บทที่ 7 คนไข้ห้องพิเศษ
ห้องพักพิเศษ
อากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อ เครื่องปรับอากาศถูกลดอุณหภูมิเอาไว้จนเย็นฉ่ำ
เตียงกว้างของผู้ป่วยที่ตั้งอยู่กลางห้อง ถูกรายล้อมไปด้วยชายชุดดำ ยืนก้มหน้ากันอย่างเป็นระเบียบ
“ตกลงว่าเป็นฝีมือใคร”
ชายหนุ่มที่ยังนอนอยู่บนเตียง เอ่ยถามลูกนองคนสนิทด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“คนของเสี่ยมานพครับคุณรัน มันคงโกรธที่เรากลับมาก็แย่งเอาโครงการใหญ่ที่มันเล็งเอาไว้ไปเกือบจะหมด”
ลูกน้องคนสนิทรายงานคนเป็นนาย ตามข้อมูลที่ได้รับรายงานมาก่อนหน้านี้
ใบหน้าที่ยังคงขาวซีดจากการเสียเลือดมาก่อนหน้านี้ คิ้วขมวดเคร่งขรึม เขากำลังนึกใบหน้าของเจ้าของชื่อที่ลูกน้องพูดถึง
แต่ก่อนที่จะได้ออกคำสั่งให้ลูกน้องไปจัดการคนที่บังอาจส่งคนมาลอบทำร้ายเขา
เสียงประตูบานเลื่อนของห้องพักดังขึ้น ครืด.. ชายร่างกำยำในชุดสูทสีดำที่ยืนล้อมอยู่ข้างเตียงคนเจ็บทั้งหมดในห้อง ต่างหันไปมองที่มาของเสียง ด้วยท่าเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ร้าย
“ขอโทษนะคะ นี่ประชุมกันอยู่เหรอ คนเจ็บเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาควรต้องพักผ่อนนะคะ”
ร่างบางเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารของคนเจ็บในมือ สายตากวาดมองชายชุดดำในห้องพักคนเจ็บของเธอ
น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ ไม่มีความเกรงกลัวต่อกลุ่มคนที่น่าเกรงขามในห้องนั้นแม้แต่น้อย
พาขวัญ ยืนนิ่งมอง เมื่อทุกคนต่างไม่มีใครยอมขยับ เธอไม่สามารถเอ่ยปากไล่คนมากมายในห้องออกไปได้ แม้ว่าในใจต้องการแค่ไหนก็ตาม
เพราะห้องพักรักษาตัวระดับวีวีไอพีห้องนี้ ถือเป็นข้อจำกัดให้ไม่ว่าหมอหรือพยาบาล ต้องบริการคนเจ็บที่เลือกใช้ห้องพักห้องนี้อย่างดีที่สุด
หากใครก็ตามที่ถูกคนในห้องระดับนี้ ไม่พอใจจนความคิดเห็นไปถึงผู้บริหารโรงพยาบาล คนนั้นมักถูกลงโทษจนเกือบจะไม่สามารถอยู่ในอาชีพได้
“คนเจ็บต้องการการพักผ่อนนะคะ ฉันขอเวลาแค่สองสามวันเท่านั้น หลังจากดูให้แน่ใจแล้วว่า แผลไม่มีการติดเชื้อและไม่มีอาการแทรกซ้อน ตอนนั้นฉันจะให้คุณกลับบ้านได้ ถึงเวลานั้นก็แล้วแต่พวกคุณเลยค่ะ”
พาขวัญ ตัดสินใจอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบกันอยู่นาน
หญิงสาวมองตรงไปที่คนเจ็บที่ยังนอนอยู่บนเตียงกว้าง เธอจ้องเขาด้วยแววตามุ่งมั่นและจริงจัง หวังเพียงให้เขาให้ความร่วมมือกับการรักษาของเธอ
ศรันย์ ยกนิ้วสบัดไปด้านข้างเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้ผู้ช่วยคนสนิททำตามที่หมอสาวร้องขอ
“ครับคุณศรันย์”
ผู้ช่วยคนสนิท โค้งคำนับเจ้านายอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินนำพาพักพวกที่เหลือ ออกจากห้องพักผู้ป่วยไปอยู่รอกันที่ห้องรับรองข้าง ๆ
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ”
พาขวัญ แอบลอบถอนหายใจ เพราะความจริงเธอไม่ค่อยชอบรับหน้าที่ดูแลคนป่วยระดับนี้สักเท่าไหร่
หากไม่ใช่ว่าผู้ชายคนนี้ เข้ามารับการรักษาในศูนย์อุบัติเหตุและเป็นเคสฉุกเฉิน ซึ่งเธออยู่เวรพอดี เธอคงไม่มีทางช่วยรักษาให้เขาอย่างแน่นอน
“สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะคะ ดิฉันหมอพาขวัญ เป็นหมอเจ้าของไข้ของคุณ”
พาขวัญ แนะนำตัวเองอีกครั้งตามหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ หลังจากที่คนไข้ของเธอมีสติสัมปชัญญะกลับมาเรียบร้อยแล้ว
“คุณได้รับบาดเจ็บที่ท้องแขน บาดแผลลึกจนถึงเส้นเลือดใหญ่ ดิฉันเปิดบาดแผลเย็บเส้นเลือดให้เรียบร้อยแล้ว ระหว่างนี้อาจจะยังเจ็บแผลอยู่บ้าง อีกสักพักอาจจะเริ่มรู้สึกตึง ๆ เลยอยากให้คุณระวังอย่าเพิ่งขยับแขนข้างนั้นนะคะ”
พาขวัญ เริ่มอธิบายอาการบาดเจ็บและการรักษาให้คนเจ็บได้รับรู้สถานการณ์ของตนเอง
สีหน้าที่เรียบเฉย กับสายตาที่มุ่งมั่น ท่าทีมั่นใจนั้น ดึงดูดสายตาคนที่กำลังมองเธอเอาไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ศรันย์ เพียงจ้องมองเธอด้วยความนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยถามคำถามในหัว ไม่พยักหน้ารับคำของหมอสาว
มีเพียงความคิดของเขาตอนนี้เท่านั้น ที่ดังอยู่ในหัวสมอง
‘ผู้หญิงคนนี้ แววตามุ่งมั่นและท่าทางมั่นใจของเธอไม่ต่างจากคุณเลยหมอเก๋ แต่คุณวางใจได้เลย ผมไม่มีทางรู้สึกกับเขาเหมือนที่รู้สึกกับคุณแน่นอน เพราะเขาคือน้องสาวของคนที่ทำร้ายคุณ’
พาขวัญเริ่มสังกตุเห็นสายที่เขาใช้จ้องมองเธอ เริ่มเปลี่ยนไปจากตอนแรกที่เธอเขามาในห้องนี้
แววตาที่ราบเรียบดูเมินเฉย ตอนนี้กลับเหมือนมีคำถามมีความคับข้องใจอยู่ในดวงตาคมคู่นั้น เขาจ้องมองเธอเหมือนกำลังใช้สายตานั้นแสกนลึกเข้าไปข้างในตัวเธอ
“คุณศรันย์คะ คุณได้ยินที่ดิฉันพูดมั้ย”
เสียงหวานเล็ก ๆ เอ่ยถาม พร้อมกับแตะนิ้วเรียวเล็กเบา ๆ ที่ข้อแขน ดึงสติให้ชายหนุ่มหลุดออกมาจากความคิดในหัวของตัวเอง
“หมอผู้หญิงที่นี่สวยแบบคุณทุกคนเลยหรือเปล่าครับ น่ามองจนอดใจไม่ไหวเลย”
เสียงแหบทุ้มหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาเป็นครั้งแรก แม้ประโยคที่เขาพูดออกมานั้น ควรจะทำให้หญิงสาวที่ได้ฟังหน้าแดง
เพียงแต่ไม่ใช่กับหมอพาขวัญ เธอเงยหน้าขึ้นจากบาดแผลของเขา จ้องมองด้วยแววตาตำหนิ
ก่อนจะกลับไปสนใจแกะผ้าพันแผลต่อเพื่อตรวจบาดแผล แทนที่จะสนใจต่อปากต่อคำกับชายหนุ่ม
เธอเลือกที่จะทำงานตามหน้าที่ของเธอไปเงียบ ๆ หวังเพียงให้เขาหายดีโดยเร็วที่สุด
“เมื่อกี้ผมไม่ทันได้ฟังที่คุณหมอพูดเลย ช่วยพูดให้ฟังอีกครั้งได้มั้ยครับ”
ศรันย์ เห็นหญิงสาวเงียบไปไม่ตอบโต้กลับอย่างที่เขาตั้งใจ แม้ว่าจะรู้สึกขัดใจนิด ๆ แต่เขายังพยายามสะกดอารมณ์หงุดหงิดเอาไว้ ถามเธอออกไปอีกครั้งเพื่อเริ่มบทสนทนาใหม่
“ระหว่างนี้บริเวณแผลอาจจะรู้สึกตึง ๆ นิดหน่อยค่ะ แต่ถ้ารู้สึกเจ็บมากให้ขอยาจากพยาบาลได้เลย หมอสั่งให้ยาฆ่าเชื้อเอาไว้แล้ว พยาบาลจะเข้ามาล้างแผลให้ทุกวัน ช่วงนี้อย่าให้แผลโดยน้ำนะคะ”
พาขวัญ เริ่มอธิบายสิ่งที่ต้องบอกให้คนไข้รับรู้เอาไว้อีกครั้งอย่างใจเย็น
