บทที่ 10 ผู้ป่วยชั้น 12

หญิงสาวร่างบางกระโดดขึ้นเตียงคนเจ็บ มือทั้งสองข้างยังคงกดที่บาดแผลไปจนตลอดทาง

ผู้คนตามโถงทางเดินต่างเบี่ยงตัวหลบเตียงคนเจ็บ ที่กำลังเข็นอย่างเร็ว

อีกเพียงไม่กี่ก้าว เตียงจะถูกเข็นผ่านประตูห้องผ่าตัด แต่กลับต้องหยุดชะงัก เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งขวางทางอยู่

“พวกคุณจะทำอะไรกัน หลีกไปเร็ว คนเจ็บต้องผ่าตัดด่วน”

พาขวัญตะโกนลั่นโถงทางเดิน หญิงสาวร้อนใจเพราะอากาคนเจ็บบนเตียงไม่สู้ดีนัก

“หมอพาขวัญ ให้พวกเรารับช่วงต่อแทนเถอะครับ”

เสียงราบเรียบแต่ชัดถ้อยชัดคำ ออกจากปากของชายวัยกลางคนในชุดสครับสีน้ำเงิน ตำแหน่งหน้าสุดในกลุ่มคนที่ขวางทางอยู่

“อะไรนะ! เรื่องอะไรกันเนี่ย งั้นก็รีบเลยค่ะ”

หมอพาขวัญ ยอมขยับถอยออกจากคนเจ็บบนเตียงทันที เมื่อเห็นกลุ่มคนที่ยืนขวางเธออยู่

หญิงสาวพยักหน้าให้กับชายหนุ่มด้านหลังหัวหน้ากลุ่ม คนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“ขวัญไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมจะช่วยอาจารย์ดูเคสนี้อย่างดี”

อติวัฒร์ หมอหนุ่มรุ่นพี่ของพาขวัญ ปรี่เข้าไปช่วยกดแผลคนเจ็บแทนตำแหน่งของหมอสาวด้วยท่าทางมั่นใจ

“ขอบคุณมากค่ะ พี่วัฒร์”

พาขวัญ ปีนลงจากเตียง ยืนนิ่งส่งเคสคนเจ็บของตนเองให้กับรุ่นพี่ที่เธอรู้จักฝีมือเขาเป็นอย่างดี

“ทีนี้ก็ว่างได้แล้วสินะคะ หมอพาขวัญ”

มิ้น เดินเข้ามาอยู่เบื้องหน้าหมอสาว จากที่เฝ้ารออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดมาตลอด

หญิงสาว ยืนกอดอกเว้นระยะห่างจากหมอพาขวัญ เพราะเธอกลัวว่ากลิ่นคาวเลือดจะมาติดตัวเธอ

“คุณมิ้น มีอะไรกับดิฉันเหรอคะ”

พาขวัญ ส่งแววตาสงสัย มองหญิงสาวใบหน้าสวยที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางค์อย่างปราณีต

“ท่านรองผู้อำนวยการต้องการพบคุณค่ะ”

มิ้น ไม่ได้มองหน้าของหมอสาวตรงหน้า แต่สายตาเธอมองสำรวจคราบเปื้อนเลือดบนชุดสครับที่พาขวัญสวมใส่อยู่ ด้วยสีหน้าหวาดหวั่นเล็กน้อย

“ตอนนี้เหรอคะ?”

“ค่ะ บอกว่าเรื่องด่วน!”

พาขวัญ เหลือบมองกล่องไฟหน้าห้องฉุกเฉินที่ไปสว่างอยู่ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

คนไข้ของเธอที่เพิ่งเข้าไปในห้องผ่าตัด แม้ว่าจะอยู่ในมือของหมอรุ่นพี่ที่เธอสนิทและไว้วางใจ แต่เธอก็ไม่อยากทิ้งงานตรงนี้ไปแม้แต่นาทีเดียว

แต่คำว่า ด่วน จากผู้บริหารโรงพยาบาล ทำให้เธอไม่มีทางเลือกมากนัก

เมื่อเดินมาถึงห้องรองผู้อำนวยการ พาขวัญเคาะประตูสองครั้งก่อนผลักเปิดเข้าไป

“หมอพาขวัญ เชิญครับ นั่งก่อน”

รองผู้อำนวยการคือชายวัยกลางคน ที่ผมเส้นผมสีขาวขึ้นเกือบจะทั้งศีรษะ แต่มีใบหน้ายิ้มแย้มและดูกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา

“รองผู้อำนวยการ มีเรื่องอะไรหรือคะ ถึงเรียกขวัญมาพบด่วน”

พาขวัญ ถามเข้าเรื่องทันที ก่อนที่จะได้นั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่

เพียงแต่ชายวัยกลางคนตรงหน้า ไม่ได้ตอบเธอทันที เขาเลื่อนแฟ้มสีดำบนโต๊ะมาทางเธอ

“คนไข้ห้องพิเศษชั้นสิบสอง”

สายตาจ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะมองที่แฟ้มในมือและเอ่ยบอกเธอเสียงราบเรียบ

“คุณศรันย์?”

