บทที่ 8 ทะเล้ ทะเล (2)
"ไปเที่ยวทะเลเหรอคะ"
อลินนับหนึ่งถึงสิบในใจ สูดลมหายใจให้ลึกหลังทราบจากแม่สามีว่าปราชญ์พาเด็กๆ ไปเที่ยวทะเลโดยที่ตนไม่รู้ และสิ่งที่ทำให้ไม่พอใจหนักนั่นคือเขาพาดากานดาไปด้วย ที่สำคัญ...ทุกวันนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมียอย่างหล่อนต้องการอะไร ทำไมจึงเป็นฝ่ายขอหย่า ทั้งที่ความจริงมันคือการลองใจผู้ชายเช่นเขาว่าจะคิดได้หรือไม่ หล่อนไม่ได้อยากหย่ากับเขาจริงๆ ดังที่ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ
"ว่าจะมารับเด็กๆ ไปเยี่ยมคุณตาคุณยายเสียหน่อย ปราชญ์น่าจะบอกลินสักนิดว่าจะพาลูกไปเที่ยวทะเล"
"แม่ก็นึกว่าคุยกันแล้ว แต่ลินไม่ไปเอง"
ปรียานุชทำหน้าปั้นยาก หล่อนเองก็ไม่อยากยุ่งเรื่องบาดหมางของสองคนผัวเมียสักเท่าไหร่นัก รู้เพียงแต่ว่ากำลังเจรจากันเรื่องฝ่ายหญิงขอหย่า ก่อนหน้านั้นเคยขอร้องอลินมาแล้วว่าให้ตัดสินใจให้ดีๆ หากแต่ว่าอีกฝ่ายเลือกที่จะทำตามความต้องการตัวเอง
"ปราชญ์เขาชวนกานดาไปเหรอคะ"
"กานดาไปในฐานะพี่เลี้ยงจ้ะ ไปเลี้ยงน้องให้ตาปราชญ์ แล้วลลินก็อ้อนด้วยแหละ อยากให้คุณอาไปด้วย"
อลินแค่นยิ้ม ลึกๆ รู้สึกหึงหวงเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ เหตุเพราะดากานดากับสามีเธอไม่ได้เป็นพี่น้องตามสายเลือด อะไรๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ หล่อนเชื่อเช่นนั้น เพราะดากานดาเป็นคนสวยที่มีผู้ชายตามจีบหลายคน
"แล้วเขาจะกลับวันไหนคะ"
"พรุ่งนี้ก็กลับแล้วล่ะจ้ะ เพราะตาปราชญ์หยุดยาวไม่ได้"
"ถ้าอย่างนั้นลินกลับก่อนนะคะ"
ยกมือไหว้แล้วหันหลังทำท่าจะเดินกลับออกไปทางเก่า หากแต่เสียงของปรียานุชทำให้อลินหันกลับมา
"จะให้แม่บอกตาปราชญ์มั้ยจ๊ะว่าหนูมาที่นี่"
ยืนนิ่งคล้ายครุ่นคิด หากแต่ทิฐิในใจทำให้หล่อนส่ายหัวปฏิเสธ
"ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวลินคุยกับเขาเอง"
หล่อนโกหก จะไม่มีการคุยอะไรทั้งนั้น หล่อนจะรอให้เขาเป็นฝ่ายโทร.หาเพื่องอนง้อ ความหยิ่งทะนงทำให้ยิ่งโกรธสามีตัวเองมากขึ้น ใจก็ได้แต่รอให้เขาง้อด้วยเรื่องที่เคยออดอ้อนเอาไว้ เรื่องการลงทุนและซื้อบ้านราคาสามสิบล้านเพื่อแยกออกไปอยู่แบบครอบครัวเดี่ยวไม่ยุ่งกับใคร และเขาเคยปฏิเสธจนทะเลาะกันมาแล้ว เหตุเพราะผู้ชายมัธยัสถ์แบบเขานั้นกลับมองว่าไม่จำเป็น การลงทุนมีความเสี่ยงและบ้านที่หล่อนจะซื้อนั้นมีราคาแพงเกินไป
ริมทะเลปราณบุรีมีร้านอาหารหลายร้านให้เลือกแวะ ก่อนเข้าที่พักปราชญ์พาดากานดาและเด็กๆ มาหาข้าวกลางวันทานเพราะเลยเที่ยงมานานแล้ว...ตรงโต๊ะนั่งที่รับลมทะเลแบบเต็มๆ ดากานดานั่งฝั่งตรงกันข้ามกับปราชญ์ บนตักคือลูกชายของเขาที่กำลังนอนดูดนมจากขวดอย่างเพลิดเพลินในอารมณ์
"ส่งน้องมาให้พี่แล้วเธอก็กินข้าวก่อน...ผลัดกัน..."
ดากานดามองคนพูดเทน้ำจากขวดล้างมือทั้งสองข้างแล้วใช้กระดาษเช็ดจนแห้ง ก่อนเขาจะลุกเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ
"พี่ปราชญ์ทานก่อนเถอะค่ะ จะได้คอยตักอาหารให้ลลิน ด้วย"
เขาสื่อความหมายทางสายตาว่าอย่าดื้อ พร้อมทั้งยื่นแขนทั้งสองข้างมาข้างหน้า เพื่อให้หล่อนส่งลูกชายไปให้เขารับช่วงต่อชั่วคราว
"เธอนั่นแหละกินก่อน แล้วก็ช่วยดูแลลลินด้วย"
"ก็ได้ค่ะ"
เมื่อเขายืนกรานหล่อนจึงไม่อยากขัดใจ รีบส่งหนูน้อยให้คุณพ่อรับหน้าที่ดูแลชั่วคราว
"อาหารมาแล้ว เดี๋ยวคุณอาตักให้นะคะ"
อาหารทยอยมาจนเต็มโต๊ะ ดากานดาคว้าช้อนและส้อมมาถือไว้ ทำท่าจะตักหมึกชิ้นโตผัดไข่เค็มให้สาวน้อยที่นั่งรอด้วยความหิว หากแต่ต้องชะงัก เมื่อเสียงเข้มแทรกขึ้น
"ล้างมือก่อนสิกานดา มือเธอจับอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ สอนไม่รู้จักจำ"
"ค่ะๆ"
"ถ้าเป็นเด็กจะจับตีก้นเสียให้เข็ด"
คนถูกดุทำหน้าม่อย ก้มหน้าก้มตาล้างมือท่ามกลางสายตาคมกล้าที่จ้องมองในทุกๆ การเคลื่อนไหว
"ลลินด้วยครับ ให้คุณอาล้างมือให้ก่อนนะ"
"ค่ะปาป๊า"
สาวน้อยทำตามอย่างไม่ขัดขืน ลุกจากเก้าอี้มาหยุดยืนข้างๆ คุณอา น้ำสะอาดถูกเทออกจากขวดใส่มือเล็กๆ ขาวสะอาด ชะล้างสิ่งสกปรกลงบนพื้นทราย
'ไม่น่ามีพี่ชายเป็นหมอเลยกานดา หมอเป็นเหมือนกันหมดมั้ยนะ สะอาดเกิ๊น'
คิดในใจไม่กล้าคิดดัง สายตาก็ลอบมองเขาอุ้มลูกชายไว้แนบอกสลับกับมองหลานสาว อนาคตเขาอาจเป็นคุณพ่อลูกสองเมียขอหย่า...คิดไปไกล...ถ้าไม่มีหล่อนแล้วใครจะช่วยเลี้ยงลูกให้เขาได้ นี่คือเหตุผลที่ยังไม่ยอมไปหางานทำ
อยากเอ่ยปากบอกเขาเรื่องพี่เลี้ยงเด็กแต่ก็ไม่กล้า ยอมรับว่าไม่ไว้ใจคนนอกกลัวว่าพวกเขาจะทำร้ายหลาน ข่าวก็มีให้เห็นอยู่มากในเรื่องนี้ หากแต่ชีวิตของหล่อนก็จมปลักอยู่อย่างนี้ตลอดไปไม่ได้ เมื่ออนาคตนั้นก็คือการรีบหางานที่มั่นคงทำ ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินไป เมื่อคิดมาถึงตรงนี้...หล่อนคิดว่าจะทำตัวเป็นกาวใจให้คนสองคนหันหน้ามาคุยกันดีๆ เพื่อเห็นแก่ลูกๆ ทั้งสอง ให้ครอบครัวกลับมาเป็นครอบครัวตามเดิม
