บทที่ 1 แนะนำตัวละคร/บทนำ

แนะนำตัวละคร

เพ่ยเพ่ย (อายุ 24 ปี)

ภายนอกดูนุ่มนิ่ม อ่อนหวาน ยิ้มง่ายเหมือนดอกบัวขาวที่ไร้พิษภัย แต่ภายในกร้านโลกและเย็นชา ชาตินี้เขาถือคติ "ในเมื่อหนีสัญญาไม่ได้ ก็จะใช้สัญญาใบนี้แหละส่งพวกแกลงนรก" ความสามารถพิเศษ การแสดงระดับออสการ์ น้ำตาสั่งได้ภายใน 3 วินาที และจดจำเหตุการณ์ล่วงหน้าในชาติก่อนได้แม่นยำ

ซัน (ภากร อัครเดชเดชา) (อายุ 29 ปี) 

มาดดี สุภาพ สุขุม เป็นสุภาพบุรุษจนดูเหมือนเข้าถึงยาก ในชาติก่อนเขามักจะถูกความถูกต้องและหลักฐานปลอม ๆ บังตาจนมองข้ามความเจ็บปวดของเพ่ยเพ่ย แต่ในชาตินี้เขากลับเริ่มหลงเสน่ห์ของเพ่ยเพ่ยจนถอนตัวไม่ขึ้น

น้ำหวาน (อายุ 26 ปี)

สวยสง่าดูแพง เป็นไฮโซตัวจริงในวงสังคม แต่จริง ๆ เป็นคนเอาแต่ใจ ร้ายกาจ และมองคนอื่นเป็นเบี้ยล่าง เขาทำทุกทางเพื่อทำลายเพ่ยเพ่ยเพราะความริษยาและต้องการทวงคืนภากร

คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)

⚠️ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Mpreg: ผู้ชายสามารถตั้งครรภ์ได้เป็นเพศพิเศษตามธรรมชาติในเนื้อเรื่อง

Rebirth: การย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิม

Revenge: การแก้แค้นและการใช้ไหวพริบหักหลัง

Character Death: การกล่าวถึงการเสียชีวิตของตัวเอกในชาติก่อน

Social Sanction: การถูกประณามจากสังคมและการใส่ร้ายป้ายสี

[บทนำ]

เสียงล้อรถบดไปบนถนนลูกรังท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา "เพ่ยเพ่ย" หรือ "ภควรรณ" กำลังขับรถหนีตายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แววตาของเขาพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลนองหน้า ไม่ใช่แค่น้ำตาจากความกลัว แต่มันคือน้ำตาจากความเจ็บปวดที่ถูกคนทั้งโลกหันหลังให้

เพียงไม่กี่เดือนก่อน เขาคือเสาหลักของบ้านที่ขยันทำงานจุนเจือพ่อแม่และน้อง ๆ อีกสองคน เพ่ยเพ่ยเริ่มมีชื่อเสียงจากการรับบท 'ตัวร้ายสายดอกบัวขาว' ในละครพีเรียดฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘เงาลวง’ ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่เขาได้ร่วมงานกับ "พี่ซัน หรือ ภากร" พระเอกเบอร์ต้นของประเทศ

ในตอนนั้นภากรเคยเอ่ยชมว่าเขาแสดงได้ดีและมีวินัย ความใจดีและความเป็นสุภาพบุรุษของภากรในกองถ่ายครั้งนั้น ทำให้เพ่ยเพ่ยเผลอวางหัวใจไว้ในมืออีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

แต่ความรักข้างเดียวกลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อ "น้ำหวาน" อดีตคนรักไฮโซของภากรกลับมาทวงบัลลังก์คืน เขาเห็นสายตาที่เพ่ยเพ่ยแอบมองภากรเพียงแวบเดียวก็ตัดสินใจเลือกนักแสดงโนเนมคนนี้เป็นเหยื่อรับอารมณ์ เขาโดนจัดฉากใส่ร้ายจนยับเยิน ทั้งเรื่องมือที่สาม จัดฉากว่าเขาขายตัว และป้ายสีว่าเป็นเด็กเอนจนชื่อเสียงที่เพิ่งจะเริ่มสร้างมาพังพินาศ

‘คนอย่างแก... มันก็แค่ขยะที่หน้ากล้องอย่างหลังกล้องอย่าง อย่าหวังว่าจะได้ชูคอในวงการนี้อีกเลย’

คำพูดถากถางของน้ำหวานยังไม่เจ็บเท่าสายตาผิดหวังของภากรในวันนั้น ภากรที่เคยใจดีกับเขากลับมองเขาด้วยความรังเกียจเหมือนเป็นสิ่งของสกปรก และสุดท้ายความโหดร้ายก็มาถึงขีดสุดเมื่อน้ำหวานส่งข้อมูลเท็จไปให้ภรรยาของผู้ทรงอิทธิพล กล่าวหาว่าเขาเป็นภรรยาน้อยที่กำลังตั้งครรภ์ จนเขาถูกตามล่าราวกับสัตว์ป่า

สุดท้ายรถของเขาเสียหลักพลิกคว่ำจากการถูกไล่ชนอย่างรุนแรง ในนาทีที่ลมหายใจเริ่มแผ่วเบา เพ่ยเพ่ยเห็นเงาร่างของกลุ่มคนที่ตามล่าเดินเข้ามาใกล้ เขารู้แล้วว่าวันนี้คือวันตายของเขา

‘ถ้าชาติหน้ามีจริง ผมจะไม่ยอมเป็นไอ้โง่ที่เอาแต่ร้องไห้ขอความเมตตา ผมจะร้ายให้สาสมกับที่พวกคุณทำไว้กับผม’

“คุณภควรรณคะ คุณเพ่ยเพ่ยเซ็นชื่อตรงนี้เลยค่ะ”

เพ่ยเพ่ยสะดุ้งสุดตัว เขามองปากกาในมือสลับกับสัญญาละครเรื่องใหม่ที่มีชื่อว่า ‘รอยบัว’ มันคือละครเรื่องที่สองที่เขาจะได้เล่นกับภากร และเป็นเรื่องที่เคยพรากชีวิตเขาไปในชาติก่อน เขากลับมาอยู่ในวินาทีที่เป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย แม้ใจจะอยากถอยหนีเพียงใด แต่ภาระหนี้สินและน้องอีกสองคนที่ยังต้องเรียนหนังสือบีบให้เขาต้องเดินเข้าสู่สมรภูมิเดิม

เขามองเห็น "น้ำหวาน" ที่ยืนส่งยิ้มอ่อนหวานราวกับนางฟ้าอยู่ข้าง ๆ "ภากร" สายตาของน้ำหวานที่มองมายังเขานั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เหมือนอย่างที่เขาเคยได้รับมาแล้วในชาติที่แล้ว

เพ่ยเพ่ยสูดหายใจเข้าลึก มือที่สั่นเทาในตอนแรกกลับนิ่งสนิท เขาจรดปากกาเซ็นชื่อลงบนสัญญาด้วยแววตาที่เย็นเยียบ

ในเมื่อโลกตราหน้าว่าเขาคือตัวร้ายสายดอกบัวขาว ชาตินี้เขาก็จะแสดงบทนี้ให้สมจริงยิ่งกว่าในละคร และน้ำตาที่เขาจะหลั่งออกมาหลังจากนี้ มันจะเป็นน้ำยาอาบพิษที่ส่งคนเหล่านั้นลงนรกไปเสียให้หมด

บทถัดไป