บทที่ 4 4

“มีคนที่กำลังคุยๆ อยู่ใช่ไหม” คราวนี้หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย วุฒิภัทรเห็นแววตาที่ปิดไว้ไม่มิดของคนตรงหน้า “ท่าทางจะยังไม่พร้อมที่จะบอก เอาไว้พร้อมก่อนก็ได้...คุยได้นะวิวแต่อย่าให้เสียการเรียน”

วาริชาพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้ารับยิ้มๆ แววตาของพี่ชายเหมือนเขาไปรู้อะไรมา เธอเชื่อว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดรอให้เธอเป็นคนเปิดเผยมากกว่า

“นอนเถอะ ฝันดีนะ...น้องสาวของพี่” ร่างสูงลุกขึ้นยืนบิดตัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องโดยที่หญิงสาวเป็นคนมาส่งที่หน้าประตู เมื่อมันปิดลงรอยยิ้มบนใบหน้าคมคายจางหายไปทันใด

เขาไม่อยากเห็นน้องสาวตัวเองต้องเสียใจ...ไม่ว่าจะอย่างไรเขาเชื่อว่ามันไม่ใช่ผู้ชายที่จริงใจ วาริชายังเด็กนักไม่มีวันตามคนเจ้าเล่ห์อย่างจิณณ์ได้ทันแน่นอน

สู้ตัดให้ขาดดีกว่าปล่อยให้มันถลึกลึกลงไปมากกว่านี้…

หลังจากพี่ชายออกจาห้องแล้ว วาริชาวกกลับมาหยิบโทรศัพท์เปิดเครื่องอีกครั้งก็ยังไม่มีขึ้นเตือนอะไร ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยตอนนี้เธอมีเรื่องอยากจะปรึกษาเขาเยอะแยะเลย นิ้วเรียวเลื่อนหาชื่อแล้วตัดสินใจเป็นฝ่ายโทรหาจิณณ์เสียเอง

ปลายสายยังไม่รับจนสุดท้ายสัญญาณก็ถูกตัดไป หญิงสาวถอนหายใจหนักหน่วงแล้วกดโทรซ้ำ หรือบางทีเขาอาจจะหลับแล้ว ลังเลในใจว่าเธอควรกดวางสายดีไหมเผื่อรบกวนการนอนของจิณณ์เปล่าๆ แต่ก่อนที่จะกดวางทางนั้นดันกดรับขึ้นมาเสียก่อน ปากเรียวบางคลี่ยิ้มแล้วเอื้อยเอ่ยเสียงหวานออกไป

“พี่จิณณ์...” เขากดรับแล้วแต่ทำไมไม่พูด เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมันดังกุกกักๆ ไม่แน่ใจว่าคืออะไร “ได้ยินหรือเปล่าคะ”

‘...’ วาริชามองหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง มั่นใจว่าสายยังไม่ตัดไปแต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมพูดอะไร ทั้งที่เป็นฝ่ายกดรับแล้วแท้ๆ

“พี่จิณณ์”

‘อืม ว่าไง’ ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่ระเบียงเพื่อต้องการความเป็นส่วนตัว เขาไม่ได้รับเองหรอกแต่คนข้างๆ ต่างหากที่เป็นคนกดรับสาย

‘อย่าเล่นแบบนี้...’ จิณณ์เอ็ดหญิงสาวที่ตอนแรกนอนอยู่บนเตียง แต่ตอนนี้เดินมากอดเขาจากด้านหลัง เพิ่งรู้ว่าเธอชื่อวีณาหลังจากที่ได้เชยชิมร่างกายจนหนำใจ

“ว่าไงนะคะ วิวได้ยินไม่ค่อยถนัด” เหมือนเขาไม่ได้พูดกับเธอ แต่กำลังพูดอยู่กับคนอื่น “พี่จิณณ์อยู่ที่ไหนน่ะ ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ” เธอรู้ว่าเพื่อนๆ เขาเยอะ กลับมารอบนี้คงนัดเพื่อนสังสรรค์กัน

‘อือ อยู่กับเพื่อน ยุ่งๆ อยู่มีอะไรหรือเปล่า’ จิณณ์ถามออกแนวรำคาญใจเล็กน้อย อีกอย่างร่างกายมันเริ่มติดไฟขึ้นมาเมื่อวีณาป้วนเปี้ยนเนื้อตัวเขาไม่หยุดหย่อน

“เปล่าค่ะ วิวแค่รอพี่โทรมาหา พี่จิณณ์บอกจะโทรมา” วาริชาบอกเสียงตัดพ้อ มือบางกำเข้าหากันแน่นฟังคำพูดที่ดูไร้เยื่อใยจากคนรัก ไม่เจอกันตั้งหลายวันเขาไม่คิดถึงเธอเหมือนที่เธอคิดถึงเขาบ้างเหรอ

‘พี่ยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนนะวิว เอาไว้พรุ่งนี้ไปกินข้าวกัน’

“ไม่รู้ว่าวิวจะออกไปได้ไหม” เธอต้องเลือกดูคณะที่เรียนด้วย “แต่ก็อยากเจอพี่จิณณ์ค่ะ มีเรื่องอยากปรึกษา”

‘เจอกันที่ตลาด บอกมาซื้อของละกัน’ วาริชาตอบรับกลับไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่หารู้ไม่ว่าหากเธอรู้ความที่จริงแล้วอีกฝ่ายกำลังทำอะไร ‘กับใคร’ อยู่นั้น รอยยิ้มจะไม่มีวันเกิดขึ้นเพราะมันจะกลายเป็นคราบน้ำตา

วาริชาตื่นแต่เช้าตั้งใจลงมาทำอาหารให้ทุกคนกิน แต่พอลงมาก็เห็นว่าที่พี่สะใภ้อย่างนรารักษ์อยู่ในครัวอยู่ก่อนแล้ว สาวน้อยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานใส เห็นแบบนี้ก็ดีใจที่พี่ชายตัวเองได้แฟนดีแบบนี้

“เดี๋ยววิวหั่นผักโรยให้เองค่ะพี่นาว” ให้ยืนอยู่เฉยๆ ก็ดูน่าเกลียดเกินไป

“พี่ยังไม่ได้ล้างนะคะ” นรารักษ์หันมาตอบยิ้มๆ เธอเป็นผู้หญิงสวยจัดคนหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่งแถมยังมีผมดำสลวยยาวจนถึงเอวค่อดๆ หลายครั้งที่มองว่าที่พี่สะใภ้แล้วแอบอิจฉา

สภาพของเธอต่างกับนรารักษ์มาก ส่องกระจกดูตัวเองดูเป็นเด็กกะโปโลคนหนึ่ง

“ว่างๆ พี่นาวสอนวิวทำอาหารบ้างสิคะ วิวอยากทำให้พ่อกับพี่วุฒิทานบ้าง” ดูเหมือนความสัมพันธ์ของเธอกับครอบครัวจะดีขึ้น แต่ลึกๆ แล้ววาริชายังรู้สึกถึงช่องว่างบางอย่าง คงเพราะเธอไม่ได้อยู่บ้านเพราะอาศัยนอนโรงเรียนประจำ บางทีก็น้อยใจที่คนเป็นพ่อกับพี่ชายรักและสนิทกับนรารักษ์มากกว่าเธอ

แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดใครหรอก เธออยากขอบคุณผู้หญิงข้างๆ ด้วยซ้ำ ที่ค่อยช่วยดูแลผู้ชายที่เธอรักทั้งสอง

“ลุงเมธทานยากค่ะ รสชาติเปลี่ยนท่านก็แทบจะไม่แตะ มีแค่พี่กับป้าจุ่นที่ทำอาหารประจำ วันก่อนโน้นเคยซื้อของจากตลาดมาท่านจับรสชาติได้ สรุปมื้อนั้นท่านไม่ทานต่อเลย”

“แต่วิวเป็นลูกพ่อนะ พ่อต้องชอบฝีมือลูกสาวสิ” นรารักษ์อาจจะพูดขำๆ แต่ทำไมเธอไม่ขำก็ไม่รู้ เหมือนไม่อยากสอนอย่างนั้นแหละ ไม่สอนก็ไม่เป็นไรเธอไปถามรวิวรรณก็ได้

“หั่นเสร็จแล้วใช่ไหมคะ มา...เดี๋ยวพี่จัดการเอง น้องวิวไปนั่งรอเถอะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป