บทที่ 9 9

“พี่คงสนุกที่หลอกกันมาตั้งนาน ก็อย่างว่าแหละ” เธอแอบจิกเนื้อตัวเองแน่น รู้สึกแสบยิบๆ คงเพราะจิกแรงไปหน่อย “คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อ อย่างที่พี่จิณณ์เคยบอกเอาไว้ ทำไมวิวไม่เอะใจเลยนะ” เมื่อความอ่อนแอครอบงำ หัวใจไม่แข็งแรงพอที่จะต้านทานหยาดน้ำใสๆ เอาไว้ได้ ในที่สุดมันไหลรินต่อหน้า ‘ผู้ชายหลอกลวง’

ช่างน่าสมเพชจริงๆ วาริชา

“พี่...” จิณณ์สะอึกในอกรวมถึงลำคอที่กำลังตีบตัน เขาไม่ใช่ผู้ชายอ่อนไหวไม่เคยร้องไห้กับเรื่องใดๆ แต่กับผู้หญิงตรงหน้าคนที่เขาเคยคิดดูถูกเอาไว้สารพัด...

เขาคงกำลังรู้สึกผิด คงเพราะไม่เคยเห็นวาริชาร้องไห้

“ไม่ต้องขอโทษ ให้มันจบลงตรงนี้ก็พอ” เธอพูดเสียงปกติทั้งที่น้ำตายังไหลไม่ขาดสาย

จบตรงนี้อย่างนั้นเหรอ ? หมายความว่าเธอจะตัดเขาออกจากใจใช่ไหม ตอนนี้บอกตามตรงว่าเขาทำไม่ได้

เพราะอะไรจิณณ์ถามตัวเอง อาจจะเพราะว่าเขายังสนุกไม่พอ ยังรู้สึกดีกับการที่มีวาริชาอยู่ใกล้ๆ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไม่สนใจเรื่องเงินทอง ไม่หวังปอกลอกเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่เคยร้องขอให้เขาซื้อของให้

แต่...เขาไม่เคยอ้อนวอนผู้หญิงคนไหนให้กลับมาหา เธอเองก็เช่นกัน ในเมื่ออยากจะไปก็แล้วแต่เจ้าตัว วาริชาเป็นคนตัดสินใจเองไม่ใช่เขา

“ก็แล้วแต่...” ร่างสูงไหวไหล่เล็กน้อย ส่วนหญิงสาวนั้นยิ้มทั้งน้ำตา

“วิวคงเลิกรักพี่” ทุ่มไปทั้งใจมันก็ต้องเจ็บมากเป็นธรรมดา เธอโง่เองที่เดินไปติดกับของเขาเต็มๆ จากนี้ต่อไปปัญหาหลายๆ อย่างคงตามมา และเธอไม่รู้ว่าตัวเองจะรับไหวหรือเปล่า แต่ไหนแต่ไรเวลามีเรื่องไม่สบายใจก็มักจะปรึกษาเขาโดยตลอด จิณณ์มีทั้งด้านดีและด้านร้าย เขา ‘เคย’ เป็นคนอบอุ่นคอยช่วยเธอแก้ปัญหา สอนและแนะนำเธอตลอด แต่ไม่คิดเลยว่าเบื้องลึกในจิตใจเขากำลังหัวเราะเยาะเธออยู่         

“นั่นมันเรื่องของเธอ เพราะฉัน...” วาริชาเม้มปากเข้าหากันแน่น เธอมองคนตรงหน้าไม่ชัดเพราะน้ำตาเอ่อล้นขนภาพเบลอไปหมด กะพริบตาทีมันก็หยาดหยดจนน่าสมเพช

“ไม่ได้รักเธอเลย...”

“เข้าใจแล้วค่ะ” วาริชาพยักหน้าแล้วส่งยิ้มให้ชายหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเธออาจจะไม่ได้เจอเขาอีก ให้ทำใจมาเจอกันคงทำไม่ไหว ยอมรับว่าเวลาที่ผ่านมาเธอหลงรักจิณณ์จนเต็มหัวใจ เล่าให้ใครฟังมันคงเป็นเรื่องตลก เพราะนอกจากที่บ้านแล้วเขาคือที่พักพิงใจของเธอ

“ไปเถอะค่ะ” วีณาเดินมายิ้มกริ่มเบ้ปากมองคนที่มีน้ำตาอย่างสมเพช หญิงสาวเกี่ยวแขนแกร่งแล้วกระตุกเบาๆ จิณณ์มองหน้าเธอแต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไป วาริชารีบเป็นฝ่ายหันหลังให้เขาก่อน

“กลับบ้านได้แล้ววิว” วุฒิภัทรเดินมาคว้าตัวน้องสาว เขาโมโหมากที่จิณณ์พูดแบบนั้นออกมา มันไม่เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กับวาริชาเลยจริงๆ ที่ผ่านมาแค่อยากแก้แค้นเท่านั้น

ทั้งที่สั่งห้ามแล้วแท้ๆ แต่คนของเราเองที่ชอบแอบมาหาอีกฝ่าย แล้วแบบนี้จะโทษใครได้ !

ระหว่างทางกลับบ้านไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของวุฒิภัทร แต่วาริชารับรู้ได้ว่าเขากำลังโกรธที่เธอทำแบบนั้น มันผิดจะโทษใครได้นอกจากตัวเองเพราะเล่นโกหกทั้งพ่อและพี่ชาย

“ไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวไปกรุงเทพฯ พรุ่งนี้อาทยุตจะมารับแกแต่เช้า !” ทั้งสองร่างชะงักเมื่อได้ยินเสียงเข้มทรงพลังของวรเมธที่นั่งรออยู่ที่โซฟาตัวโปรดของท่าน

“พ่อ” เขาไม่คิดว่าท่านจะรู้เรื่องไวขนาดนี้ ทั้งที่ตั้งใจจะไม่ได้รู้แท้ๆ แล้วทำไม...

“ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว เขาแชร์คลิปกันให้ว่อน !” วรเมธโยนโทรศัพท์ลงกับพื้นดีที่มันไม่แตก วาริชาก้มหยิบมาด้วยมือที่สั่นพร่า เธอเปิดดูจึงพบว่ามีคนแอบถ่ายไว้จริงๆ ไม่แปลกถ้าจะโดนถ่ายเพราะแถวนั้นถึงจะมืดแล้วแต่ยังอยู่บริเวณตลาด มันถูกส่งมาในกลุ่มไลน์ของคนเป็นพ่อซึ่งมีแต่คนใหญ่คนโตของจังหวัดทั้งนั้น

“พ่อจ๋า...” วาริชาคลานเข้าไปกราบเท้าคนเป็นพ่อ ข้อความในกลุ่มไลน์นั่นทำให้เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก แต่ละข้อความสร้างความเสื่อมเสียให้กับครอบครัวมาก

“ขึ้นห้องไปเก็บของซะ รีบไปจากที่นี่สักที แกมันตัวสร้างปัญหาชัดๆ ทั้งที่ฉันเลี้ยงดูแกอย่างดี อยากได้อะไรก็ซื้อให้ แต่แกตอบแทนฉันด้วยการโกหกแล้วใจแตกวิ่งหาผู้ชายแบบนี้น่ะเหรอ ! ยิ่งเป็นไอ้จิณณ์ ฉันสั่งแกแล้วใช่ไหมฮะ !”

คนทำผิดได้แต่ก้มหน้าร้องได้ยอมรับความผิดที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้น วุฒิภัทรเห็นว่าบิดาตัวเองอารมณ์แรงขึ้นเรื่อยๆ จึงรีบดึงตัวน้องสาว “ขึ้นห้องไปวิว ไปเก็บของแล้วเตรียมตัวไปกรุงเทพฯ พรุ่งนี้”

วาริชาพยักหน้าทั้งน้ำตาก่อนจะพาตัวเองเดินขึ้นห้องไปด้วยหัวใจอันร้าวราน นอกเหนือความเจ็บช้ำที่โดนตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงใจแตกวิ่งตามผู้ชายอย่างหน้าไม่อายแล้ว สิ่งที่เธอเจ็บที่สุดคือการที่ทำให้คนเป็นพ่อเสียใจ

เธอเป็นลูกที่ใช้ไม่ได้จริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป