บทที่ 5 สองมือที่ไม่อาจยื้อเธอไว้ (3)

ท่ามกลางความงุนงงหล่อนรีบผลุนผลันลงจากเตียงแล้วปรี่ไปหน้าประตูเพราะเขาเริ่มเสียงดังหนักขึ้น...เพียงบานประตูแง้มออก กลิ่นแลกอฮอล์ก็โชยมาปะทะจมูกจนต้องยกมือขึ้นปิด

"อื้อหืมมม...เหม็นเหล้า"

เขาทำเป็นไม่สนใจ แววตาแดงก่ำมองเลยไปข้างหลัง

"เด็กๆ นอนกับเธอหรือเปล่า พี่จะเข้าไปหาลูก"

"ลลินนอนคนเดียวค่ะ น้องธามนอนกับคุณแม่"

คนเมาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะแทรกกายเบียดเข้า

มาในห้องหน้าตาเฉย ดากานดาตกใจ ผวาคว้าท่อนแขนแกร่ง

เอาไว้เพราะที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของตน

"เดี๋ยวค่ะ! พี่ปราชญ์จะทำอะไรคะ"

"พี่จะนอนกับลูก ปล่อย!"

เขาสลัดแขนออกแล้วเดินตรงไปที่เตียง ทิ้งร่างไปบนนั้นแล้วขยับเข้าหาร่างที่นอนหลับสนิท ฝ่ามือแกร่งไล้ไปตามพวงแก้มนุ่มนิ่มแล้วจับจ้องโซ่สวาทด้วยแววตาสั่นระริก ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปฝากรอยจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากเล็ก...ท่ามกลางแสงไฟสลัว ดากานดายืนนิ่งจับจ้องภาพนั้นนิ่งนาน

"พี่ปราชญ์...เมามาเหรอคะ"

"เป็นเมียรึไง ถึงต้องรายงานเธอ"

"ออกไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวน้องตื่น"

เขาว่าอย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา หล่อนไม่อยากเถียงด้วยจึงตามไปรั้งให้เขาพาร่างลงไปจากเตียงของตน ด้วยกลัวว่าเสียงลิ้นพันกันของเขาจะปลุกหลานให้ตื่นขึ้นมา หล่อนไม่อยากให้หลานต้องมารับรู้ ว่าพ่อของเขามีพฤติกรรมเช่นไร

"พี่จะนอนกับลูก อย่าพรากพ่อพรากลูกจะได้มั้ย!"

"แต่นี่...มันห้องของกานดานะคะ เตียงของกานดาด้วย พี่ปราชญ์มาแย่งที่แบบนี้ แล้วกานดาจะนอนที่ไหน"

"ไม่เห็นจะยาก เธอก็ไปนอนที่อื่นสิ"

"พี่ปราชญ์!"

"เป็นสาวเป็นแส้ ผัวก็ยังไม่มี จะนอนเตียงเดียวกับผู้ชายเหรอไง!"

ดากานดาถึงกับถอนหายใจให้กับความงี่เง่าของคนเมาเขาพูดเหมือนง่ายเรื่องที่จะให้หล่อนพาตัวเองไปซุกหัวที่อื่น และดูท่าแล้วเขาคงไม่ยอมออกไปอย่างง่ายๆ แน่นอน

"แก้วตาของพ่อ...พ่อทำดีที่สุดแล้ว แต่...ก็ไม่อาจรั้งแม่ของลูกไว้ได้เลย...จากนี้ไป...เราคงต้องเดินไปข้างหน้ากันแค่เพียงลำพังสามคน"

เสียงกระซิบดังอยู่ใกล้ๆ ร่างที่หลับสนิท หากแต่ว่าก็ดังพอที่จะทำให้ดากานดาได้ยิน หญิงสาวยืนนิ่งสะท้านในอก สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวเจืออยู่ในน้ำเสียงของเขา มันเผื่อแผ่ความรู้สึกนั้นมาถึงใจเธอ จนพานให้น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างไม่อาจฝืน ได้แต่ยืนมองเขานอนกอดลูกจนหลับไปทั้งอย่างนั้น หลับไปพร้อมอารมณ์โหยไห้อาลัยอาวรณ์ รู้ดีว่าเขารักแม่ของลูกมากจนไม่อาจทำใจได้กับการจากลา

แสงจากด้านนอกสาดส่องลอดม่านสีขาวสะอาดเข้ามาในห้อง มาพร้อมกับเสียงนกขับขานพร่ำรำพันถ้อยคำรักดังหวานแว่วอยู่บนคาคบร่มไม้เขียวรื่น...บนเตียงกว้าง...ปราชญ์สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน เขาฝันว่าได้เซ็นต์ชื่อหย่าขาดจากภรรยาเป็นที่เรียบร้อย หล่อนเดินจากเขาไปกับผู้ชายคนนั้นโดยไร้ซึ่งอารมณ์อาลัยอาวรณ์..สมองที่อื้ออึงหนักอึ้งพยายามสลัดความคิดจากห้วงฝันออกไปจากสมอง แววตาเจือความเจ็บปวดไล่มองไปบนที่นอนข้างกายฝั่งที่ว่างเปล่า ฝ่ามือแกร่งไล้ไปบนผืนผ้าเย็นลื่นด้วยใจที่โหยไห้เมื่อวันนี้ไร้คนนอนเคียงกาย...และ...ผืนผ้าปูที่แปลกไปเมื่อยามสังเกต ทำให้ฝ่ามือแกร่งชะงักการเคลื่อนไหวโดยพลัน

"หืมมม..."

สติที่ยังไม่เต็มร้อยทำให้เขาเหลียวมองไปรอบกาย เมื่อพลิกกลับมาอีกด้านก็เห็นร่างเล็กยังคงนอนหลับสนิทภายใต้ผ้าห่มอุ่น...นั่นแสดงว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้นอนที่คลินิก แต่เขาขับรถมาที่บ้านท่ามกลางความเมา

'บ้าจริง! ขับมาได้ไง'

ชายหนุ่มผลุนผลันลุกนั่งแล้วยกแขนขาขึ้นสำรวจว่ามีอะไรบุบสลายหรือไม่ เมื่อคืนเขารู้แค่ว่าตัวเองเมามากจนขับรถออกมาจากคลินิก รู้แค่ว่าอยากมาหาลูก อยากนอนกอดเด็กๆ ให้คลายจากความเสียใจที่อัดแน่น เมื่อมาถึงบ้านหลังนี้ เหตุการณ์เป็นยังไงต่อนั้นเขาจำไม่ได้เลย

'กานดา!'

ต้องพรวดพราดลงจากเตียงเมื่อมองเลยเตียงนอนไปยังฟากตรงข้ามแล้วเห็นร่างที่นอนคุดคู้อยู่บนพื้น...หล่อนไปนอนทำอะไรตรงนั้น สมองของคนที่ยังไม่สร่างดีเริ่มคิดอย่างงุนงง

เมื่อมองสำรวจจนทั่วห้องเขาจึงแน่ใจว่าที่นี่คือห้องของดากานดา เขานอนบนเตียงของเจ้าหล่อนมาทั้งคืน และ...สาเหตุ

ที่ทำให้หล่อนไปนอนอยู่ตรงนั้นก็คงเพราะเหตุนี้แน่นอน

หล่อนยังคงหลับใหลอยู่บนที่นอนปิคนิคที่ใช้ปูรองพื้นชั่วคราว เมื่อความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา ชายหนุ่มจึงเดินไปหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ย่อกายลงนั่งข้างคนนอนหลับ ก่อนจะค่อยๆ สอดแขนไปใต้ร่างนุ่มนิ่มเพื่ออุ้มหล่อนกลับขึ้นไปนอนบนเตียง

"ฮึ้บบบ...อื้อหืมม...เห็นตัวเท่ามดแต่หนักอย่างกับช้าง แต่งกับใครมีหวังเจ้าบ่าวแขนหักตั้งแต่คืนแรกแน่"

คนเมาเดินเซเมื่ออุ้มร่างนั้นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน อดที่จะหัวเราะกับคำพูดและความคิดล้ำลึกของตนไม่ได้ ในขณะที่คนนอนหลับไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยว่าถูกคนหื่นคิดจินตนาการไปไกล

'กระดุม! หละ หลุด...'

บทก่อนหน้า
บทถัดไป