บทที่ 12 ดุจังเลยคุณหมอ

ภายในห้องพักผู้ป่วยพิเศษตกอยู่ในความเงียบงัน

ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหญิงสาวข้างเตียง ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

ในขณะที่หมอสาวใช้ยืนเปิดแฟ้มประวัติของเขาใช้สมาธิอ่านอย่างเงียบ ๆ

“อาการของคุณวันนี้เป็นยังไงบ้างคะ”

หญิงสาวถามเขา ทั้ง ๆ ที่ยังก้มหน้ามองเอกสารในมือ

“คุณเป็นหมอไม่ใช่เหรอ”

ศรันย์ ตอบกลับหญิงสาวน้ำเสียงยียวน

“ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นหมอ”

พาขวัญ ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสารในมือ เพื่อมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียง

“แล้วทำไมไม่ตรวจเองล่ะครับ มาถามผมทำไม”

คนเจ็บยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะถามกลับ แววตาเขาสื่อออกมาชัดเจนว่ากำลังภูมิใจที่มีชัยเหนือกว่าเธอ

“เจ็บตรงไหนบ้างคะ”

แฟ้มเอกสารในมือถูกปิด พึบ! ก่อนที่พาขวัญจะก้าวเข้าไปใกล้เตียงคนไข้มากขึ้น

“เจ็บทุกที่”

ศรันย์ตอบหญิงสาวแบบขอไปที ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนหญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมอง

แววตาระริกระรี้เป็นประกายของเขา พร้อมกับรอยยิ้มอย่างคนมีชัยของเขานั้น ยิ่งทำให้เธอรู้สึกขัดใจอย่างมาก

“ถ้าทุกที่จริง ๆ คุณคงไม่นอนสบายอยู่แบบนี้ได้หรอกมั้งคะ”

หญิงสาวถามกลับด้วยความยียวนไม่แพ้กัน

‘กวนมาก็กวนกลับไม่โกงอยู่แล้ว ชิ’

แม้นิสัยจริง ๆ ของหมอพาขวัญ เป็นคนอ่อนโยน จิตใจดี และมักจะยอมคนอื่น

แต่หากถึงคราวที่มีใครก็ตามมาทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เธอมักจะตอบกลับได้อย่างสาสม

“เอ้าคุณหมอครับ ก็ผมเจ็บระบมไปหมดทั้งตัวเลยเนี่ย ไม่รู้ว่าตอนผมสลบอยู่ในห้องผ่าตัดถูกทำอะไรกับร่างกายนี้บ้างก็ไม่รู้”

น้ำเสียงของศรันย์ฟังดูแล้วเหมือนกับตัดพ้อ 

เพียงแต่หากมองใบหน้าคมของเขาที่กำลังแย้มยิ้มระหว่างที่พูดอยู่นั้น จะรู้ได้ทันทีเลยว่าเขากำลังตั้งใจยียวน

“คุณศรันย์คะ โรงพยาบาลของเรามีมาตรฐานการรักษาที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ค่ะ”

พาขวัญ ยิ่งรู้สึกหัวเสีย เมื่อคนไข้บนเตียงพูดจาเหมือนกำลังสงสัยในการรักษาของเธอ

“ถ้าคุณสงสัยว่าถูกทำอะไรที่ไม่ถูกต้องระหว่างสลบอยู่ในห้องผ่าตัด คุณสามารถยื่นเรื่องขอตรวจสอบประวัติการรักษาอย่างเป็นทางการได้เลยค่ะ”

หญิงสาวตอบกลับเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความหนักแน่น พลางกอดอกจ้องหน้าชายหนุ่มตรง ๆ

เธอพยายามรักษาท่าทีนิ่งสงบเอาไว้ ไม่ให้คนตรงหน้าได้ใจไปมากกว่านี้

ทั้งที่ในใจ แอบนึกหมั่นไส้ท่าทางยียวนกวนประสาทของเขา จนอยากเอาแฟ้มเอกสารในมือเคาะหัวคนไข้วีไอพีคนนี้แรง ๆ สักที

“แต่ถ้าตอนนี้คุณระบมเจ็บไปหมดทั้งตัวอย่างที่พูดจริง ๆ.. หมอแนะนำให้คุณอยู่นิ่ง ๆ เลิกขยับตัว และงดใช้เสียงที่ไม่จำเป็นนะคะ มันจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานและทำให้แผลผ่าตัดสมานตัวได้เร็วขึ้นค่ะ”

หมอสาวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มหวานอาบยาพิษ

ตามแบบฉบับบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการรับมือกับคนไข้เจ้าปัญหามานักต่อนัก

ศรันย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ แววตาคมกริบวาบแสงขึ้นมาแวบหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าลูกไก่ในกำมือตัวนี้ ไม่ได้ยอมคนง่าย ๆ อย่างที่คิด

ยิ่งเธอต่อปากต่อคำและอวดดีใส่เขามากเท่าไหร่ 

มันยิ่งจุดไฟความอยากเอาชนะในใจของเขาให้ลุกโชนขึ้นมามากเท่านั้น

“ดุจังเลยนะครับคุณหมอ… แต่เสียใจด้วยนะ พอดีผมไม่ใช่คนประเภทที่ชอบนอนเฉย ๆ ตามคำสั่งใครซะด้วยสิ”

ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรงขึ้นอีกนิดอย่างจงใจ ประท้วงคำเตือนของหมอสาว

โดยไม่สนเลยว่าบาดแผลที่ท้องแขนจะดึงรั้งขึ้นมาจนแอบเจ็บจี๊ด

“คุณศรันย์! บอกให้อยู่เฉย ๆ ไงคะ!”

พาขวัญหมดความอดทนทันที เมื่อเห็นคนไข้จอมอวดดีขยับตัวลุกขึ้น จนผ้าพันแผลเริ่มมีเลือดซึมออกมา

สัญชาตญาณความเป็นหมอ ทำให้เธอรีบก้าวเข้าไปประชิดเตียง

มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปกดไหล่หนาของเขาลงกับหมอน เพื่อบังคับให้นอนลงไปตามเดิม

ทว่า ศรันย์กลับไม่ได้ขัดขืนอย่างที่เธอคิดไว้ ชายหนุ่มปล่อยให้ร่างของตัวเองราบลงไปกับเตียงตามแรงกดของหญิงสาว

ในจังหวะนั้นเอง มือแกร่งของเขากลับตวัดขึ้นมาคว้าต้นแขนของหมอสาวเอาไว้แน่น

ส่งผลให้ร่างบางที่กำลังออกแรงกดเสียหลักโน้มเอียงลงมา จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ

บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันกะทันหัน

ลมหายใจอุ่นร้อนของศรันย์เป่ารดพวงแก้มเนียน ที่บัดนี้เริ่มขึ้นสีระเรื่อ

ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

ระยะที่ใกล้ชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัว ทำให้พาขวัญพยายามจะผละตัวออก แต่แรงบีบที่ต้นแขนกลับล็อกเธอเอาไว้แน่น

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของซาตานหนุ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

ครืด…

เสียงประตูห้องพักผู้ป่วยพิเศษที่ถูกเลื่อนเปิดออก ดังแทรกความเงียบเข้ามากะทันหัน

ตามมาด้วยเสียงก้าวเดินเข้ามาของมือขวาคนสนิทของศรันย์ ที่มาพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด

“คุณศรันย์ครับ เรื่องที่ให้ไปสืบ..”

เสียงของลูกน้องดับลงฉับพลัน เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นนาย

พาขวัญอาศัยจังหวะที่ศรันย์ชะงัก รีบสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมแล้วถอยห่างออกมาสามก้าวทันที

มือบางยกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เขาที่ พลางแสร้งทำเป็นกระแอมไอ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า

ในขณะที่ศรันย์ตวัดสายตาคม มองลูกน้องคนสนิทที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยความไม่สบอารมณ์

สายตาคมจ้องมองลูกน้องคนสนิท สีหน้าแสดงออกมาเป็นเชิงถาม จนเขาต้องเริ่มตั้งสติกลับมารายงานต่อ

“หมอปูลวัชร.. กำลังเดินทางมาที่ตึกนี้ครับคุณศรันย์”

คำรายงานจากคนสนิทของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจของพาขวัญกระตุกวูบ

เธอหันขวับไปมองลูกน้องของศรันย์ทันทีด้วยความฉงนสงสัย ที่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็พูดถึงชื่อพี่ชายของเธอขึ้นมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป