี่ยนใจยังทันนะเว่ย !” อยู่ใกล้กันแบบนี้มันจะไม่มีความรู้สึกดีๆ ต่อวาริชาบ้างหรืออย่างไร เด็กนั่นหน้าตาใช่ว่าขี้ริ้วขี้เหร่ ตรงกันข้ามเลยต่างหาก ติดที่นิสัยเอาแต่ใจไปบ้าง ก็ตามประสาลูกสาวคนเดียวของบ้าน “เพราะผลสุดท้ายแก อาจจะเป็นฝ่ายเจ็บปวดเสียเอง”

“ไอ้สร แกจำคำฉันไว้นะ” จิณณ์แทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ “ฉันไม่มีวันรักผู้หญิงบ้านนั้น !”

“อย่าเพิ่งมั่นใจ แกอาจจะกลืนน้ำลายตัวเอง” เพราะบางครั้งมันใช้สายตาเอ็นดูมองวาริชาอย่างไม่รู้ตัว เขากลัวว่าสักวันจะกลายเป็นมันเองที่ขุดหลุมฝังตัวเอง

ถึงวันนั้นจริงๆ คงยากที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร...

ไกรสรถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเพื่อนตัวดีมันลุกจากเก้าอี้ตัวเดิมแล้วเดินไปหาแม่ผู้หญิงชุดดำ ที่พยายามส่งสายตามาทางนี้หลายรอบ สงสารก็แต่วาริชาที่กลับบ้านไปแล้ว ป่านนี้คงกำลังเปิดดูกล่องของขวัญว่าข้างในมีอะไรบ้าง สำหรับหญิงสาวมันคงเป็นของที่มีคุณค่าต่อหัวใจ

แต่สำหรับจิณณ์...มันก็แค่ของไร้ค่าที่ซื้อมาเพื่อหวังผลบางอย่าง

“นานจัง หนูนั่งรอพี่ตั้งนาน” สาวชุดดำลูบแผงอกแกร่งอย่างหลงใหล เธอแวะมาร้านนี้แทบทุกวันเมื่อรู้ว่า มันคือร้านโปรดของผู้ชายตรงหน้า แต่พักหลังไม่ค่อยเจอเพิ่งมาเจอวันนี้ และนับว่าโชคดีมากที่เธอดันเตะตาเขาอย่างที่แอบหวังเอาไว้

“คุยธุระกับเพื่อนนานไปหน่อย คงไม่โกรธกันใช่ไหม” จิณณ์ยกยิ้มมุมปาก เพียงแค่นี้ก็ทำให้หญิงสาวแทบจะหยุดหายใจเอาดื้อๆ

“เพื่อนจริงเหรอ แล้วผู้หญิงคนนั้น...” สีหน้ายิ้มๆ หายไปกลายเป็นเย็นชา จึงทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรพูดถึง “พี่จิณณ์จะทานอะไรก่อนไหมคะ หรือว่า...”

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเมื่อคนตรงหน้ารู้จักเขาดี นั่นแสดงว่าคงตั้งใจมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ไปเลยดีกว่า พี่มีงานต่อ...ขับรถมาหรือเปล่า” สาวชุดดำยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินกลับไปหาเพื่อนสนิทตัวเองพร้อมยื่นกุญแจรถให้ “ฝากด้วยนะ”

“ตลอดเลยนะไอ้นี่” ไกรสรส่ายหน้าปลงๆ

“ไปเถอะ” จิณณ์ไม่สนใจหันไปกระซิบบอกสาวข้างกายที่เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากร้านไปทิ้งให้ไกรสรมองตามด้วยความลำบากใจ   

อาหารในจานถูกเขี่ยไปเขี่ยมา คงเป็นเพราะว่าเธอกินมื้อเย็นมาก่อนหน้านี้แล้วกระมัง ท้องมันแน่นไปหมดจนเกินกว่าจะสามารถยัดของตรงหน้าลงไปได้อีก แต่ถ้าไม่กินมันจะยิ่งน่าสงสัยไปกันใหญ่

“มันไม่อร่อยหรือหนูไปแอบกินข้าวที่บ้านคนอื่นมา” วรเมธวางช้อนส้อมลงอย่างขัดใจเมื่อเห็น แก้วตาดวงใจของตัวเองนั่งเหม่อไม่ยอมกินข้าวเหมือนทุกวัน มองเผินๆ อาจคิดว่ามีเรื่องกลุ้มใจ

แต่ไม่ใช่หรอก...

“หนูไปบ้านนั้นมาใช่ไหมวิว” น้ำเสียงของท่านแฝงด้วยความไม่พอใจ แน่ล่ะ...ก็ไม่ถูกกันทั้งบ้านนี่นา แต่ยกเว้นเธอกับรวิวรรณและจิณณ์เอาไว้ก็แล้วกัน

“พ่อจ๋า วันนี้อาวรรณเขาทำขนมไทยจ้ะ เขาชวนหนูบอกว่าอยากให้ช่วยชิม” ร่างเล็กรีบลุกจากที่นั่งไปบีบไหล่คนเป็นพ่อด้วยท่าทีออดอ้อน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอไปหารวิวรรณทั้งที่คนที่บ้านสั่งห้าม

“ได้ยินมาว่าจะเปิดร้านขายขนมตรงปากทางตลาดนะพ่อ กำลังแต่งร้านสวยเชียว” วุฒิภัทรบอกวรเมธ หลังจากที่แอบได้ยินข่าวมา

“เฮอะ ! น้ำหน้าอย่างนั้นจะไปรอดเรอะ ไอ้พวกเหยียบขี้ไก้ไม่ฝ่อ เงินนั่นที่มันเอาไปลงทุนกันก็เงินของข้าด้วยส่วนหนึ่ง !” คนเจ้าคิดเจ้าแค้นแค่นหัวเราะออกมา ตอนที่ทยุตหย่ากับเมียมันเขาเป็นคนโยนเงินใส่บ้านนั้นเอง ถือเป็นค่าสึกหลอ นึกแล้วอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เมื่อนึกถึงหน้าไอ้รณชัชตอนนั้น “เอาเงินไปละลายน้ำเล่นเปล่าๆ ชาวบ้านที่นี่เขาไม่ไปนั่งกินหรอก” 

“แต่ก็อร่อยนะจ๊ะพ่อ อาวรรณให้วิวเอากลับมาบ้านด้วย พ่อกับพี่วุฒิจะลองกินไหมจ๊ะ” เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว เธอไม่รู้ว่าพวกเขาจะผูกใจเจ็บอะไรกันนักหนา อย่างไรเสียก็เป็นคนจังหวัดเดียวกัน เจอหน้ากันก็ออกบ่อยแต่ไม่วายจิกกัดกันทุกครั้ง

“เอาไปเททิ้งเสียยัยหนู พ่อไม่กินของไอ้พวกบ้านนั้นหรอก พ่อไม่ว่าถ้าจะไปคุยกับอาวรรณ แต่พ่อขอสั่งห้ามอย่าเข้าบ้านนั้นเด็ดขาด เกิดพวกมันเล่นสกปรกจะทำยังไง” ฝั่งนั้นก็มีผู้หญิงคนเดียวคือรวิวรรณ ส่วนเขาก็มีแค่ลูกสาวตัวน้อยเพราะภรรยานั้นเลิกกันตั้งแต่วาริชาเล็ก เธอยังไม่เคยเห็นหน้าแม่ตัวเองด้วยซ้ำ

“พ่อจ๊ะ แต่มันอร่อยนะ” เธอเอากลับมาตั้งเยอะ เสียดายของเปล่าๆ “พี่วุฒิไม่กินเหรอ”

คนถูกถามส่ายหน้าเบาๆ “หลังจากที่แกไปหาอาวรรณ จากนั้นแกไปไหนต่อยัยวิว” วุฒิภัทรถามเสียงเข้มราวกับกำลังคาดคั้น และมองเธอเป็นนักโทษคนหนึ่ง บิดาได้ยินอย่างนั้นถึงกับขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าเขม็ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป