บทที่ 5 5

ตั้งใจจะเข้าครัวเองแต่เหมือนเธอจะตื่นสายไป เอาเถอะพรุ่งนี้เธอจะเป็นคนทำอาหารให้บิดาและพี่ชายทานเอง จะไม่ขอร้องนรารักษ์เป็นรอบที่สองเพราะดูเหมือนหญิงสาวจะไม่เต็มใจเท่าไหร่ ไม่อยากคิดมากหรือมองใครในแง่ลบจึงปัดๆ เรื่องรำคาญใจออกไป

“พ่อจ๋า” วรเมธเดินลงจากบ้านมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อได้ยินเสียงใสๆ ของลูกสาวคนเล็ก วาริชารีบลุกขึ้นเดินเข้ามากอดพุงพลุ้ยที่แสนอบอุ่น

“ทำไมวันนี้ตื่นเช้า” ถามด้วยความแปลกใจ เพราะปกติตื่นหลังแปดโมงตลอด

“ตั้งใจจะทำกับข้าวจ้ะ แต่พี่นาวทำเรียบร้อยแล้ว”

“เราน่ะเหรอ จะทำกับข้าว พ่อจะกินได้หรือเปล่า ?”

“พ่อน่ะ !” วาริชาหน้ามุ่ยเหมือนโดนดูถูกกลายๆ “ไว้วิวจะทำให้อร่อยๆ จนพ่อติดใจฝีมือวิวคนเดียว” ระหว่างนั้นนรารักษ์เดินเข้ามาพอดี หญิงสาวจัดการยกข้าวต้มมาเสิร์ฟ พอเธอจะเข้าไปช่วยก็โดนปฏิเสธบอกว่าไม่เป็นไร

“เหนื่อยไหม เทียวไปเทียวมา” วุฒิภัทรถามแฟนสาวด้วยความเป็นห่วง นรารักษ์ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่เพราะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่คิดว่าคงอีกไม่นาน

“นั่นสิ ลุงเองก็เกรงใจ ว่าไงล่ะไอ้ลูกชายพร้อมหรือยัง”

“ไม่ได้ลำบากอะไรค่ะคุณลุง นาวทำมื้อเช้าให้พ่อกับแม่เสร็จก็ตรงมานี่เลย เหมือนเป็นเรื่องปกติของทุกวันๆ ค่ะ วุฒิเองก็อย่าคิดมากสิ...” วาริชายิ้มตามกับภาพตรงหน้า เธอคงคิดมากไปเองเพราะดูๆ แล้วนรารักษ์ไม่ได้มีพิษภัยอะไรสักหน่อย อีกอย่างหญิงสาวก็ทำแบบนี้มานานแล้ว เธอคงหงุดหงิดที่โดนปฏิเสธมากกว่า

“อย่าให้ผู้หญิงรอนานนะพี่วุฒิ” บอกพี่ชายอย่างล้อๆ หน้าขรึมๆ แบบนั้นจะมีความโรแมนติกขอผู้หญิงแต่งงานเป็นหรือเปล่า  

“น้องวิวคะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” ว่าที่พี่สะใภ้ร้องเสียงหลง แก้มใสนั้นแดงระเรื่อขึ้นจนทุกคนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

หลังจากมื้อเช้าจบลงวาริชาอาสาเป็นคนล้างจานเอง ตอนแรกอีกฝ่ายทำหน้าลำบากใจก่อนจะยอมโดยดีเมื่อเธออ้างว่า เกรงใจที่นรารักษ์ต้องดูแลทุกอย่าง

“พ่อจ๋า” มือบางบีบนวดไหล่อย่างเอาใจ วรเมธที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ระเบียงบ้านถึงกับเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“อยากได้อะไร หืม?”

“วิวอยากเรียนทำอาหารจ้ะ” แน่นอนว่าเธอมีเหตุผลและคำอธิบายที่จะตอบท่านเอาไว้แล้ว “เดี๋ยววิวก็ต้องไปเรียนที่กรุงเทพฯ แล้ว วิวก็อยากทำอาหารให้พ่อกับพี่วุฒิแล้วก็อาทยุตทานบ้าง พ่อก็รู้ว่าวิวไม่ชอบซื้อของกินตามตลาด”

วรเมธคิดตามก่อนจะพยักหน้ารับเข้าใจสิ่งที่ลูกสาวพูดมา “เอาสิ เดี๋ยวติดต่อหาคนมาสอนที่บ้านแล้วกัน”

“คือพ่อจ๋า” ไม่สิไม่ใช่อย่างนั้น เธอไม่อยากเรียนที่บ้าน “วิวจะขออนุญาตพ่อว่าจะไปเรียนกับอาวรรณจ้ะ พ่ออนุญาตนะ นะพ่อนะ”

“วิว !” คนเป็นพ่อเสียงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เรียนกับอาวรรณไม่เสียเงินด้วย อีกอย่างวิวจะได้ไม่เคอะเขินไงจ๊ะ พ่อเองก็รู้จักอาวรรณดี” เธออยากให้ทุกคนเลิกทะเลาะกัน เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วแถมทั้งอาทยุตกับรวิวรรณก็ไม่ได้โกรธเกลียดกันสักหน่อย มีแต่คนนอกนี่แหละที่ยังแค้นฝังหุ่น

“ไม่ให้เรียน ! พ่อไม่ให้เราไปบ้านนู้นเด็ดขาด !”

“ไม่ได้เรียนที่บ้านจ้ะพ่อ แต่เรียนที่ร้านที่เปิดใหม่ ช่วงนี้อาวรรณนอนที่ร้านเลยในตลาดนี่เอง” ท่าที่ของวรเมธเริ่มอ่อนลง วาริชาเห็นดังนั้นจึงรีบยกแม่น้ำทั้งห้ามาพูดจนสุดท้ายท่านก็ยอมตกลงในที่สุด แต่มีข้อแม้ว่าต้องกลับบ้านก่อนพระอาทิตย์ตก

“โทรไปหาต้องรับสาย ถ้าไม่รับพ่อจะไปรับที่ร้านอาวรรณ แล้วจะไม่ให้ไปเรียนอีกเลย” กำชับลูกสาวคนสวย “ห้ามนะ ห้ามไปยุ่งกับไอ้จิณณ์เด็ดขาด”

“จ้ะพ่อ” เธอรู้ว่าทั้งผิดทั้งบาปที่โกหกบิดา ก่อนหน้าที่ทยุตและรวิวรรณจะมีปัญหากัน เธอและจิณณ์ค่อนข้างสนิทกันอยู่ก่อนแล้ว และทั้งบิดาและพี่ชายก็รับรู้เป็นอย่างดี แต่พอเกิดเรื่องทุกอย่างก็ตาลปัตรไปหมด

รวิวรรณไม่ได้ว่าอะไรที่เธอจะไปเรียนทำอาหารกับท่าน ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่มีอะไรทำแก้เหงา เนื่องจากตอนนี้ร้านยังไม่สมบูรณ์ยังเปิดไม่ได้ ตกลงกันเอาไว้ว่าจะไปเรียนช่วงเที่ยงๆ ตอนนี้เธอกำลังขับรถไปตลาดเพื่อหาซื้อของสำหรับการทำอาหาร ที่สำคัญนัดจิณณ์เอาไว้ด้วย เธอมีเรื่องอยากจะคุยกับเขามากมาย               

เจ้าของร่างสูงที่กำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟในมือถือแก้วเอาไว้ เดาว่าคงดื่มรสชาติเข้มๆ เหมือนเดิม วาริชายิ้มร่ารีบเดินเข้าร้านนั้นทันที เธอเบาใจที่ชาวบ้านแถวนี้ไม่ได้สงสัยอะไรมากมายอาจเป็นเพราะเมื่อก่อนทุกคนรู้ว่าเธอตัวติดกับจิณณ์อยู่แล้ว ถึงตอนนี้ครอบครัวจะทะเลาะกันแต่การที่เธอคุยกับชายหนุ่มอยู่คงไม่แปลก มีแต่คนในครอบครัวของเธอนี่แหละที่สั่งห้าม แต่บางครั้งก็ยังมีเสียงซุบซิบนินทากัน ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ไม่มีอะไรทำกันหรือไง

มันน่าหนักใจนะว่าไหม ?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป