บทที่ 11 อุทิศให้ทั้งใจ

“ครับ” ผมพยักหน้าอย่างไม่อิดออด จนพี่หมิวเลิกคิ้วแปลกใจ ปกติผมไม่ค่อยอยากเดินทางไปไหนไกลจากกรุงเทพ แต่เพราะนี่เป็นงานของคุณขั้นเทพเฮียสองของผมไง ผมจะไม่อยากไปได้ยังไง

ผมรีบก้าวลงจากรถ โดยไม่รอให้พี่หมิวถามอะไร เห็นรายนั้นทำท่าจะเอ่ยปากถามแต่ก็เปลี่ยนใจเป็นตะโกนไล่หลังผมมา “ครึ่งชั่วโมงนะแทน”

ผมโบกมือไปทางต้นเสียงที่อยู่ด้านหลังเป็นเชิงว่า ‘รู้แล้วน่า’ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปภายในบ้านใจดี

“พี่แทน! พี่แทนมาแล้ว พวกเรา พี่แทน” เสียงเด็ก ๆ ดังเจี๊ยวจ๊าวออกมาจากตัวบ้าน ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังรัวพร้อมกับร่างเด็กชายหญิงวัยตั้งแต่สามขวบจนถึงวัยหนุ่มสาว แย่งกันเข้ามากอดผมอย่างคิดถึง

“พี่แทนหายไปนานเลยนะครับ พวกเราคิดถึงมากเลยครับ” ปลาทูเด็กสามจุกวัยแปดขวบวิ่งมาถึงตัวผมเป็นคนแรกพร้อมกับเสียงทักทายอย่างคิดถึง หลังจากนั้นผมก็ถูกมะรุมมะตุ้มจากเด็ก ๆ กว่าสิบชีวิต

“พี่แทนก็คิดถึงทุกคนครับ แต่ช่วงนี้พี่งานยุ่งมาก ๆ ก็เลยไม่ค่อยมีเวลามาหาพวกเรา พี่ขอโทษนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เวลาพวกเราคิดถึงพี่แทน ดูละครที่พี่แทนเล่นก็หายคิดถึงแล้วละค่ะ”

ผมจับศีรษะยัยหมูหวานเด็กตัวอ้วนที่ปากหวานที่สุด แล้วโยกไปมาอย่างเอ็นดู

“ตัวแค่นี้ดูละครเป็นด้วยเหรอครับ?”

“เป็นค่ะ โตขึ้นหนูจะเป็นนางเอกของพี่แทน”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า กว่าหมูหวานจะโตพี่แทนก็คงต้องเล่นเป็นปู่แล้วละ แก่กันพอดี พี่แทนรอไม่ไหวแน่ ๆ สงสัยตายก่อน”

“พี่แทนห้ามตายนะครับ”

“ใช่ ๆ พี่แทนห้ามตายนะ ฮือ ๆ พี่แทนอย่าตาย”

เด็กตัวเล็ก ๆ พากันร้องไห้ระงม จนผมไม่รู้จะรับมืออย่างไร พวกโต ๆ หน่อยต่างพากันปลอบน้อง ๆ บางคนเข้าใจ แต่บางคนก็ไม่เข้าใจ

“เสียงดังเอะอะอะไรกันเด็ก ๆ ใครเป็นอะไร?”

พี่บัวรีบวิ่งออกมาตามเสียงของเด็ก ๆ

“อ้าวแทน!” ก่อนจะเห็นว่าเป็นผมที่เป็นสาเหตุของเสียงดังเหล่านั้น

“สวัสดีครับพี่บัว”

“เด็ก ๆ ทำความสะอาดบ้าน รดน้ำผัก ให้อาหารไก่ ทำงานที่ได้รับมอบหมายกันเสร็จหรือยังคะ” พี่บัวชี้ไปที่เด็ก ๆ แต่ละคนเหมือนคุณครูที่กำลังดุเด็กนักเรียน เด็ก ๆ พากันส่ายหน้า แล้วก็มาแอบด้านหลังของผม

“ไปเลยค่ะ ไปทำหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อย ครูมีธุระจะคุยกับพี่แทน”

“ครับ/ค่ะ” เด็ก ๆ รับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะพากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง

“ผมโอนเงินเข้าบัญชีพี่บัวเรียบร้อยแล้วนะครับ”

“มันจะดีเหรอแทน แทนลองคิดดูอีกทีดีกว่าไหม พี่ไม่อยากรบกวนแทนเลย เราย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ได้”

“ไม่ได้ครับ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของครูใจดี ที่ผืนนี้ก็เป็นที่ของครูใจดี ซึ่งตอนนี้มันควรจะเป็นของพี่ พี่ไม่ควรต้องเสียมันไปเพราะต้องเอาเข้าธนาคารเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงดูเด็กกำพร้าอย่างพวกผม”

“แต่แทนก็ไม่ควรเอาเงินทั้งหมดที่แทนหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง มาไถ่ถอนที่และบ้านที่ไม่ใช่สมบัติของแทนนะ”

“ไม่มีสมบัติหรือของมีค่าอะไรที่มันสำคัญสำหรับผมเท่าบ้านใจดีแล้วละครับ พี่บัวรับมันไว้เถอะครับ จะได้ไม่ต้องไปหาที่อยู่ใหม่ ย้ายไปที่อื่นก็ต้องซื้อหรือไม่ก็เช่าเขาอยู่ดี สู้เราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ดีกว่าเหรอครับ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านที่มันไม่พอ รายได้ของผมก็พอจะช่วยได้ แล้วผมจะพยายามหาเงินทุนจากต่างชาติดูครับ มีองค์กรที่พร้อมจะช่วยเราอีกมากมาย ตอนนี้อะไรที่ผมช่วยได้ก็ช่วยไปก่อน ให้เด็ก ๆ ได้มีที่อยู่ที่นอนนั่นมันก็ดีที่สุดแล้วครับ ผมเคยอยู่จุดนั้นมาก่อน ผมเข้าใจมันกว่าใคร”

“ขอบใจแทนมากนะ พี่ไม่รู้จะตอบแทนแทนยังไง”

“ครูใจดีให้ชีวิตใหม่กับผม ถ้าครูไม่เก็บผมมาเลี้ยง ตอนนั้นผมอาจจะนอนตายอยู่ข้างถนน หรือไม่ผมก็อาจจะโตมาเป็นทรชน เป็นคนเลว เป็นขยะสังคมอย่างที่คนเขาตราหน้าพวกเราไว้ ว่าเป็นเด็กกำพร้าไม่มีคนอบรมบ่มนิสัย ครูใจดีกับพี่บัวขัดเกลาพวกผมจนเติบโตมาเป็นผู้เป็นคน ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเน่า ๆ นี้ได้อย่างแข็งแกร่ง ผมต่างหากล่ะครับที่เป็นฝ่ายต้องตอบแทน”

“แทน…” พี่บัวซาบซึ้งจนน้ำตาเอ่อ “ขอบคุณนะ ที่ไม่ทิ้งกัน” ผมกุมมือกร้านของพี่บัวไว้ มือนี้ที่ตรากตรำทำงานเพื่อเด็กกำพร้าไม่ต่างจากครูใจดี น้อง ๆ ของพี่บัวพากันไปมีชีวิตของตัวเอง ไม่มีใครอยากสานต่องานของครู มีเพียงพี่บัวที่ต่อสู้มาเพียงลำพัง ผมสัญญากับตัวเองตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ว่าผมจะอยู่เคียงข้างและคอยซัปพอร์ตเท่าที่คนอย่างผมจะทำได้ ทั้งชีวิตที่เหลือของผม ผมพร้อมจะอุทิศให้บ้านใจดี

อ้อ!.. ผมลืมไป มีอีกคนที่ผมพร้อมจะอุทิศทั้งชีวิตและร่างกายให้ ก็เมีย… เอ๊ย! เฮียสองของผมไงครับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป