บทที่ 14 ไอ้บ้าเอ๊ย!
“แล้วนั่นจะยืนอ่อยผมอีกนานไหม? ถ้าผมอดใจไม่ไหวขึ้นมาจะมาว่าผมไม่ได้นะ” แทนไททำหน้าทะเล้นพร้อมกับส่งสายตามีความหมายมาให้ ด้วยความโมโห ผมจึงยกหมอนใบเดียวที่ใช้ปกปิดร่างกายปาใส่หน้าคนที่นั่งอยู่บนเตียง
พลั่ก!
ฮึ สะใจชะมัด โดนหน้ามันเต็ม ๆ เลยครับ
แต่… เชี่ย! ผมลืมไปว่าตอนนี้ไม่มีอะไรปิดส่วนสงวนของผมแล้ว แล้วมันก็กำลังทำท่าจะชูคอขึ้นมาด้วย
ผมรีบหมุนตัวหันหลังให้แทนไท พลันสายตาก็เห็นหมอนอีกใบที่ตกอยู่ที่พื้น
ผมรีบก้มลงไปหยิบ แต่คงเพราะร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผมจึงมีอาการเหมือนบ้านหมุน จนต้องรีบหยุดการเคลื่อนไหว ปล่อยร่างค้างไว้อยู่อย่างนั้นในลักษณะที่…
ผมกำลังโก้งโค้งให้คนที่อยู่เบื้องหลัง!!!
“ผมเตือนแล้วนะ” แทนไทพุ่งตัวลงมาจากเตียงตอนไหนก็ไม่รู้ ไอ้บ้าเอ๊ย! ไวอย่างกับจรวด! แล้วก็มายืนซ้อนอยู่ด้านหลังของผม พร้อมกับมืออุ่น ๆ ทั้งสองข้างยื่นมายึดสะโพกของผมไว้
“ปล่อย!” ผมสั่งเสียงดัง ในขณะที่ร่างกายเริ่มโงนเงนอีกครั้ง
“ชู่ว์ อยู่เฉย ๆ ครับ ค่อย ๆ มาทางนี้” แทนไทพยุงผมแทบจะเรียกว่าอุ้ม ให้มานั่งบนโซฟาปลายเตียง “เดี๋ยวก็เป็นลมไปอีกหรอก” พร้อมส่งเสียงดุเจือห่วงใยราวกับว่าผมเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ
“ไม่ต้องมายุ่ง!” ผมสะบัดมือไม้ที่กำลังลูบต้นแขนของผมอย่างรำคาญ สองมือก็เอื้อมคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้
“จ๊อก ๆ” แล้วท้องของผมก็ร้องประท้วงออกมาจนได้ หิวเชี่ย ๆ เลยครับ
ผมกวาดสายตามองหาโทรศัพท์มือถือ เพื่อจะโทรสั่งให้อชิหรือไม่ก็ครัวของโรงแรมส่งอะไรมาให้ผมกิน
“สี่ทุ่มกว่าแล้วครับ ให้พี่อชิเขาพักบ้างเถอะ” แต่คนข้าง ๆ ก็รู้ทันราวกับมานั่งอยู่ในใจ “เดี๋ยวผมทำอะไรง่าย ๆ ให้กิน” แล้วก็รีบอาสาโดยที่ผมไม่ได้ร้องขอ และที่สำคัญผมไม่ต้องการด้วย
“ไม่ต้อง!”
“ผมมีชอยซ์ให้เลือกแค่สองชอยซ์” ร่างสูงจับข้อมือทั้งสองข้างของผมแล้วดันให้ผมหงายหลังไปพิงขอบเตียง “คือหนึ่ง ให้ผมทำอะไรง่าย ๆ ให้กิน” สายตาคู่คมส่งประกายวิบวับ “หรือสอง ที่มันง่ายกว่านั้น” ใบหน้าหล่อโน้มลงมาหา ก่อนจะขบเม้มติ่งหูของผมพร้อมกับกระซิบเสียงกระเส่า “คือให้ผมกินตอนนี้!”
“มีอาหารแช่แข็งอยู่ในตู้เย็น แค่เอาออกมาเวฟก็พอ” ผมรีบโพล่งออกมา เพราะรู้ตัวดีว่าร่างกายยังไม่แข็งแรงเต็มที่ ไม่มีทางสู้แรงแทนไทได้แน่นอน
“ก็แค่เนี้ย จ๊วบ!”
อี๋! มันกดจูบลงมาข้างแก้มของผมดังจ๊วบ ก่อนจะถอยร่างสูงออกไป
ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าแทนไทยังใส่บ็อกเซอร์อยู่ ไม่ได้เปลือยล่อนจ้อนเหมือนผม ร่างสูงค่อย ๆ เดินลงไปที่ห้องโถงด้านล่าง ก่อนจะตะโกนถามว่าห้องครัวอยู่ตรงไหน แล้วก็ตะโกนกลับมาบอกว่าเจอแล้วโดยที่ผมยังไม่ทันตอบอะไร
ผมดึงผ้าห่มที่พันร่างกายส่วนล่างออก ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่อนเอ็นกึ่งกลางกายกำลังผงาดชูตั้งโด่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“เชี่ย!”
กว่าจะไล่แทนไทกลับไปได้ ผมต้องใช้พลังงานมากกว่าการออกไปทำ CSR วันนี้เสียอีก เพราะร่างกายของผมยังไม่แข็งแรงเฉย ๆ หรอกผมถึงต้องยอม
“ขอจูบหน่อย” คนหน้าด้านมันร้องขออย่างเอาแต่ใจ ผมตัดรำคาญด้วยการยอมให้แทนไทจูบ
“พอแล้ว!” ผมผลักร่างหนาออกเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเผลอไผลไปกับรสจูบเร่าร้อนที่แทนไทปรนเปรอให้ ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่ทำให้ผมมวนท้องและท่อนเอ็นแข็งขืนแบบนี้เพียงแค่การจูบเลย
ไอ้บ้าเอ๊ย!
“แล้วเจอกันนะครับ เฮียสอง” แทนไทบอกลาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากที่เคย เหมือนผมเคยได้ยินโทนเสียงแบบนี้ที่ไหนมาก่อน
ผมสะบัดศีรษะให้กับบานประตูที่เพิ่งปิดลงหลังจากที่แทนไทเดินออกไป
“คงบังเอิญไปคล้ายกับใครสักคนที่เราเคยรู้จักมั้ง”
ผมกลับมาทิ้งกายลงบนเตียงอีกครั้ง สองมือควานหาหมอนข้างมานอนกอด
ทำไมมันไม่อุ่นเหมือนเมื่อตอนเย็นนะ ผมลืมตาขึ้นมาในความมืด มองเจ้าหมอนข้างที่ตอนนี้ผิวของมันเย็นฉ่ำด้วยคงตากแอร์มานานตลอดช่วงบ่ายจนถึงดึกดื่นป่านนี้
ผมกระชับวงแขนรัดมันแน่นขึ้นอีกครั้ง บอกตัวเองว่ามันก็เหมือนทุกคืนนั่นแหละ แม้ในใจลึก ๆ จะรู้ดีว่ามีสิ่งที่ให้ความอบอุ่นมากกว่ามันแล้วก็ตาม
