บทที่ 13 พบกันเสียที

ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังของหมอพาขวัญ เมื่อหญิงสาวแอบเหลือบไปเห็นสายตาของศรันย์

แววตาที่เคยฉายแววยียวนเจ้าเล่ห์ก่อนหน้านี้ แปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสนิทและดุดันจนน่ากลัว

มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยกระแสคลื่นความเกลียดชังอันรุนแรงและเยือกเย็น

ราวกับพญามารที่กำลังเฝ้ารอคอยให้เหยื่อด้วยเข้ามาติดกับ

พาขวัญลอบมองใบหน้าของคนบนเตียงนั้น ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด

พี่ชายของเธอเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาลที่อุทิศตนเพื่อคนไข้ และเขาไม่เคยมีศัตรูที่ไหน

แต่ทำให้ผู้ชายคนนี้ถึงต้องมองแค่เพียงได้ยินชื่อ ด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชังขนาดนั้น

‘หรือว่าเขาจะเคยรู้จักพี่ชายเธอมาก่อน แล้วเค้ามีความแค้นอะไรต่อพี่ชายบุญธรรมของเธอกันนะ..’

ก็อก ก็อก ก็อก ครืด…

บานประตูห้องพักผู้ป่วยพิเศษถูกเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง หลังจากสิ้นเสียงเคาะสามครั้ง

ตามมาด้วยการปรากฏตัวของ หมอปูลวัชร

ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าที่สง่างามและน่าเลื่อมใส ในชุดสูทสากลคัตติ้งเนี้ยบ

ใบหน้าหล่อเหลาคมขรึมนั้นฉายแววผู้บริการระดับสูงอย่างเต็มตัว

แม้ลึก ๆ ในใจของเขาจะไม่ค่อยเต็มใจสลัดเสื้อกาวน์ เพื่อลงมาเดินสายต้อนรับพวกคนรวยเอาแต่ใจเท่าไหร่นัก

แต่อภิสิทธิ์ของคนไข้ระดับวีวีไอพี ที่เพิ่งเซ็นต์เช็คบริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้โรงพยาบาล

เรื่องนี้จึงถือเป็นหน้าที่ในฐานะ ผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาล ของเขาซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

”หมอพาขวัญ.. ทางศูนย์อุบัติเหตุมีเคสประเมินด่วน คุณช่วยลงไปช่วยทีมข้างล่างเดี๋ยวนี้เลยครับ“

ปูลวัชร เอ่ยเสียงนิ่งเรียบต่อน้องสาวบุญธรรมของเขา ในฐานะผู้บริหารที่เข้ามาสั่งการบุคลากรของโรงพยาบาล

น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเด็ดขาด เพราะต้องการกันเธอให้ออกไปจากห้องนี้ก่อน ตามสัญชาตญาณความหวังดี

จากนั้น หมอหนุ่มจึงหันไปเผชิญหน้ากับคนบนเตียงผู้ป่วย พร้อมกับรอยยิ้มสุภาพตามมารยาทธุรกิจ

โดยที่เขาไม่ได้เอะใจเลยสักนิด ว่าผู้ชายตรงหน้านี้คือใคร

“สวัสดีครับ คุณศรันย์ ผมหมอปูลวัชร ผู้อำนวยการของที่นี่ ต้องขออภัยด้วยนะครับที่มีรบกวนเวลาพักผ่อน”

ปูลวัชรหยุดครู่หนึ่ง เพื่อสังเกตสีหน้าชายหนุ่มบนเตียง

“พอดีทางเราต้องการมาดูแลความเรียบร้อยของคนไข้ระดับพิเศษด้วยตัวเองครับ”

หมอหนุ่มเริ่มพูดต่อ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของศรันย์ยังคงนิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

ในขณะเดียวกันนั้น พาขวัญรีบพยักหน้ารับคำของพี่ชายด้วยความโล่งอก

เธอรวมแฟ้มเอกสารแนบตัวแล้วเตรียมจะก้าวเดินเลี่ยงออกจากห้องทันที ทว่า…

“จะรีบไปไหนล่ะครับ คุณหมอพาขวัญ..”

น้ำเสียงทุ้มต่ำอันเยือกเย็นของศรันย์ดังขึ้นขัดจังหวะฝีเท้าของเธอ

ชายหนุ่มเอนหลังพิงหมอนพลางตวัดสายตาคมกริบไปประสานเข้ากับดวงตาของผู้อำนวยการหนุ่มผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ตรง ๆ

แววตาของศรันย์วาวโรจน์ไปด้วยไฟแค้นที่สุมอยู่ในอกมานานปี ยามที่เขาได้เห็นศัตรูเดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเอง 

ชายหนุ่มยกยิ้มร้ายที่มุมปาก

“ยินดีที่ได้พบกันเสียทีนะครับ…คุณหมอปูลวัชร”

ศรันย์เอ่ยคำทักทายหมอหนุ่ม จ้องมองหน้าเขาอย่างไม่วางตา

หมอปูลวัชร ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินประโยคทักทายนั้น

สัญชาตญาณอันเฉียบคมของคนเป็นหมอและผู้บริหารระดับสูง 

ทำให้เขาจับกระแสความคุกคามอันเยือกเย็นที่แฝงมากับน้ำเสียงและสายตาของชายหนุ่มบนเตียงได้อย่างรวดเร็ว

แววตาที่ศรันย์ใช้มองเขานั้น มันไม่ใช่สายตาของคนไข้ที่มองผู้อำนวยการโรงพยาบาลด้วยความซาบซึ้ง

แต่มันคือสาตาของศัตรูที่กำลังจ้องมาอย่างมาดร้าย

ปูลวัชรพยายามค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำในหัว 

ทว่าเขามั่นใจอย่างยิ่งว่า ในชีวิตนี้เขาไม่เคยรู้จักหรือสร้างศัตรูที่ชื่อศรันย์มาก่อน

หรือแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มบนเตียงก็ไม่คุ้นตาเขาเลยแม้แต่น้อย

“คุณศรันย์พูดเหมือน…เราเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นหรือครับ?”

ปูลวัชรถามกลับเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีนิ่งขรึมและสุภาพเอาไว้เพื่อหยั่งเชิง

“หึ…สำหรับคุณหมอ ผมอาจจะเป็นแค่คนแปลกหน้า”

ศรันย์หัวเราะในลำคอ แค่นรอยยิ้มหยันออกมา พร้อมกับแววตาคมกริบวาบแสงน่ากลัวขึ้นมาแวบหนึ่ง

ก่อนแววตานั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบอย่างรวดเร็ว

“แต่สำหรับผม ชื่อของ ‘หมอปูลวัชร’ เป็นชื่อที่ผมได้ยินบ่อยจนจำได้ขึ้นใจเลยล่ะครับ”

หมอพาขวัญที่ยังยืนอยู่ไม่ไกลลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ความอึดอัดโรยตัวหนาแน่นอยู่ในห้องพักพิเศษ จนรู้สึกหายใจแทบไม่ออก

สายตาของศรันย์ในตอนนี้ ย้ำเตือนข้อสงสัยของเธอให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ชายคนนี้มีความคิดแค้นกับพี่ชายของเธอจริง ๆ เพียงแต่เธอก็ไม่อาจจะหาเหตุผลที่เป็นเช่นนั้นมาประกอบได้

พี่ปูลวัชร แม้จะเป็นเพียงพี่ชายบุญธรรมของเธอ แต่เท่าที่ผ่านมาเขาดีกับเธอมาตลอด

หรือแม้กระทั่งคนไข้ในโรงพยาบาล และผู้คนที่อยู่รอบตัวเขา ไม่เคยมีใครมีใจบาดหมางกับเขาเลยแม้แต่คนเดียว

“ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องรู้สึกเป็นเกียรติมากครับ”

ปูลวัชรตัดบทด้วยรอยยิ้มทางธุรกิจที่เย็นชาลงกว่าเดิม

เขาหันไปทางแพทย์หญิงรุ่นน้องทันที

“หมอพาขวัญ คุณรีบลงไปจัดการเคสที่ศูนย์อุบัติเหตุเถอะ ทางนี้เดี๋ยวผมดูแลเอง”

“ค่ะ หมอปูล..”

พาขวัญขยับตัวจะก้าวหนีอีกครั้ง

ทว่าเสียงเข้มของคนบนเตียงกลับตวาดขึ้นมาอย่างมีอำนาจ

“ผมบอกให้หยุดไง คุณหมอพาขวัญ!”

ศรันย์เอนตัวพิงหมอนด้วยท่าทีดุดัน

ชายหนุ่มปัดสายตาจากหมอสาวกลับมาจับจ้องที่หน้าของผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรง ๆ

รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

“คุณหมอปูลวัชรครับ ในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล คุณคงทราบนโยบายการดูแลคนไข้ระดับวีวีไอพีดีใช่มั้ยครับ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป