บทที่ 9 ดูแลได้คนเดียว
ใช้เวลาเพียงไม่นาน พาขวัญ ก็จัดการล้างแผลและทำแผลใหม่ให้ชายหนุ่มบนเตียงอย่างเรียบร้อย
“ผมว่าคุณหมอทำแผลได้ดีกว่าพยาบาลบางคนอีกนะครับ มือเบาจนผมไม่รู้สึกเจ็บเลย ผมต้องทำยังไงถ้าอยากให้หมอเป็นคนทำแผลให้ผมทุกวันแทนพยาบาลพวกนั้น”
ศรันย์มองใบหน้าหวานของพาขวัญ ในระหว่างที่เธอกำลังก้มเก็บอุปกรณ์ทำแผลอย่างเร่งรีบ
“ดิฉันไม่สามารถแย่งหน้าที่ของคนอื่นได้หรอกค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันมีคนไข้คนอื่นที่ต้องดูแลอีก ขอตัวก่อนค่ะ”
หญิงสาวตอบปฏิเสธเขาอย่างไม่ต้องการรักษาน้ำใจ เพราะเธอเริ่มชินชากับคนไข้ผู้ชายที่มีท่าทีเหมือนเขาตอนนี้
ผู้ชายที่พอมีเงินมากหน่อยก็มักจะคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าผู้หญิงทุกคน
ผู้ชายที่ชอบใช้คำหวานหลอกล่อให้ผู้หญิงหลงเชื่อว่าเขาจะดีกับเธอเพราะชื่นชอบเธอ
พวกผู้ชายที่มักพยายามเข้าใกล้เธอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้นั้น มีมากมายจนใช้นิ้วมือนับได้ไม่หมด
แต่เธอไม่คิดจะสนใจผู้ชายเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ชีวิตเธอไม่ขอพึ่งพาพวกเขาเหล่านั้น
เธอไม่ต้องการเป็นเหมือนพี่สาวของเธอ ที่ถูกคำหวานและการเข้ามาดูแลเอาใจใส่ ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง
สิ่งที่พวกผู้ชายพวกนั้นต้องการก็เป็นเพียงความสนุกจากร่างกายของหญิงสาวที่เขาถูกใจ แต่ไม่ต้องการจะรับผิดชอบ
หลังจากที่พาขวัญได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ จากแม่บุญธรรมและพี่ชายบุญธรรมของเธอ
เธอก็ปฏิญาณเอาไว้แล้วว่า ชีวิตนี้จะทุ่มเทความรักให้กับครอบครัวบุญธรรมของเธอ และคนไข้ของเธอเท่านั้น
“หึ ไม่ง่ายเลยสินะ แต่ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากมือฉันไปได้หรอก หมอพาขวัญ”
หลังจากหญิงสาวเดินลับตาออกจากประตูห้องไป ศรันย์หัวเราะออกมาเบา ๆ และพึมพำกับตัวเอง
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัว ขึ้นกดโทรออกหาลูกน้องคนสนิททันที
“นายไปจัดการให้หมอพาขวัญเป็นคนเดียวที่จะเข้ามาดูแลฉันในห้องพักได้ คนอื่นไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามา”
ชายหนุ่มยกมุมปากยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อลูกน้องรับคำสั่งอย่างแข็งขัน เขามั่นใจได้ว่าทุกอย่างจะสำเร็จตามที่เขาต้องการ เพราะคนของเขาไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง
ศูนย์อุบัติเหตุ
พาขวัญ ในชุดสครับสีเขียวเข้ม กำลังวิ่งวุ่นตรวจอาการผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งส่งมาพร้อมกันถึงสามราย
“หมอขวัญค่ะ ทางนี้มีเลือดออกในช่องท้องค่ะ”
เสียงตะโกนดังจากหมออินเทิร์นที่กำลังช่วยตรวจอาการคนเจ็บ อยู่อีกฟากของห้องฉุกเฉิน
“หมอขวัญไปดูทางนั้นก่อนเถอะค่ะ ทางนี้แค่ขาหักเดี๋ยวพี่เรียกหมอวัฒน์มาช่วยดูให้”
พยาบาลผู้ช่วยที่กำลังพันผ้าพันแผลกับขาของผู้บาดเจ็บ เตียงเดียวกับที่พาขวัญเพิ่งตรวจหาอาการบาดเจ็บเรียบร้อย เอ่ยบอกกับหมอสาว เพราะเธอรู้ดีว่าเคสตรงหน้านี้สามารถรอได้
“ขอบคุณมากนะคะ งั้นขวัญไปรับเคสนั้นก่อน ทางนี้ฝากด้วยนะคะ”
พาขวัญ เขียนรายละเอียดการตรวจใส่ลงชาร์ตประวัติอย่างเร่งรีบ ก่อนจะเดินไปตามเสียงเรียกจากเตียงอีกฟาก
หมอสาวรับหัวตรวจอัลตราซาวน์มาจากหมออินเทิร์นวางลงหน้าท้องของคนไข้ทันที ที่เดินถึงเตียง
ดวงตามุ่งมั่นของเธอเบิกกว้าง เมื่อหน้าจอแสดงแถบสีดำขังอยู่รอบ ๆ ตับและม้าม เป็นสัญญาณบ่งบอกชัดเจนว่าเลือดกำลังท่วมช่องท้อง
“คนไข้ Fast เป็นบวก! มีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก!”
พาขวัญหันไปตะโกนสั่งพยาบาลเสียงเฉียบขาด
“เปิด IV เบอร์ 18 สองสาย โหลดยาน้ำเกลือด่วน! แล้วรียโทรตามหมอศัลย์ญ แจ้งว่ามีเคส Exploratory Lap (ผ่าตัดเปิดช่องท้องด่วน) ขอเลือดสี่ถุงมารอที่ห้องฉุกเฉินตอนนี้เลยค่ะ!”
พยาบาลต่างเริ่มวิ่งวุ่นทำตามคำสั่งหมอสาว ในขณะที่หมออินเทิร์นที่ตรวจคนเจ็บก่อนหน้านี้ กำลังนิ่งอึ้งกับท่าทางของหมอรุ่นพี่เบื้องหน้า
ด้านหน้าของศูนย์อุบัติเหตุ
หญิงสาวร่างบางในชุดสูทสีน้ำเงินคัตติ้งเนียบ เดินลงฝีเท้าบนรองเท้าส้นเข็มสีดำเงาวับอย่างมั่นคง
เธอมุ่งหน้าตรงเข้ามาสอบถามที่หน้าเคาน์เตอร์ ด้วยท่าทางและแววตามุ่งมั่น อย่างคนที่มั่นใจในตัวเอง
“หมอขวัญล่ะคะ?”
แม้เธอจะพอมองเห็นเหตุการณ์ด้านในห้องฉุกเฉินว่ากำลังวุ่นวายไม่น้อย แต่ไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างให้เธอล้มเลิกความตั้งใจที่มาได้
“เอ่อ คุณหมอกำลังดูเคสอุบัติเหตุอยู่ด้านใน คิดว่าเคสหนักค่ะ เพิ่งให้คนไปตามหมอศัลย์ฯ เมื่อครู่นี้เอง”
เจ้าหน้าที่พยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ รีบลุกขึ้นตอบกลับหญิงสาวด้วยท่าทีเกรงกลัวไม่น้อย
เธอรู้ดีว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอคนนี้ ไม่ใช่คนที่เธอจะสามารถทำให้เขาไม่พอใจได้
“เธอช่วยไปตามหมอพาขวัญออกมาพบฉันเดี๋ยวนี้เลย เคสฉุกเฉินนั้นให้คนอื่นรับแทนไปก่อน”
พยาบาลสาวตกใจตาโต เมื่อได้ฟังคำสั่งจากหญิงสาวที่ไม่มีใครกล้าขัด เพราะอาจจะไม่ปลอดภัยกับหน้าที่การงานในโรงพยาบาลแห่งนี้
เธอรีบหมุนตัวเดินหายเข้าไปในศูนย์อุบัติเหตุ เพื่อตามตัวหมอพาขวัญ ให้คนด้านหน้าตามคำสั่งอย่างร้อนรน
“หมอขวัญคะ”
พยาบาลสาวยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ด้านหลังหมอพาขวัญ ก่อนจะเอ่ยเรียกเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หมอศัลย์ฯ มาหรือยัง ห้องผ่าตัดเตรียมพร้อมมั้ยคะ”
หมอสาวไม่เพียงไม่หันมามองตามเสียงเรียก แต่เธอยังคงวุ่นวายอยู่กับคนเจ็บ เพียงแค่เอ่ยถามออกมาดัง ๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำเท่านั้น
“ไม่ใช่ค่ะคุณหมอ คุณมิ้นให้มาตามคุณหมอออกไปพบเดี๋ยวนี้ค่ะ ส่วนคนเจ็บให้ส่งให้หมอคนอื่นช่วยดูแลแทนค่ะ”
พยาบาลสาวจำใจหลับตาบี๋ ตะโกนก้องบอกหมอสาวด้วยความกลัวว่าตัวเองจะถูกดุ แต่ก็ต้องทำเพราะกลัวจะถูกไล่ออกมากกว่า
“เรื่องด่วนอะไรมันจะสำคัญกว่าคนเจ็บที่กำลังวิกฤติอยู่กัน รีบไปจัดการตามหมอศัลย์ฯ และเตรียมย้ายคนเจ็บไปห้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”
