บทที่ 11 [10]

[10]

“ผมร้ายเพราะคุณเองก็ร้าย”

บรรยากาศที่คฤหาสน์ริมน้ำเริ่มคลายความอึดอัดลงเมื่อรถตู้ของน้ำหวานเคลื่อนพ้นรั้วออกไป ทีมงานบางส่วนยังคงง่วนกับการเก็บสายไฟและอุปกรณ์ท่ามกลางแสงแดดอ่อนช่วงเย็น ภากรที่ยังคงโอบไหล่เพ่ยเพ่ยไม่ยอมปล่อยก็ก้มลงมองใบหน้าหวานที่ยังดูตื่นตระหนกไม่หายของคนตัวเล็กกว่า

“เพ่ยเพ่ย กลับกับพี่นะ”

ภากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมากกว่าตอนที่ใช้พูดคุยกับน้ำหวานหลายเท่า

“เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล ให้หมอตรวจเช็กศีรษะให้ละเอียดอีกที พี่ไม่สบายใจที่เห็นเราโดนกระแทกแรงขนาดนั้น”

เพ่ยเพ่ยเงยหน้าขึ้นสบตาพระเอกหนุ่ม แววตาฉายประกายความเกรงใจและความตื่นประหม่าออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ตามแบบฉบับที่เขาวางหมากไว้

“ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับพี่ซัน เพ่ยเกรงใจ ตรงที่โดนกระแทกเพ่ยว่ามันไม่น่าจะเป็นอะไรมาก ประคบเย็น ทานยาสักหน่อยก็คงหาย อีกอย่างเพ่ยก็มีเจ้หอมดูแลอยู่ ถ้าเพ่ยรู้สึกไม่ดี เพ่ยจะให้เจ้หอมพาไปหาหมอก็ได้ครับ”

คนตัวเล็กเอ่ยปฏิเสธ พลางทำท่าจะขยับตัวออกห่าง

ทว่ามือหนากลับกระชับไหล่บางให้มั่นคงขึ้น ภากรจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู

“ห้ามดื้อครับ”

ภากรเอ่ยสั้น ๆ ทว่าแฝงความเผด็จการอยู่ในที ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากเมื่อนึกถึงสถานะใหม่ของคนตรงหน้า

“ตอนนี้เพ่ยเพ่ยไม่ใช่แค่รุ่นน้องในวงการแล้วนะ แต่เพ่ยเพ่ยเป็นพาร์ทเนอร์ของพี่เต็มตัวแล้ว เพราะฉะนั้นต้องเชื่อฟังพี่ พี่สั่งให้ไปตรวจก็ต้องไป เข้าใจไหมครับ”

คำว่า ‘พาร์ทเนอร์ของพี่’ ที่หลุดออกมาจากปากพระเอกเบอร์หนึ่ง ทำเอาต้นหอมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีเพื่อแอบยิ้มสะใจ ส่วนเพ่ยเพ่ยก็ได้แต่ก้มหน้าลงและแสร้งทำเป็นประหม่าและเขินอาย

“เจ้เองก็เกรงใจค่ะคุณซัน เจ้จะดูน้องเพ่ยเพ่ยให้ดี น้องซันไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

ต้นหอมเอ่ยแทรกขึ้นอย่างสุภาพ หลังจากที่เบือนหน้าไปแอบยิ้ม แม้เธอจะรู้ดีว่าการที่เด็กในสังกัดได้รับความเอ็นดูจากพระเอกเบอร์ต้นของประเทศจะเป็นเรื่องที่ส่งผลดีต่อชื่อเสียงและอนาคตอย่างมหาศาล แต่ลึก ๆ ภายในใจเธอยังคงมีความกังวลอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้สะสาง การถอนตัวออกไปของน้ำหวานไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งทุกอย่างจะจบลงโดยง่าย โดยเฉพาะอำนาจของเม็ดเงินของตระกูลภัทรวรเมศที่ไม่ว่าอย่างไรก็ประมาทไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับเจ้หอม ผมอยากคุยกับน้องส่วนตัวด้วย มีหลายเรื่องที่ต้องปรับความเข้าใจกัน เอาแบบนี้นะครับ วันที่เราเริ่มถ่ายผมจะส่งคนไปรับน้องเอง ผมพอจะรู้ว่าเจ้หอมดูแลเด็กอยู่หลายคน เอาเป็นว่าพาร์ทเนอร์ของผม ผมจะดูแลเองอย่างดี”

คำประกาศิตของภากรทำเอาบรรยากาศรอบข้างตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่ง เพ่ยเพ่ยแสร้งทำเป็นตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายของพระเอกรุ่นพี่ด้วยท่าทางขัดเขินและสับสน เมื่อเห็นแล้วว่าคนพี่สบสายตากับเขา เพ่ยเพ่ยก็รีบก้มหน้าลงจนคางชิดอก มือเรียวทั้งสองข้างบีบกันแน่นอยู่บนตักพลางเอ่ยเสียงแผ่วเหมือนยุงตีกัน

“คือ... พี่ซันครับ มันจะดูไม่ดีหรือเปล่าครับ ถ้าเพ่ยรบกวนพี่ซันขนาดนั้น เพ่ยว่ามันไม่ดีแน่ ๆ เลยครับ”

เพ่ยเพ่ยพยายามรักษาระยะห่างด้วยการทำเป็นเกรงใจสุดซึ้งตามแบบฉบับดอกบัวขาว ทว่านัยน์ตาหวานกลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของภากรอย่างใจเย็น เขารู้ดีว่ายิ่งเขาทำเป็นปฏิเสธและเจียมตัวมากเท่าไหร่ สัญชาตญาณความเป็นผู้นำและการอยากครอบครองของภากรจะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น และมันก็ได้ผล เมื่อภากรไม่ได้ฟังคำทัดทานนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับถือวิสาสะจูงมือเขาให้เดินตามไปยังรถตู้วีไอพีหรูที่เปิดแอร์รอไว้เย็นฉ่ำ

‘ดูแลอย่างดีงั้นเหรอ พี่ซันนี่รุกแรงกว่าที่คิดไว้อีกนะ แปลกจริง ๆ ที่เมื่อก่อนเขามีท่าทีเหมือนเอ็นดูเท่านั้น’

เพ่ยเพ่ยแอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจขณะที่เดินตามแรงจูงนั้นไปอย่างว่าง่าย ภายใต้ภาพลักษณ์ของนกน้อยที่ต้องการที่พึ่งพิง เขารู้ดีว่าตอนนี้น้ำหวานคงกำลังดิ้นพล่านด้วยความแค้นที่เสียทั้งคนและเสียทั้งงานให้กับเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

ในขณะเดียวกัน หลังจากคุณสิรินทร์สั่งพักกองถ่าย เธอและผู้กำกับก็ได้เดินทางกลับบริษัทเพื่อประชุมใหญ่กับบอร์ดบริหารทันที ผลสรุปจากที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ว่าให้นำเพ่ยเพ่ยที่กำลังมีกระแสแรงในขณะนี้ขึ้นแท่นเป็นนายเอกในบทบัวหลวงได้เลย ส่วนตัวร้ายในบท “ก้าน” นั้น ให้ใช้คนเดิมที่เคยพิจารณาวางตัวไว้ตั้งแต่แรก

เพื่อให้เรื่องราวสงบลงอย่างเป็นทางการ ทางบริษัทได้ออกประกาศแถลงการณ์ต่อสาธารณะว่า น้ำหวานได้ถอนตัวจากละครเรื่องรอยบัวแล้ว และทางกองถ่ายจะมีการปรับปรุงบทละครให้เหมาะสมต่อไป

ทางด้านของภากรและเพ่ยเพ่ย หลังจากตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและพบว่าเพ่ยเพ่ยเพียงแค่หัวโน ไม่มีอาการกระทบกระเทือนรุนแรง ภากรก็สั่งคนขับรถให้ขับมาส่งคนตัวเล็กที่หอพักตามที่ตั้งใจไว้ แต่ทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบและจอดลงหน้าอาคารพักอาศัยที่ดูทรุดโทรม แววตาของพระเอกหนุ่มก็ฉายแววกังวลขึ้นมาทันที

เมื่อก้าวเท้าเข้าไปเห็นสภาพห้องพักขนาดเล็กที่มีข้าวของวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ภากรก็ลอบพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ความรู้สึกหนึ่งพุ่งขึ้นมาในอกจนเขาไม่อาจเก็บงำไว้ได้ ภากรไม่สามารถปล่อยให้คนที่เขารู้สึกอยากปกป้องต้องมาอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ดูไม่ปลอดภัยและห่างไกลความสะดวกสบายแบบนี้ได้เลย

“เพ่ยเพ่ย ย้ายไปอยู่กับพี่นะ”

คำชวนทื่อ ๆ ทว่าจริงจังทำเอาเพ่ยเพ่ยที่กำลังวุ่นวายกับการหาน้ำมาต้อนรับถึงกับชะงัก

“ไปอยู่ไหนครับ ไปอยู่กับพี่ หมายความว่ายังไงครับ”

“เพนท์เฮ้าส์ของพี่เอง พื้นที่กว้างขวาง ปลอดภัย และอยู่ใกล้กองถ่ายมากกว่าที่นี่เยอะ”

ภากรเอ่ยพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ผนังเริ่มมีรอยร้าว

“ไม่ได้หรอกครับพี่ซัน เพ่ยเกรงใจ แค่เรื่องวันนี้เพ่ยก็รบกวนพี่ซันมามากพอแล้วครับ ที่นี่ก็ไม่ได้แย่อะไร เพ่ยอยู่ได้จริง ๆ”

เพ่ยเพ่ยรีบปฏิเสธพลางทำหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวตามสไตล์ดอกบัวขาว

ทว่าภากรกลับไม่ยอมลดละ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาด

“อย่างน้อยก็จนกว่าละครเรื่องนี้จะจบนะเพ่ยเพ่ย การเดินทางจะได้สะดวก พี่จะได้ไม่ต้องคอยพะวงเวลาเราเลิกกองดึก ๆ พี่อยากดูแลพาร์ทเนอร์ของพี่ให้ดีที่สุด ถือว่าพี่ขอนะ”

เพ่ยเพ่ยแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบกลับไป

“ถ้าอย่างนั้นเพ่ยขอปรึกษาเจ้ต้นหอมก่อนได้ไหมครับ เรื่องใหญ่แบบนี้เพ่ยตัดสินใจคนเดียวไม่ได้จริง ๆ”

ภากรพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แม้ใจจะอยากอุ้มคนตัวเล็กออกจากที่นี่ทันที แต่เขาก็ยอมให้เพ่ยเพ่ยได้จัดการตามขั้นตอน โดยที่ภายในใจของเขานั้นมั่นใจเหลือเกินว่า อย่างไรเสียเขาก็จะพาพาร์ทเนอร์คนนี้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยของเขาให้ได้

ภากรค่อนข้างแน่ใจว่าน้ำหวานจะไม่มีทางหยุดแค่นี้ คนคนนั้นรักแรงและเกลียดแรง ทั้งยังเอาแต่ใจเป็นที่สุด เขาคนนี้จะต้องปกป้องเพ่ยเพ่ยจากอดีตคนรักของเขาให้ได้

หลังจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของบริษัทผู้ผลิตละครเรื่อง ‘รอยบัว’ ถูกโพสต์ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ไม่ถึงชั่วโมง โลกอินเทอร์เน็ตก็เกิดปรากฏการณ์ “ทวิตเตอร์แตก” แฮชแท็กเกี่ยวกับละครพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งในเทรนด์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับการวิพากษ์วิจารณ์ที่ร้อนแรงจนเซิร์ฟเวอร์แทบไหม้

ในฝั่งหนึ่ง แฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับการหวนคืนสู่บัลลังก์ของเพ่ยเพ่ยกันอย่างล้นหลาม ยอดไลก์และยอดแชร์แถลงการณ์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ คอมเมนต์ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความสะใจและชื่นชมในความยุติธรรมที่เกิดขึ้น

[คุมะน่อย_ร้อยแปด] : กรี๊ดดดดด ความถูกต้องมีอยู่จริง ในที่สุดบทบัวหลวงก็กลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง เพ่ยเพ่ยคือเหมาะสมที่สุด แสงส่องน้องแล้วลูก! #รอยบัว #เพ่ยเพ่ย

[สายเผือกมือโปร] : สมน้ำหน้าค่ะ ปาดหน้าเค้กเขาไปแต่สุดท้ายก็รักษาไว้ไม่ได้ ถอนตัวแบบนี้แปลว่าอะไรเอ่ย? โดนกระแสต้านจนทนไม่ไหวหรือเปล่านะ #ไฮโซปาดหน้าเค้ก

ทว่าความบันเทิงที่แท้จริงของชาวเน็ตเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อแอคเคานต์หลุมชื่อดังที่มักจะคาบข่าวลือวงในของคนกองถ่ายมาแฉ ได้ทำการทวีตข้อความทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางไทม์ไลน์ ซึ่งเนื้อหาดราม่าเบื้องหลังทำเอาสายเผือกถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน

[วงในสายส่อง] : แถลงการณ์ที่บอกว่าถอนตัวเพราะปัญหาส่วนตัวน่ะ คือพยายามลงให้สวย แต่วงในหน้าเซตเมาท์กันให้แซ่ด คิวแรกที่คฤหาสน์ริมน้ำ ไฮโซปาดหน้าเค้กเล่นนอกจอแกล้งเอาพานเงินหนา ๆ ทุบลูกดิฉันจนหัวโน พอผู้กำกับตัวพ่อสั่งคัท ชีก็ปรี๊ดแตกกลางลานดิน กรีดร้องโวยวายอาละวาดฟาดงวงฟาดงาจนกองต้องสั่งยกเลิกคิวถ่ายหนี สรุปคือพฤติกรรมแย่จน ‘โดนปลด’ กลางอากาศจ้า น้าที่เป็นผู้จัดยังเอาไม่อยู่! #รอยบัว #ไฮโซปาดหน้าเค้ก

ข้อความสั้น ๆ ทว่าเก็บรายละเอียดความฉาวได้ครบถ้วนก็ เปรียบเสมือนการสาดน้ำมันเข้ากองเพลิง ชาวเน็ตพากันขุดคุ้ยและจับโยงพฤติกรรมดั้งเดิมของน้ำหวานทันที รถทัวร์นับพันคันเปลี่ยนเลนพุ่งตรงไปจอดคว่ำที่หน้าอินสตาแกรมส่วนตัวของน้ำหวานจนแทบพัง

ยิ่งมีสตาฟนิรนามในกองถ่ายแอบเข้ามาคอมเมนต์สำทับว่าเรื่องพานหล่นใส่หัวคือเรื่องจริง ภาพลักษณ์ผู้ดีแบรนด์เนมของน้ำหวานก็ยิ่งพังทลายกลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้วในชั่วข้ามคืน

ในขณะที่โลกโซเชียลกำลังรุมสับน้ำหวานจนจมดิน เพ่ยเพ่ยที่นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาในห้องพักก็เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือขึ้นดูผลงานของตัวเองด้วยสายตาเป็นประกาย คลื่นความยินดีพวยพุ่งในอกยามเห็นศัตรูถูกธรรมชาติลงทัณฑ์โดยที่เขาแทบไม่ต้องออกแรงกดส่ง

เพ่ยเพ่ยทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างห้องพัก เขาไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรหรือด้วยปาฏิหาริย์แบบไหน สายลมแห่งโชคชะตาถึงได้พัดพาให้เขาย้อนเวลากลับมาในอดีต ในวันที่ชีวิตของเขายังไม่พังทลายลงไปโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้แก้ไข

เมื่อก่อน เขาเคยเป็นเพียงเบี้ยล่างที่ถูกคนพวกนั้นปั่นหัว ถูกความจริงใจและภาพลักษณ์อันสูงส่งของคนใจร้ายหลอกลวงจนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ชาติที่แล้วเขาอ่อนแอเกินไป เจียมเนื้อเจียมตัวจนกลายเป็นความโง่เขลา ยอมปล่อยให้ผู้มีอำนาจและอิทธิพลเงินตราเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ทั้งยังละเลงข่าวคาวสาดโคลนใส่จนเขาไม่มีที่ยืนในสังคม

แต่นั่นมันคือเรื่องราวในอดีตชาติที่ตายตกไปพร้อมกับความโง่ของเขาแล้ว มาในชาตินี้... วินาทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างเดิมพร้อมความทรงจำอันแจ่มชัด เพ่ยเพ่ยได้สัญญากับตัวเองแล้วว่า ครั้งนี้เขาจะไม่อยู่เฉย ๆ เพื่อให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเขาได้ง่าย ๆ เหมือนในอดีตอีกต่อไป

หน้ากากดอกบัวขาวผู้แสนดีที่เขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้ มันไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคืออาวุธร้ายชั้นดีที่เขาจะใช้ล่อซื้อและขุดหลุมฝังศัตรูให้ตายทั้งเป็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป