บทที่ 4 ตกหลุมรัก
ภายในรถคนหรูไร้เสียงพูดคุย หมอเก๋ ยังคงไม่พอใจที่ถูกเขาพาออกมาจากสถานีตำรวจ ทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่ได้แก้ต่างให้ตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“คุณจะพาชั้นไปไหน”
หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นก่อน เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นเส้นทางที่เริ่มจะไม่คุ้นเคย นี่ไม่ใช่ทางกลับคอนโดเธอ และไม่น่าจะใช่ทางไปคอนโดของเขา
“สนามบิน”
คำตอบสั้น ๆ ชัดถ้อยชัดคำจากปากชายหนุ่ม ทำให้เธอตกใจจนต้องหันหน้ากลับไปมองสีหน้าและท่าทางคนพูด
“ผมสั่งลูกน้องให้พาผู้หญิงคนนั้นไปทิ้งไว้ชานเมือง ส่วนคุณ.. ผมจะพาออกนอกประเทศ คุณควรหลบไปต่างประเทศสักพักจนกว่าเรื่องยุ่งพวกนี้จะเรียบร้อย”
เขารู้ดีว่า สีหน้าที่แสดงชัดถึงความสงสัยของหญิงสาวนั้น เธออยากจะรู้อะไร สิ่งแรกที่เขาบอก จึงเป็นคำตอบที่เธอน่าจะพอใจ เพียงแต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาทำลงไป เพราะเรื่องหลังจากนั้นเธอไม่ควรรับรู้
หญิงสาวหัวเราะในลำคอ แย้มยิ้มให้ชายหนุ่ม คนที่เธอไม่เคยมีความรู้สึกให้เขา เธอพึงพอใจคำตอบที่ได้รับ เพียงประโยคแรกก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนเป็นผู้ชนะ
‘ทิ้งไว้ชานเมืองเหรอ ดีนี่ งั้นชั้นก็ขอให้เธอเจอกับพวกโรคจิต ให้เธอไม่มีหน้ากลับมาเจอกับหมอปูลอีก เหอะ สมน้ำหน้า กล้ามาแย่งคนของชั้น’
ในความคิดส่วนลึกของเธอ ยังคงยึดมั่นอยู่กับหมอปูลวัชร ทั้งที่เขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาไม่มีใจให้เธอแม้แต่น้อย
ถึงขั้นแจ้งความจับเธอในข้อหาที่สามารถทำให้ชีวิตการเป็นหมอของเธอจบสิ้นได้ เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว
การได้รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนั้นถูกจับไปปล่อยที่ชานเมือง ภาพความรกร้าง เสียงร้องขอความช่วยเหลือ ที่ผุดขึ้นในหัว ทำให้เธอรู้สึกสะใจไม่น้อย
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน เพราะเป็นเวลาใกล้รุ่งสาง ที่บนถนนร้างผู้คน และไร้เงายานพาหนะ
รถยนต์คนหรูจอดสนิทอยู่ในบริเวณลานกว้างของสนามบิน นักบินที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการบินคืนนี้ รีบวิ่งมาต้อนรับผู้มาถึงด้วยความกระตือรือร้น
“เครื่องตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ พร้อมบินทันทีที่คุณรันสั่งการ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะเดินอ้อมตัวรถไปเปิดประตูอีกฝั่งให้หญิงสาวลงจากรถด้วยตัวเอง
ทั้งคู่ เดินฝ่าความมืดขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของตระกูลรัตนภักดี เพื่อมุ่งหน้าสู้อีกประเทศในอีกฝากโลก ท่ามกลางสายตาของผู้เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คนที่เป็นคนช่วยดำเนินการเรื่องทั้งหมดนี้ให้เขา
ทันทีที่เครื่องบินไต่ระดับจนถึงความสูงที่เหมาะสม สัญญาณเตือนเข็มขัดนริภัยดับลง เป็นสัญญาณว่าผู้โดยสารสามารถผ่อนคลาย และเร่ิมกิจกรรมบนเครื่องได้อย่างเต็มที่
เพียงแต่ว่า บนเครื่องบินโดยสารส่วนตัวลำนี้ มีเพียงผู้โดยสาร กับนักบินและผู้ช่วยเท่านั้น ไม่มีลูกเรือที่ได้รับหน้าที่ขึ้นมาให้บริการเลยแม้แต่คนเดียว
ชายหนุ่ม ปลดเข็มขัดนิรภัยที่นั่งของตนเอง ก้มลงเปิดลิ้นชักใต้ที่นั่งเพื่อหยิบผ้าห่มผืนหนาออกมา เขาห่มผ้าให้หญิงสาวที่นั่งเอนตัวหลับตาอยู่บนที่นั่งข้างตัว
เขาจ้องใบหน้าหวานที่เคยหมดจด สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ แต่ตอนนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา และยังมีคราบเลือดแห้งกังติดอยู่ที่บริเวณลำคอ
ผ้าเปียกในมือหนา ค่อยๆ บรรจงซับลงบนผิวหน้าเธอ เช็ดทำความสะอาดคราบน้ำตาและคราบเลือดอย่างพิถีพิถัน เบามือที่สุดเท่าที่ชายหนุ่มอย่างเขาจะทำได้
“ปีกว่าแล้วนะหมอเก๋ คุณไม่รู้หรอกว่าผมดีใจแค่ไหน ที่วันนั้นคุณบอกจะยอมทำตามที่ผมต้องการทุกอย่าง แลกกับการให้ผมพาผู้หญิงคนนั้นไปจากหมอคนนั้น”
“ทั้งๆ ที่มันผิด แต่ผมก็ยอมทำเพื่อคุณ แต่ถ้าผมรู้ว่า ผมทำเรื่องพวกนั้นให้คุณแล้ว คุณจะมาอยู่ในสภาพนี้ ผมคงไม่ยอมทำมันแน่”
“ผมไม่มีทางให้มือคู่นี้ของคุณต้องแปดเปื้อน เพราะมือคู่นี้ของคุณสำหรับผม มันมีค่ามาก เพราะมือคู่นี้ของคุณ ที่ช่วยชีวิตผมไว้ และเพราะตัวคุณ เป็นแสงสว่างของผม”
มือหนากอบกุมมือบาง เขานั่งจ้องมองใบหน้าหญิงสาวตลอดการเดินทางข้ามทวีป ย้อนคิดถึงเรื่องราวในอดีต ที่ทำให้เขาตกหลุมรักเธอ ยอมให้ทุกสิ่งที่เธอขอ
เช้าวันนั้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เขาตื่นขึ้นมาด้วยความปวดร้าวที่ศีรษะอย่างแรง ความเจ็บแล่นแปร๊บจากรอยแผลที่หน้าผาก เข้าสู่ส่วนกลางของสมอง จนทำให้เขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต
เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาถูกคู่แข่งทางธุรกิจลอบทำร้าย เพราะว่าเขาสามารถชนะการประมูลโครงการยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลมาได้
การฉลองความสำเร็จให้ทีมงานเมื่อคืน เขาคงดื่มมากไปหน่อยจนเปิดช่องให้คนพวกนั้นลอบทำร้ายเขาได้
แสงแดดในช่วงสายกำลังส่องผ่านหน้าต่าง ลอดมากระทบกับดวงตาที่ยังคงไม่อาจลืมขึ้นมาสู้กับแสงแดดนั้นได้
“ไม่ต้องห่วงนะคะ สำหรับดิฉัน แผลไม่ได้สาหัสขนาดที่จะรักษาไม่ได้ รับรองว่าไม่มีรอยแผลเป็นแน่นอนค่ะ”
เสียงใสกังวาลดังมาจากปลายเตียงที่เขานอนอยู่ คำพูดนั้นชัดเจน น้ำเสียงมั่นคง จนเขาต้องยอมเปิดตาขึ้นดูเจ้าของเสียงว่าเป็นใคร เหตุใดถึงได้พูดจาได้มั่นใจได้ถึงเพียงนี้
ใบหน้าสวยคม ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์อย่างปราณีตทุกกระเบียดนิ้ว กลับรอยยิ้มที่มั่นใจนั้น ถูกลำแสงทอดผ่านจากหน้าต่างด้านข้างบดปังไปกว่าครึ่ง แต่กลับดึงดูดสายตาเขาไว้ได้อย่างน่าประหลาด
