บทที่ 24 24

“ครั้งก่อนโน้นจิณณ์บอกมีร้านอร่อยๆ อยู่ พานาวไปทานได้ไหม” คนเจ็บเบือนหน้าหนีเมื่อนรารักษ์หันไปเขย่าแขนคนตัวโตที่ยืนมองยิ้มๆ การฝืนยิ้มทั้งน้ำตามันเป็นอะไรที่แย่มากๆ

“แต่ร้านนั้นมันไม่ได้อยู่แถวนี้ หาอะไรรองท้องไปก่อนก็แล้วกัน ไว้เย็นๆ จะพาไป” เสียงทุ้มตอบฟังดูลื่นหู เหมือนกับเมื่อก่อนที่เคยพูดกับเธอ แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว

“งั้นนาวไปนั่งเล่นที่บริษัทของจิณณ์ได้ไหม” ทั้งออดอ้อนทั้งเอาใจใส่กันแบบนี้ มันชัดเจนยิ่งกว่าอะไรคงไม่ต้องถามให้มากความ แม้อยากจะรู้ว่าทำไมนรารักษ์ถึงกล้าทำแบบนี้...เอาพี่ชายของเธอไปไว้ไหนกัน

แต่มันคงเป็นเรื่องของพวกเขา เธอเป็นคนนอกไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว

“วิวจะกลับพอดีใช่ไหม เดินกลับไปพร้อมกันเลยแล้วกัน”

“ค่ะ” สุดท้ายยอมตอบรับอย่างว่าง่าย เธอไปให้คนทั้งสองเดินนำหน้าไปก่อน สัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนนเป็นสีแดง ดังนั้นจึงต้องหยุดรอก่อนรอให้มันเปลี่ยนเป็นสีเขียว

มือหนาคว้ามือบางไปกุมเอาไว้ แต่มือนั้นไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของนรารักษ์ต่างหาก วาริชาสะอึกอยู่ในอกรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น บางทีการที่จิณณ์กำกับเธอก่อนหน้านั้นคงเพราะเป็นความเคยชินมากกว่า

เธอ...แค่หลงตัวเองไปเท่านั้น

คนที่เป็นเจ้าของ คนที่ได้ครอบครองชายหนุ่มนั้นอยู่ตรงหน้าเธอนี่ไง เพราะฉะนั้นนับจากนี้ไปควรจะถอยออกมาดึงหัวใจตัวเองกลับมาให้อยู่ที่เดิม อย่าเอาไปเสี่ยงเหมือนเมื่อก่อน เพราะตอนที่เจ็บ...ใครล่ะที่จะเป็นคนรักษามัน ไม่ใช่ตัวเองหรือยังไง

‘พี่นาวเหรอคะ’

‘แล้วคิดว่าเป็นใครล่ะ’

‘ก็ต้องพี่นาวอยู่แล้ว’

ปิ๊น ! ปิ๊น !

ร่างบางสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงแตรรถ รอบข้างไม่มีใครยืนอยู่ข้างๆ เธอแล้ว แม้กระทั่งจิณณ์กับนรารักษ์ที่ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังยืนมองเธออยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของชายหนุ่มมองมาอย่างเย็นชาจนเธอไร้เรี่ยวแรง

หมับ ! มือของเธอถูกใครบางคนคว้าเอาไว้แน่นก่อนจะกระตุกเล็กน้อยให้เธอรีบเดินตาม วาริชารีบโค้งศีรษะขอโทษให้กับรถที่จอดอยู่  

“คุณรุจ”

“เหม่อแบบนี้อันตรายนะวิว ก้าวเร็วๆ หน่อยแล้วกัน” นพรุจบอกคล้ายตำหนิเพราะน้ำเสียงของเขาไม่มีความอ่อนโยนเหมือนครั้งก่อนๆ ซึ่งเธอเองยอมรับความผิดนี้แต่โดยดี

นรารักษ์ตรงเข้ามาหาวาริชาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรหรือเปล่าวิว พี่ตกใจมากนะที่วิวไม่ยอมเดินตามมา ปวดหัวเหรอ หรือว่ายังไง ?”

“ขอโทษค่ะ สงสัยแดดมันร้อนไปหน่อย” มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เธอ วาริชาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เธอไม่อยากเห็นสายตาเย็นชาอย่างเมื่อครู่ ไม่อยากโดนเขาตำหนิต่อหน้านรารักษ์

เธอกลัว...กลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมา

“ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน มีเวลาเหลืออีกยี่สิบนาที ถ้าอย่างนั้นผมขอยืมตัวพนักงานคุณจิณณ์หน่อยนะครับ” นพรุจบีบมือเล็กที่เขายังไม่ยอมปล่อย

“ตามสบายครับ” คนตอบไม่ได้มองหน้านพรุจ สายตาของจิณณ์จับจ้องมาที่วาริชาที่เงยหน้าขึ้นมองพอดี วูบหนึ่งเธอเห็นแววตาแปลกๆ จากเขาแต่มันแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว            

“ไว้เจอกันนะน้องวิว” นรารักษ์ส่งยิ้มหวานให้อดีตน้องสาวของคนรัก “ไปเถอะจิณณ์ แวะซื้อขนมกับชาเขียวด้านล่างบริษัทก่อนนะ ท้องนาวเริ่มร้องแล้ว”

เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ทำให้นพรุจไม่สบายใจไปด้วย หากเมื่อกี้เขามาไม่ทันจะเป็นอย่างไร อยากรู้ว่าสิ่งที่ทำให้วาริชาเหม่อลอยจนสติล่องลอยมันเป็นเพราะอะไร จะใช่อย่างที่เขาคิดไว้หรือเปล่า

“แวะร้านกาแฟตรงโน้นหน่อยไหม นั่งคุยกันสักพักค่อยขึ้นไป”

“ก็ได้ค่ะ” ดีเหมือนกัน เธอเองก็ยังไม่อยากขึ้นไปเจออะไรที่บาดตาบาดใจ บางทีมันคงถึงเวลาที่เธอควรจะตัดสินใจสักที ให้อยู่แบบนี้ตลอดไปคงไม่ไหว

นพรุจพาเข้าร้านกาแฟเล็กๆ วาริชาเลือกที่จะสั่งชาเขียวแทนกาแฟ เพราะเธอเลิกดื่มไปนานแล้ว...

“ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่าครับ” เขาถามทันทีหลังจากที่เดินมานั่งตรงข้าม ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดที่ทำให้วันนี้แววตาของหญิงสาวมีแต่ความเศร้า เขาพร้อมที่จะรับฟังมันอยู่ที่ว่าเธอจะยอมเล่าให้ฟังหรือเปล่าก็เท่านั้น

“ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ พอได้มานั่งตากแอร์เย็นๆ พอทำให้หายใจโล่งขึ้นมาบ้าง” ไม่ได้ปวดศีรษะและปวดที่หัวใจต่างหาก ไม่ว่ายาอะไรก็คงรักษาไม่หาย ขนาดเวลายังไม่ช่วยทำให้ดีขึ้นเลย “ช่วงนี้มาคุยงานที่นี่แทนเหรอคะ วิวว่ามันไกลจากที่ทำงานคุณรุจอยู่นะคะ”

ชายหนุ่มระบายยิ้มออกมา จะให้บอกตรงๆ ก็กลัวว่าเธอจะตกใจจนถอยหนี เขาอาจให้มันค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า นานๆ จะเจอคนถูกใจและคุยกันถูกคอ

“มีธุระแถวนี้ครับ ผมเลยแวะมาคุยกับคุณจิณณ์ที่นี่เลย ทางเดียวกันมันสะดวกกว่า”

“อ่อ ถึงว่าเจอคุณรุจบ่อยมาก แต่ไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยเนอะ วิวเองก็งานเยอะมาก” ตั้งใจว่าจะจัดการเคลียร์ให้จบ จะได้ไปจากที่นี่สักทีแม้จะเสียดาย แต่คงต้องเลือกที่จะไป

อะไรที่มันอึดอัดหัวใจ ฝืนไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น

“วันนั้นผมเอาแบบที่วิวร่างไปให้คุณพ่อดู ท่านชอบมากเลยนะ ท่านบอกว่าวิวชอบอะไรคล้ายๆ กับคุณแม่ ท่านเลยบอกว่าว่างๆ อยากจะเจอวิว” นพรุจส่งยิ้มให้คนตัวเล็ก ก่อนหน้านั้นเขามาคุยธุระกับจิณณ์เหมือนกับทุกๆ ครั้ง เพียงแต่ระยะหลังเลือกที่จะมาที่บริษัทนี้เอง เพียงเพราะอยากเห็นหน้าวาริชา และพอได้โอกาสจึงหาเรื่องคุยกับเธอเรื่องครอบครัว เขาขอร้องให้เธอลองช่วยออกแบบคร่าวๆ ให้หน่อยซึ่งหญิงสาวก็ยินดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป