บทที่ 10 เนื้อหอม

“ไอ้หมาโปรด ฮ่า ฮ่า ฮ่า” โรมันทายาที่ตูดให้ผมไปหัวเราะไปอย่างสะใจ

ผมถูกคุณปานเทพโยนออกมาจากห้องชุดในคอนโดหรูหลังจากนั้นไม่กี่นาที หลังจากที่ผมโดนคุณปานเทพตีตูดจนสาแก่ใจ

พี่โยชิกับพี่ไนท์ต้องช่วยกันหิ้วปีกผมลงมา พาเข้ามาในรถจนแทบจะเรียกว่าอุ้ม ตอนนั้นไม่เจ็บเท่าไร มันรู้สึกชามากกว่า ชาทั้งตูด ชาทั้งหน้า

นอกจากต้องทนสายตาและสีหน้ากลั้นขำของทั้งพี่โยชิและพี่ไนท์ ผมยังต้องมาทนฟังไอ้โรมมันเรียกผมว่า ‘ไอ้หมาโปรด’

“เป็นไงล่ะมึง มั่นหน้ามั่นตูดนัก โดนคุณปานเทพจัดท่ายากให้ ถึงใจมั้ยล่ะมึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ให้มึงหยุดขำกูต้องจ่ายเท่าไร? ผมเจ็บตูดจนน้ำตาจะไหล เพื่อนแม่งก็ไม่เห็นใจ

ยิ่งคิดถึงหน้าคนทำแล้วก็ยิ่ง…

“งือออ… คอยดูนะ คุณปานเทพ แข็งนักใช่มั้ย ใจน่ะ สักวันจะทำให้ใจอ่อน แต่อย่างอื่นแข็งแทน” ผมหมายมั่นตั้งใจ ไม่สนใจไอ้คนที่กำลังทายาที่ตูดให้

“นี่แน่ ๆ” ไอ้โรมขยี้สี่นิ้วกดลงตรงบริเวณที่คงจะกำลังช้ำ ผมถึงได้เจ็บจนสะดุ้ง

“โอ๊ย! เบาได้เบาไอ้สัด กูเจ็บ!”

“มึงยังไม่เข็ดใช่มั้ย คราวหน้าอย่าเอาตูดช้ำ ๆ มาให้กูทายาให้อีกนะ”

“คราวหน้า กูไม่ช้ำตรงแก้มก้นแน่ แต่อาจจะช้ำตรงอื่นแทน”

“เออ! กูจะคอยดู” ไอ้โรมทิ้งท้ายด้วยการตบก้นผมสองที ก่อนจะดึงกางเกงขึ้นมาใส่ให้จนถึงเอว “ว่าแต่ คืนนี้มึงจะนอนท่าไหนเนี่ย?” แต่มันก็ยังห่วงผม

“ก็นอนท่านี้แหละ มึงจะให้กูนอนท่าไหนล่ะ แม่ง คุณปานเทพมือหนักฉิบหาย ตูดกูระบมหมดแล้วเนี่ย”

ผมยังนอนคว่ำอยู่ท่าเดิม ตะแคงใบหน้ามาคุยกับโรมัน และคืนนี้ ผมคงต้องนอนท่านี้แหละครับ

“เออ นอนซะมึง กูก็ง่วงฉิบหาย เห็นมึงหายไปนาน คิดว่าจะฟิน ที่ไหนได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” โรมันทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้าง ๆ ผม ส่งสายตาที่ใกล้จะปิดเต็มทีมาให้ แต่มันก็ยังไม่วายหัวเราะเยาะผมอีก แถมมันยังเอื้อมมือมาตบตูดผมเบา ๆ “นอน ๆ ซะนะ หมาโปรด โอ๋เอ๋”

“มึงอย่าตบตูด กูเจ็บ!”

ขนาดโดนตบลงมาเบา ๆ ยังเจ็บจนน้ำตาแทบร่วง แล้วพรุ่งนี้ กูจะเดินไหวมั้ย? ฮึ่ย!

“ตกลงเรื่องรับน้องที่หาดเจ้าหลาวเอาไง ไปมั้ย? จะได้ลงชื่อ” แก้วใสโพล่งขึ้นขณะเราทั้งสามคนเดินออกมาจากชมรม

“คงต้องไปอะ เรารับปากพี่ธีร์ไว้แล้วว่าจะไปช่วยน้องปี 2 น้องมันยังใหม่อยู่อะ” ความจริงก็คือผมถูกพี่รหัสสั่งไว้ครับ ว่าต้องไป

“งั้นกูไป” รู้อยู่แล้วครับว่าถ้าผมไป โรมันก็ต้องตามไปด้วย

“แล้วแก้วอะ ไปด้วยใช่ปะ?” ผมสบตาเพื่อนสาวอย่างลุ้น ๆ ผมรู้ว่าแก้วใสเป็นห่วงร้านมากครับ ปกติวันหยุดก็ขลุกอยู่แต่ในร้าน แทบไม่เคยออกไปเที่ยวไหนเลย แต่ครั้งนี้ผมอยากให้แก้วใสไปด้วย ก็เพราะไอ้คนที่ยืนลุ้นอยู่ข้าง ๆ ผมนี่แหละครับ

“อืม ก็ไปดิ ถือว่าไปเที่ยวกับพวกนาย ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันมาตั้งนานแล้วอะ” ผมปรายตามองเพื่อนรักอีกคน อยากจะแหม… ยาวไปถึงหน้ามหาวิทยาลัย มึงจะยิ้มอะไรขนาดนั้น

“โปรด” เรายังไม่ทันจะเดินพ้นตึก พี่ธีร์ก็เข้ามาทักครับ ตายยากชะมัด

“อ้าวพี่ มาไงครับเนี่ย?” ผมไม่คิดว่าจะเจอพี่ธีร์หน้าตึกชมรมนี่ครับ เพราะเราไม่ได้อยู่ชมรมเดียวกัน

“ก็ตั้งใจมาหาโปรดนั่นแหละ รีบไปไหนปะเนี่ย ไปกินข้าวกัน”

“ผมต้องไปทำงานที่ร้านอะพี่”

“อ้าวเหรอ? งั้นพี่ไปนั่งที่ร้านได้ปะ พอดีมีเรื่องอยากคุยด้วยอะ”

“ได้ดิพี่ แต่ผมคุยมากไม่ได้นะ เพราะต้องทำงาน เกรงใจพี่แก้วไวน์น่ะ”

“เค เจอกันนะ”

นัดแนะกันเสร็จสรรพ พี่ธีร์ก็เดินจากไป

“มึงว่า พี่ธีร์มีเรื่องอะไรวะ ดูหน้าเครียด ๆ อะ” ผมก็สงสัย แต่ไม่ปากไวเท่าโรมัน มันถามผม ทั้ง ๆ ที่พี่ธีร์เดินไปยังไม่ถึงสามเมตร

“ไม่รู้ว่ะ แต่เดี๋ยวก็รู้” ที่ว่ามีเรื่องอยากคุย คงเป็นเรื่องที่เป็นสาเหตุให้พี่ธีร์หน้าเศร้าแบบนั้นละมั้งครับ ผมก็อยากรู้จัง

ปกติพี่ธีร์เป็นคนร่าเริง ใจดี ขี้เล่น ยิ้มได้ตลอดเวลา แต่วันนี้มาแปลก อะไรทำให้พี่รหัสของผม เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ครับ

โชคดีวันนี้ลูกค้าไม่เยอะมาก ผมขออนุญาตพี่แก้วไวน์มานั่งคุยกับพี่ธีร์ที่โต๊ะมุมหนึ่ง สัญญาว่าคุยไม่นาน และจะคอยสังเกตลูกค้า ถ้าหน้าเคาน์เตอร์ไม่ไหว ผมจะรีบกลับไปช่วยทันที

“ผมมีเวลาไม่มากนะพี่ แต่อันที่จริง เราคุยกันทางโทรศัพท์หลังเลิกงานก็ได้นะครับ” ผมให้ความเห็น เพราะแอบเกรงใจเจ้านายเหมือนกัน เจ้านายมีน้ำใจ เราก็ควรเกรงใจ ไม่ใช่เอาเปรียบ

“พี่อยากคุยต่อหน้ามากกว่า” แต่นั่นเป็นเหตุผลของพี่ธีร์ครับ เหตุผลที่ทำให้ผมมานั่งอยู่ตรงนี้

“พี่ธีร์มีอะไร ว่ามาเลยครับ” ผมไม่อยากใช้เวลานานครับ เอาแบบกระชับ ๆ ตรง ๆ ได้เลย

“โปรดยังไม่มีแฟนใช่มั้ย?”

แค่คำถามแรก ก็แทบทำให้ผมวิ่งกลับไปตั้งหลัก อย่าบอกนะว่า พี่ธีร์ก็เป็นติ่งผมอีกคน

“ก็… จะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ” ผมแบ่งรับแบ่งสู้

“มีคนเค้าแอบชอบโปรดอยู่น่ะ พี่อยากจะให้โปรดช่วยรับพิจารณาหน่อย”

“คงไม่ใช่…” ผมส่งคำถามไปทางสายตา

“เฮ้ย! ไม่ใช่พี่”

เออ ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย ไม่อย่างนั้น ต่อไปไม่รู้จะมองหน้ากันยังไงเลยครับ

“แล้ว พี่ธีร์หมายถึงใครล่ะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป