บทที่ 2 ค่ำคืนแสนยาวนาน
โรงพยาบาล
บรรยากาศในห้องฉุกเฉินค่ำคืนนี้ ไม่ต่างจากสมรภูมิรบ เสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้บาดเจ็บ ผสานกับเสียงสะอื้นไห้ของญาติที่ยืนอยู่หน้าประตูกั้น
“ญาติผู้บาดเจ็บช่วยหลีกทางให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่หน่อยนะคะ”
เสียงพยาบาลที่กำลังเข้าเวร ตะโกนบอกเป็นระยะ เมื่อยังมีเตียงของผู้ประสบเหตุทยอยเข็นเขามาเรื่อยๆ จนภายในห้องฉุกเฉินแทบจะไม่เหลือพื้นที่
เสียงไซเรนจากรถพยาบาลแผดร้องระงมฝ่าความมือ สอดประสานเสียงฝีเท้าที่วิ่งดันเตียงผู้บาดเจ็บ ผ่านประตูกระจกอัตโนมัติเข้าไปด้านใน
ภายในห้องฉุกเฉินเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ตัดกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้น จนคนที่ได้กลิ่นทั้งพะอืดพะอม ทั้งรู้สึกแสบจมูก
สัญญาณชีพเตือนจากเครื่องวัดสัญญาณชีพ ดังระงมราวกับจะเป็นเวลานับถอยหลังของชีวิต ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยภาพความวุ่นวาย
ทีมแพทย์และพยาบาลวิ่งสลับเตียงกันวุ่น เพื่อช่วยยื้อชีวิตผู้ป่วยเคสอุบัติเหตุหมู่ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
“วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย มีใครสั่งไก่ทอดมาให้หรือไงกัน”
หญิงสาวร่างบางในชุดสครับสีเขียวเข้ม เดินผ่านประตูกระจกเข้ามาในห้องฉุกเฉิน พร้อมกับทีมผู้ช่วยพิเศษของเธอ
หญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวาน และอ่อนกว่าวัย แต่ฝีมือในการรักษาของเธอนั้น เป็นที่ยอมรับของทุกคนในห้องฉุกเฉินแห่งนี้ ว่ารวดเร็ว แม่นยำ อย่างไม่มีใครกล้าเทียบเทียม
“หมอขวัญก็ ยังมีอารมณ์ขันได้อยู่อีกนะคะ เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน บนทางด่วน สิบคันรวดเลย นี่ข้างนอกก็รถติดกันยาวเหยียดไม่ขยับเลย”
พยาบาลผู้ช่วยอันดับหนึ่งหมอสาว รีบรายงานสถานการณ์ให้คนเพิ่งเข้ามาได้รับทราบ ก่อนจะช่วยหญิงสาวใส่กาวน์กันสารคัดหลั่ง เมื่อเห็นแล้วว่า เตียงผู้บาดเจ็บที่คุณหมอเลือกมุ่งหน้าไปรักษานั้น มีสภาพแบบไหน
“เหล็กทิ่มอยู่ที่ต้นขา เฉียดเส้นเลือดใหญ่ไปนิดเดียวค่ะ แต่ยังมีเลือดออกมากค่ะ คุณหมอขวัญ”
พยาบาลผู้รับเคส รีบแจ้งข้อมูลเบื้องต้นให้หมอสาวทราบทันที ที่เธอเห็นหมอขวัญเดินตรงเข้ามาใกล้เตียงผู้บาดเจ็บ
นัยน์ตาคู่สวยของศัลยแพทย์สาว กวาดมองบาดแผลขนาดใหญ่เบื้องหน้า โดยแทบไม่กระพริบ แววตาสะท้อนความสุขุม นิ่งเฉย จนความลนลานรอบเตียงสงบลงในพริบตา
“กดห้ามเลือดไว้ก่อน ห้ามขยับหรือดึงเหล็กออกเด็ดขาดนะคะ…ไม่อย่างนั้นเลือดพุ่งกว่านี้แน่ โทรแจ้งทีม OR เตรียมให้พร้อม กับจองเลือดสำรองไว้ 4 ยูนิต เราจะย้ายเคสนี้ขึ้นห้องผ่าตัดภายในห้านาทีค่ะ!”
มือเรียวภายใต้ถุงมือสเตอไรล์กดห้ามเลือดอย่างแม่นยำ ก่อนปล่อยต่อให้พยาบาลผู้ช่วย พร้อมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
หน้าห้องผ่าตัด
ค่ำคืนแสนยาวนานของใครหลาย ๆ คน แต่กลับเป็นคืนที่มีอีกหลายชีวิตได้รับรู้สัจธรรมแห่งชีวิต ได้รู้ว่าหนึ่งชีวิตของคนเราบางครั้งช่างแสนสั้นนัก
เมื่อไฟที่อยู่เหนือประตูห้องผ่าตัดดับลง มันคือสัญญาณเตือนยให้รับรู้ว่า มีใครบางคนกำลังได้กลับไปใช้ชีวติ ในขณะที่บางคนทำได้เพียงทิ้งร่างไร้วิญญาณไว้เบื้องหลัง
“สุดยอดเลยนะคะ หมอขวัญ รับไปคนเดียวสามเคสรวด”
พยาบาลผู้ช่วยมือขวาของหมอสาว เดินตามหลังหมอขวัญออกมาจากห้องผ่าตัด หลังจากเข้าร่วมการผ่าตัดใหญ่ถึงสามเคสภายในคืนเดียว
“โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่ไม่มีเคสหนัก”
หญิงสาวแย้มยิ้มบนใบหน้า เธอค่อย ๆ บรรจงล้างมือในอ่างสแตนเลสจนสะอาดหมดจน ก่อนค่อยๆ เช็ดมือให้แห้งอย่างปราณีต
“ขนาดนี้คุณหมอยังบอกไม่หนักอีกเหรอคะ ถ้าหนักกว่านี้ ทีม OR ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะคะ”
นับดาว วิสัญญีแพทย์คู่ใจหมอขวัญ ที่เดินตามออกมาติด ๆ จนได้ยินสิ่งที่เธอกับพยาบาลผู้ช่วยพูดคุยกัน
หญิงสาวอ่อนวัยกว่า รีบปรี่เข้ามาชะโงกหน้าที่ยังไม่ได้ถอดหน้ากากอนามัย มองใบหน้าหมอคนเก่ง ด้วยแววตาขุ่นเคืองเล็กน้อย
พาขวัญ ไม่ถือสา เพราะรู้ดีว่ารุ่นน้องของเธอคนนี้ ช่างขี้เล่นและช่างชอบแกล้งเธอขนาดไหน เธอจึงแค่เพียงหัวเราะในลำคอ แกล้งยกมือบางดันศีรษะของรุ่นน้องคนนั้นกลับไปด้านหลัง
“ไปเถอะค่ะ รีบกลับไปพักผ่อนกัน”
หญิงสาว ยืดแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ยืดตัวเอาความเมื่อยล้าออกจากตัว ก่อนเอ่ยบอกทุกคนให้กลับไปพัก
“แล้วคุณหมอล่ะค่ะ อยากบอกว่าต้องรอเฝ้าเคสอีกนะ”
นับดาว ที่ถูกผลักไปด้านหลังก่อนหน้านี้ เร่งฝีเท้าขึ้นมาจนเดินเคียงข้างหมอรุ่นพี่ ถามพาขวัญอย่างคนที่สนิทจนเริ่มรู้ความคิด
“ทำไงได้ล่ะ ก็ต้องรอจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีอะไรแทรกซ้อน”
คำตอบจากหมอสาว ก็เป็นไปตามที่ทุกคนที่เดินตามเธอมาคาดคิด เธอไม่เคยปล่อยให้คนเจ็บของเธอคนไหน ตื่นมาหลังจากการผ่าตัด โดยไม่ได้พบหน้าหมออย่างเธอเลยสักคนเดียว
“นี่สินะ สมแล้วกับที่เป็นคุณหมอคนเก่ง หมอขวัญใจญาติคนเจ็บ แต่เมื่อไหร่หมอจะมีใจให้คนอื่นนอกจากคนไข้บ้างน้า”
พยาบาลผู้ช่วย สีหน้าทะเล้น เอ่ยถาม เพราะเธอเป็นคนที่ต้องคอยตอบคำถามเรื่องของหมอสาว ให้กับแฟนคลับหนุ่มๆ ของหมอ อย่างไม่เคยได้หยุดหย่อน
