บทที่ 6 หมอพาขวัญ
พาขวัญ หมอประจำศูนย์อุบัติเหตุโรงพยาบาลใหญ่กลางเมือง
เธอเคยสูญเสียพี่สาวซึ่งเป็นครอบครัวคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ของเธอ ไปพร้อมกับหลานที่ยังอยู่ในท้อง ทั้งคู่จากไปพร้อมกันเพราะอุบัติเหตุ
ในขณะที่ตอนนั้น เธอยังคงเป็นเพียงนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับทุนจากรัฐบาล แต่ทุนนั้นก็ยังไม่เพียงพอ
จนพี่สาวของเธอต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อหารายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และใช้สำหรับดำรงชีวิตของทั้งคู่
เด็กสาวสองคนที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคสู้กับความอัตคัดขัดสนจนบางวันแทบไม่มีข้างกิน
แต่ทั้งคู่ก็ไม่คิดจะยอมแพ้ จนกระทั่ง พี่สาวเธอได้เจอกับชายวัยกลางคนที่เข้ามาชอบพอ และสัญญาว่าจะรับเลี้ยงทั้งคู่อย่างดี
ความดูแลเอาใจใส่ที่พี่สาวเธอได้รับอย่างที่ไม่เคยได้จากใคร ทำให้พี่เธอนั้นหลงรักเขาจนยอมมอบทั้งกายและใจให้ไป
สุดท้ายทั้งหมดกลายเป็นคำลวง เมื่อพี่สาวเธอตั้งครรภ์ แต่กลับต้องรับรู้ว่า ชายคนนั้นมีภรรยาและลูกของตนอยู่แล้ว
ความสุขที่เคยคิดว่ากำลังจะได้รับ มลายหายไปจนหมดสิ้น ทันทีที่ชายคนนั้นรู้ว่าพี่สาวเธอท้อง เขาตีตัวออกห่างกันที ไม่มีแม้ความคิดว่าจะรับเด็กในท้องพี่สาวเธอเป็นลูก
จากที่ต้องทำงานเลี้ยงดูสองชีวิต กลับต้องเพิ่มอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะลืมตาออกมาดูโลก
พาขวัญ ต้องเริ่มทำงานพิเศษเพิ่มในช่วงเวลาที่ว่าง แม้ว่าจะน้อยนิด แต่เธอก็ยอมเจียดเวลาออกจากเวลาที่ต้องพักผ่อน
เพื่อไม่ให้พี่สาวที่กำลังท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ ต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม
ค่าใช้จ่ายในการคลอดหลานของเธอ เตรียมเอาไว้ใกล้จะครบแล้ว อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ เธอจะได้เห็นหน้าหลานเสียที
ฟ้าหลังฝนควรจะมีสายรุ้งทอดผ่านฟากฟ้า ทอประกายความสวยงามให้ได้เห็น
เพียงแต่ว่า นั่นไม่ใช่สำหรับชีวิตของเธอ เพราะหลังจากฝนกระหน่ำที่เพิ่งผ่านพ้นไป แสงแดดที่กำลังจะทอแสงอ่อน กลับถูกบดปังด้วยเมฆดำทะมึนก้อนที่ใหญ่กว่า
จากที่เธอเคยคิดว่าสายฝนที่เข้ามาในชีวิตกำลังจะจบลง แต่กลับกลายเป็นว่าพายุลูกใหม่ที่เข้าสู่เส้นทางชีวิตเธอนั้น ใหญ่และรุนแรงกว่าเดิมมาก
เหมือนสายฟ้าฟาดผ่านลงมา พุ่งตรงเข้าสู้หัวใจของหญิงสาว เมื่อคืนนั้นเธอต้องได้รับฟังข่าวร้าย ที่หน้าห้องผ่าตัด
“ขอโทษด้วยครับ พวกเราทำดีที่สุดแล้ว แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษปาดแผลไม่ไหวจากไปพร้อมกับทารกในครรภ์”
เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ แต่กลับเหมือนเสียงฟ้าผ่ากระหน่ำลงกลางหัวใจของเธอ
แม้แต่หมอที่ขึ้นชื่อว่ามีฝีมือดีที่สุดในรุ่นของเขา ก็ไม่อาจยื้อชีวิตของพี่สาวและหลานของเธอเอาไว้
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พี่ทิ้งขวัญไป แล้วขวัญจะอยู่ยังไง”
เสียงกรีดร้องที่เธอแผดเสียงออกมาในวันนั้น เหมือนเป็นการสั่งเสียครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่จะไม่มีทางได้ยินเธออีกต่อไปแล้ว
หญิงสาวหมดสิ้นความหวังในชีวิต เธอไม่มีความคิดที่จะอยู่ต่อบนโลกอันโหดร้ายนี้อีกต่อไป
เพียงแต่ เหมือนสวรรค์ยังไม่ยอมให้เธอทำตามความคิดบ้า ๆ นั้นได้สำเร็จ
เมื่อหมอหนุ่มที่เป็นคนมาแจ้งข่าวการจากไปของพี่สาวเธอ ก้มลงพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงของเธอขึ้นมา และพาไปนั่งพักที่ห้องว่างด้านข้าง
หมอหนุ่มนั่งอยู่กับเธอเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากพูด และไม่ได้แสดงท่าทีซึ่งทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย
เวลาที่ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว เธอเองก็ไม่อาจทราบได้ เพียงแต่น้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมาก่อนหน้านี้ เหมือนกำลังจะเหือดแห้งหายไปจดเกือบจะหมดแล้ว
จนกระทั่งเธอเริ่มตั้งสติได้ หมอหนุ่มยังช่วยแนะนำเธอในการจัดการเรื่องของพี่สาว อีกทั้งช่วยให้เธอได้รู้จักกับมูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือญาติของผู้เสียชีวิต
นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้จักกับ คุณหญิงพัชนี แม่บุญธรรมของเธอในปัจจุบัน และเป็นแม่ของหมอหนุ่มรุ่นพี่ที่เป็นคนผ่าตัดให้พี่สาวเธอ
หลังจากจัดการงานศพของพี่สาวและหลานในท้อง โดยได้รับความช่วยเหลือทั้งหมดจากมูลนิธิ
พาขวัญ ยังได้รับโอกาสจากคุณหญิงพัชนี ขอให้เธอกลับไปเรียนต่อ และรับเธอเป็นลูกบุญธรรม
เมื่อเธอได้รับโอกาสอีกครั้ง เธอจึงตั้งใจกลับไปเรียนต่อและเลือกเรียนสาขาที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเคสอุบัติเหตุและเคสฉุกเฉินโดยเฉพาะ
ความหวังเพียงอย่างเดียวของเธอคือ เธอไม่ต้องการให้เกิดเหตุที่ต้องสูญเสียเหมือนกับพี่สาวของเธออีก
ถึงแม้ว่าไม่มีใครสามารถหลีกพ้นความตายได้ เธอไม่อาจช่วยทุกเคสได้อย่างร้อยเปอร์เซนต์ แต่เธอก็ตั้งใจทุ่มเทกับทุกเคสที่เธอได้รับ
“คุณยังต้องนอนนิ่ง ๆ อยู่แบบนี้อีกสักระยะนะคะ รอให้แผลสมานก่อนถึงจะขยับได้ อดทนหน่อยนะ”
พาขวัญ เปิดผ้าพันแผลตรวจดูแผลของชายหนุ่มอย่างเบามือ ก่อนจะปิดลงไปแบบเดิมอย่างเรียบร้อย
“คุณคือ..?”
ศรันย์ เอ่อถามเสียงแผ่วเบาและยังคงแหบแห้ง จากการขาดน้ำ
“ฉันเป็นหมอที่ผ่าตัดให้คุณค่ะ ตอนนี้คุณได้สติแล้ว รู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนมั้ยคะ เวียนหัวมั้ย ถ้าอีกเดี๋ยวไม่มีอะไรผิดปกติ ฉันจะให้คนพาคุณไปที่ห้องพักค่ะ ตอนนั้นค่อยให้ญาติมาเยี่ยมได้นะคะ”
พาขวัญ เอ่ยตอบราบเรียบตามระเบียบที่เคยทำมาโดยตลอด อย่างไม่มีติดขัด
“ผม..หิวน้ำ”
ศรันย์กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกภายในคอกำลังแห้งผากจนเหมือนกับถูกไฟเผา
“เอาไว้ได้ย้ายไปที่ห้องพักก่อนนะคะ ถึงจะให้จิบได้น้ำ อดทนหน่อยนะคะ”
หญิงสาวแตะเบา ๆ ที่ไหล่กว้างของชายหนุ่ม เพื่อเป็นการปลอบคนเจ็บของเธอ ด้วยความเข้าใจเป็นอย่างดี
‘อดทนหน่อยอย่างนั้นเหรอ หึ ฉันอดทนมานานแล้ว ทนอีกหน่อยก็ไม่น่าจะเป็นอะไรใช่มั้ย ได้..ฉันจะอดทนอีกหน่อยก็ได้’
ความคิดในหัวของเขา มีแต่ความเครียดแค้นที่รอวันได้แก้แค้น