พาขวัญลอบถอนหายใจเงียบ ๆ เธอเปิดแฟ้มดูเพียงครู่เดียวก็จำได้ แต่ในใจก็ยังไม่ค่อยถูกใจกับห้องพักชั้นสิบสองสักเท่าไหร่

“ใช่ครับ ผู้ป่วยที่คุณผ่าตัดทำแผลให้เมื่อคืนนั่นแหละ”

รองผู้อำนวยการ ทวนความจำให้หมอสาว ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้ขอ

“แล้ว..มีปัญหาอะไรเหรอคะ?”

พาขวัญ นั่งลงที่เก้าอี้เบื้องหน้าเขา ก่อนจะเริ่มก้มลงอ่านรายละเอียดในเอกสารเพิ่มเติมอีกครั้ง

“ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ผมต้องการให้หมอพาขวัญเป็นแพทย์ที่ดูแลเขาโดยตรง”

มือที่กำลังพลิกกระดาษในแฟ้มหยุดชะงัก หญิงสาวเงยหน้ามองฝ่ายตรงข้ามด้วยความสงสัย

“ขอโทษนะคะหมายความว่ายังไง? ผู้ป่วยอาการคงที่แล้ว ดิฉันส่งเรื่องต่อให้ทีม Residents เรียบร้อยแล้วนี่คะ”

หลังจากที่อ่านรายงานในแฟ้มแล้ว ไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน เธอจึงคิดว่าไม่ใช่หน้าที่หลักของเธอที่จะต้องดูแล

“ก็หมายความตามนั้นแหละครับ คุณเป็นคนรับเคสนี้แต่แรก ทั้งยังเป็นคนผ่าตัดด้วยตัวเอง และตอนนี้ผู้ป่วยต้องการให้คุณเป็นคนดูแลต่อ”

พาขวัญปิดแฟ้มลงทันที

“ไม่ได้ค่ะ”

คำตอบที่รวดเร็วทำให้รองผู้อำนวยการเลิกคิ้ว มองหญิงสาว

“ทำไม?”

รองผู้อำนวยการเอ่ยถาม น้ำเสียงเนือยด้วยความเหนื่อยใจกับความเอาแต่ใจของทั้งคนป่วยและหมอใต้บังคับบัญชา

“หนึ่ง การผ่าตัดของฉันไม่ได้มีปัญหา คนป่วยอาการคงที่แล้ว ฉันจึงส่งเคสต่อให้แพทย์ประจำบ้านได้ และสอง คนป่วยของฉันที่ห้องฉุกเฉินยังมีอีกหลายราย และ สาม—”

เธอหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“การดึงแพทย์ออกจากงานเพื่อดูแลผู้ป่วยเพียงคนเดียว โดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์เพียงพอ ฉันคิดว่าไม่เหมาะสมค่ะ”

แววตามั่นคงของหญิงสาว เริ่มส่งผลกับอารมณ์ของรองผู้อำนวยการ

“ผมเข้าใจ เพียงแต่…”

เสียงเขาเริ่มเหนื่อยอ่อนลงอีกระดับ เมื่อต้องพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุน เพื่อให้หมอพาขวัญทำตามสิ่งที่ผู้ป่วยคนสำคัญต้องการ

“ถ้าเขามีอาการแทรกซ้อนหรือจำเป็นต้องให้แพทย์เฉพาะทางติดตาม ฉันสามารถประสานทีมให้ได้ค่ะ แต่ให้ฉันรับดูแลเขาเป็นการส่วนตัวตลอดช่วงที่พักรักษาตัวที่นี่ ฉันคงทำไม่ได้”

รองผู้อำนวยการยังพูดไม่ทันจบประโยค กลับถูกหญิงสาวชิงออกความคิดเห็นตัดหน้าเขาเสียก่อน

เขาต้องหยุด เพื่อฟังเธอพูดจนจบ ก่อนจะตัดสินใจพูดประโยคที่ทำให้เธอตัวว่า การเรียกเธอมาครั้งนี้ไม่ใช่การขอความร่วมมือ

“นี่เป็นคำสั่งครับคุณหมอพาขวัญ”

น้ำเสียงหนักแน่นของเขา ทำเอาพาขวัญเม้มริมฝีปาก เธอกำลังคิดทบทวนอำนาจของตัวเอง

“ต่อให้เป็นคำสั่งของท่านประธาน ฉันก็ยังมีหน้าที่ ที่ต้องคำนึงถึงคนไข้คนอื่นด้วยค่ะ ไม่สามารถดูแลแค่ใครคนใดคนหนึ่งได้”

หญิงสาวตอบกลับน้ำเสียงหนักแน่นอีกครั้ง

“ผมรู้ เพียงแต่เคสคุณศรันย์ไม่ใช่เคสธรรมดา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป