บทที่ 8 รับผิดชอบหน้าที่หมอ
“คุณหมอควรจะมาล้างแผลให้ผมด้วยตัวเองไม่ใช่เหรอครับ”
แววตาเป็นประกายวิบวับของศรันย์ ที่เขาใช้มองใบหน้าหวานสวย ที่กำลังช่วยดูบาดแผลให้เขาอยู่นั้น สามารถหลอมละลายหัวใจหญิงสาวได้เลย
เพียงแต่ใช้ไม่ได้กับหญิงสาวที่ชื่อ พาขวัญ เธอมองผ่านแววตานั้นเพียงแว่บเดียว
ก่อนจะกลับไปสนใจค่อย ๆ ตรวจรอยแยกบนเนื้อเยื่อที่กำลังเริ่มสมานตัวเข้าด้วยกัน จากฝีมือการเย็บแผลอย่างปราณีตของเธอด้วยความภาคภูมิใจ
“คุณหมอไม่ควรจะเป็นคนรับผิดชอบรักษาอาการคนเจ็บจนกว่าจะหายเหรอครับ”
เมื่อคำพูดครั้งแรกกับแววตาล่อลวงใจที่เขาใช้ไม่ได้ผล ศรันย์ เลือกที่จะใช้คำพูดที่คิดว่า คนอย่างเธอน่าจะให้ความสำคัญแทนอีกครั้ง
ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ เพราะหญิงสาวเริ่มมีท่าทีต่างจากเมื่อครู่ที่เธอพยายามเมินเฉยต่อคำพูดเขา
“ดิฉันรับผิดชอบการรักษาจนกว่าจะหายแน่นอนค่ะ เพียงแต่คุณพยาบาลจะมีประสบการณ์ล้างแผลและดูแลคนไข้มากกว่าหมอ เพราะพวกเธอเรียนมาทางนั้นโดยตรง ดิฉันคิดว่าการแจกจ่ายหน้าที่ที่เหมาะสมให้กับผู้ที่เชี่ยวชาญมากกว่า ไม่น่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นความไม่รับผิดชอบนะคะ”
พาขวัญ ต้องหยุดชื่นชมรอยแผลอันสวยงามจากฝีมือเธอ เพื่อจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มให้เต็มตา
เธอจงใจจ้องตาเขาด้วยแววตาตำหนิ เพื่อแสดงให้รู้ว่าเธอกำลังรู้สึกว่าคำพูดที่เขาใช้นั้น กำลังดูถูกการตัดสินใจของเธอ
“ขอโทษครับผมไม่รู้เรื่องแบบนี้ ผมแค่อยากให้คุณหมอมาดูแลผมมากกว่าก็แค่นั้น”
ศรันย์ น้ำเสียงอ่อนลงเหมือนเด็กที่กำลังรู้สึกผิด เพียงแต่ยังคงจ้องมองหมอสาวด้วยแววตาทรงเสน่ห์ อย่างที่ต้องทำให้สาว ๆ ทั้งหลายยอมสยบ
“ดิฉันจะรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ ส่วนหน้าที่ของคนอื่นดิฉันคงทำได้แค่ขอความร่วมมือ แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พยาบาลที่สามารถขึ้นมาดูแลคนไข้ที่ห้องชั้นนี้ได้ ทุกคนผ่านการอบรมและทดสอบมาอย่างดี คิดว่าคุณจะพอใจ”
พาขวัญ ยังคงยืนยันคำเดิมที่จะให้หน้าที่ล้างแผลเป็นของพยาบาลประจำห้อง เพราะเธอไม่ควรเข้าไปแย่งหน้าที่เหล่านั้นไปจากพวกเธอ
หญิงสาวปิดผ้าพันแผลกลับเข้าที่ตามเดิมอย่างเบามือ ก่อนจะลุกขึ้นตรวจดูสายน้ำเกลือ และเครื่องวัดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว
“แผลไม่มีเลือดซึมแล้วนะคะ ค่าร่างกายต่าง ๆ ก็กลับมาเป็นปกติแล้ว ขอให้คนไข้พักผ่อนให้มาก ๆ นะคะ ดิฉันขอตัวก่อน”
หญิงสาวโค้งศีรษะเล็กน้อยให้คนไข้บนเตียง ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อเดินออกจากห้องพักวีวีไอพีที่เธอรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ต้องเข้ามา
“เดี๋ยวสิครับคุณหมอ โอ้ย..ซืด”
ศรันย์ ร้องเรียกหญิงสาวเอาไว้ก่อนที่เธอจะหันหลังให้ เผลอยกมือข้างที่เป็นแผลขึ้นหวังจะคว้าข้อมือบางเอาไว้ จนความเจ็บเข้าเล่นงานจนต้องสูดปาก
“นี่คุณ ดิฉันบอกแล้วไงค่ะ ว่าอย่าเพิ่งใช้แขนข้างนี้ คุณควรระวังหน่อยนะ ถ้าไม่อยากเข้าห้องผ่าตัดอีกรอบ”
พาขวัญ หันขวับกลับมาพุ่งตรงเข้าไปที่แขนชายหนุ่ม เพื่อสำรวจบาดแผลด้วยท่าทีตื่นตระหนก
หญิงสาวเอ็ดคนไข้ของเธอด้วยความลืมตัว ว่าเขาเป็นคนไข้ห้องพิเศษ ที่แม้แต่หมอก็ไม่มีสิทธิทำอะไรล่วงเกิน
“ผมแค่กลัวคุณจะออกไปก่อน”
ศรันย์ ส่งสายตารู้สึกผิดให้กับหญิงสาว ก่อนจะก้มลงสนใจนิ้วเรียวบางที่กำลังแกะผ้าผันแผลให้เขาเพื่อตรวจแผลอีกรอบ
“อุ้ย..เบา ๆ สิคุณ มันเจ็บ”
มือหนาอีกข้าง คว้ามือบางของหมอสาวเอาไว้แน่น เหมือนอยากจะขอให้เธอเบามือ แต่ความจริงเขาจงใจรั้งเธอเอาไว้ให้ใช้เวลาอยู่กับเขาให้นานขึ้นอีก
“รบกวนปล่อยมือด้วยค่ะ”
พาขวัญ เสียงเขียวใส่คนไข้ของเธออย่างอดไม่ได้ เมื่อมือหนาที่กุมมือเธอไว้นั้น กำลังใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้เบา ๆ อยู่ที่หลังมือของเธอ
“เอ่อ ขอโทษครับ…มือหมอนุ่มจัง หอมด้วย”
ศรันย์ ยอมปล่อยมือหญิงสาวแต่โดยดี ก่อนจะจรดนิ้วมือตัวเองใกล้กับปลายจมูก และสูดลมหายใจเข้าเพื่อดมกลิ่นที่ติดกลับมา
“กลิ่นแอลกอฮอล์ค่ะ คุณไม่ควรสูดดมเข้าไปมากนะคะ มันไม่ดีต่อทางเดินหายใจของคุณ”
หญิงสาวตอบกลับเขาทันควัน สีหน้ายังคงราบเรียบ ไม่มีความหวั่นไหวกับแววตา ท่าทาง น้ำเสียง และคำพูดของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
เธอกำลังมุ่งมั่นตั้งใจตรวจแผลของเขาอีกครั้งอย่างละเอียด ก่อนจะพบว่ามีรอยซึมของเลือดสีแดงออกมาเล็กน้อย
“มีเลือกซึมนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับแผลฉีก คุณควรระวังมากกว่านี้นะคะ ดิฉันจะปิดแผลให้ใหม่รอสักครู่ค่ะ”
หมอพาขวัญลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีหลังจากอธิบายอาการจบ เธอหันหลังให้เขาเพื่อจะเดินออกจากห้องอีกครั้ง
“เดี๋ยวสิครับ หมอจะไปไหนอีก ไหนบอกจะปิดแผลให้ผมไง”
ศรันย์คว้าข้อมือบางเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างร้อนรน
“ดิฉันต้องออกไปเตรียมอุปกรณ์ทำแผลค่ะ แล้วทีหลังคุณแค่เรียกดิฉันก็จะหยุดรอฟังค่ะ ไม่ต้องจับไว้แบบนี้ก็ได้”
สายตาของหญิงสาว มองที่ข้อมือของตัวเองที่ยังคงมีมือหน้ากุมเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ก่อนจะบิดข้อมือเล็กน้อยเพื่อให้พ้นออกจากการจับกุม
“ผมแค่กลัวคุณจะไม่ได้ยิน เวลาผมใช้เสียงดังมันกระเทือนแผลนี่ครับ”
เรื่องบาดแผลกลายเป็นข้ออ้างของเขาไปโดยปริยาย เมื่อเห็นว่าเธอมักจะเอาแต่ใส่ใจเรื่องแผลมากกว่าจะใส่ใจตัวตนของเขาเสียอีก
ศรันย์ ยิ้มกว้างให้กับหมอสาว ก่อนจะยอมปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ
สุดท้ายแล้ว พาขวัญ ก็ต้องยอมไม่เอาความชายหนุ่ม เธอรีบก้าวเท้าเดินออกไปจัดการเตรียมอุปกรณ์ทำแผล ก่อนที่เขาจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก
