บทที่ 14 Gift Voucher
“ฮะ! ว่าไงนะครับ?” โรมันเลิกคิ้วถามเสียงดังด้วยความตกใจ “พี่ว่าผมเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลอะไรนะครับ?”
เจ้าหน้าที่สามคนที่อ้างตัวว่ามาจากเว็บไซต์อะไรสักอย่าง ระบายยิ้มให้แล้วค่อย ๆ อธิบายอีกครั้ง
“ทางเว็บไซต์ของเราได้ทำการสุ่มผู้โชคดีจากการคลิกลิงก์เข้าไปเยี่ยมชมและมีการชมโฆษณาโดยไม่กด skip น่ะครับ”
“สุ่มผู้โชคดี แล้วแจกรถยนต์เนี่ยนะครับ?” โรมันถามย้ำเพื่อทวนความเข้าใจ และเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดไปจริง ๆ
“ครับ” เจ้าหน้าที่ทั้งสามคนนั้นพยักหน้าพร้อมกัน
“แล้วผมเป็นผู้โชคดีเหรอครับ?” โรมันชี้หน้าตัวเองอย่างงง ๆ กวาดสายตามองรถยนต์คันหรูเบื้องหน้า
BMW X5 สีดำขลับ หรูหราเกินกว่าที่เคยฝันจะได้เป็นเจ้าของ แม้แววตาของโรมันจะแสดงออกถึงความดีใจที่จู่ ๆ ก็ได้รถหรูมาครอบครอง แต่สองคิ้วก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีที่คิดถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมา
“ผมต้องจ่ายภาษีมั้ยครับ?”
“ไม่ต้องจ่ายอะไรเลยครับ” หนึ่งในสามอธิบาย
“เอ่อ ผมขอเปลี่ยนเป็นเงินสดแทนได้มั้ยครับ?” โรมันเอ่ยถามอีกข้อสงสัย
ไอ้ดีใจก็ดีใจหรอกนะ แต่จะเอาตังค์ที่ไหนเติมน้ำมันกันล่ะ ลำพังจะกินจะใช้ทุกวันนี้ก็ลำบากเหลือทน ทั้งค่าเทอมทั้งค่าหอพัก รายได้จากร้านของพี่แก้วไวน์ยังไม่พอเลย ยังต้องขอแม่บ้างในบางเดือนด้วยซ้ำ
“รางวัลนี้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากวันนี้ครับ”
“แต่ผมไม่มีปัญญาเติมน้ำมันหรอกครับ แล้วไหนจะค่า maintenance อีก”
เจ้าหน้าที่ทั้งสามสบตากันก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณโรมันไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นนะครับ รางวัลจากทางเว็บไซต์ ไม่ใช่แค่รถยนต์คันนี้เท่านั้น แต่ยังมี Gift Voucher เป็นบัตรเติมน้ำมัน Unlimited แล้วก็บริการเข้าศูนย์เช็กระยะฟรีตลอดระยะเวลา 2 ปีด้วยนะครับ”
“ฮะ! อะไรนะครับ?” โรมันถามย้ำอีกครั้ง เว็บไซต์จะใจป๋าอะไรเบอร์นั้นครับ
“ฟังไม่ผิดหรอกครับ” ผู้ชายท่าทางใจดีคนนั้นยืนยันจริงจัง “ถ้าไม่มีข้อสงสัยอะไรแล้ว รบกวนคุณโรมันเซ็นรับของรางวัลด้วยครับ”
โรมันเซ็นชื่อตัวเองลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างงง ๆ เพราะยังตั้งตัวไม่ทัน แต่สายตาก็ไล่อ่านข้อความอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีข้อความใดที่แสดงถึงความเสียเปรียบ หรือสุ่มเสี่ยงว่าเป็นการหลอกลวง เขาก็จรดปลายปากกาเขียนชื่อตัวเองลงไปทันที
ในใจก็คิด ‘มีงี้ด้วยเหรอวะ? โชคดีฉิบหาย!’
“ไอ้โปรดดดดดด!”
ผมหันซ้ายแลขวาพยายามมองหาที่มาของเสียงเรียก จำได้แม่นว่ามันเป็นเสียงของเพื่อนรักอย่างโรมันแน่นอน แต่ในรัศมีสิบเมตรนั้น ผมกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน มีเพียงรถยนต์สีดำคันหรูที่จอดเทียบฟุตบาทอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับกระจกที่เลื่อนแง้มลงมาครึ่งบาน
แต่ไม่นานเจ้าของรถก็เปิดประตูลงมา ผมจึงได้รู้ในนาทีนั้นว่า เป็นคนเดียวกันกับเจ้าของเสียงเรียกชื่อผม
“ไอ้โรม! มึงไปขโมยรถใครมาเนี่ย”
“โปรด มึงต้องไม่เชื่อ มึงต้องไม่เชื่อสิ่งที่กูจะเล่าแน่ ๆ” โรมันเขย่าตัวผมพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เออ กูไม่เชื่อ”
“สัด! กูยังไม่ได้เล่า” โรมันผลักผมเสียเกือบกระเด็น ก่อนจะดึงเข้าไปกอดอีกครั้ง
“มึงเป็นไบโพลาร์หรือไง? แล้วตกลงนี่รถใคร?”
“รถกู”
“???”
“รถกูจริง ๆ” โรมันยืนยันเสียงแข็ง ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างตื่นเต้น
แม้จะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่พอเราทั้งสองคนตั้งสติได้ ก็ช่วยกันตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ที่ได้รับ มันกลับถูกต้องทุกอย่างเลยครับ โรมันเป็นเจ้าของรถยนต์คันนั้นอย่างถูกต้องสมบูรณ์
“กูดีใจด้วยว่ะโรม” ผมดีใจกับมันมากจริง ๆ นี่ใกล้เคียงกับความฝันของโรมันเลยนะครับ ความฝันที่มันบอกว่าชาตินี้คงไม่มีวันเป็นจริง ตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้วละครับ
“กูก็ดีใจ ดีใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้วเนี่ยมึง ต่อไปมึงก็ไม่ต้องเปียกเวลาฝนตกแล้วละโปรด กูจะพามึงนั่งบีเอ็มไปเรียน ไปทำงาน แล้วก็ไปทุกที่ที่มึงอยากไปเลยว่ะ”
“หืม กูจะคอยดู ว่ากูกับสาว ๆ ในสต๊อกของมึง ใครจะได้นั่งบีเอ็มของมึงมากกว่ากัน”
