บทที่ 7 [6]

[6]

“ร้ายกับร้ายลึก”

ความเงียบสงบในคฤหาสน์หรูหราสไตล์โมเดิร์นลักชัวรีของตระกูลภัทรวรเมศถูกทำลายด้วยเสียงกระแทกส้นสูงของน้ำหวานที่เดินบึ้งตึงเข้ามาในห้องโถงรับแขก ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวและซีดเผือดด้วยความอับอายระคนความเคียดแค้นหลังจากโดนคุณสิรินทร์สับเละมาจากสตูดิโอ

ทว่าสิ่งที่รอตอกย้ำความล้มเหลวของเขาอยู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเงียบ ทว่ายังมีสายตาตำหนิและความกดดันจากพ่อและแม่ที่นั่งรออยู่บนโซฟา

บนโต๊ะตรงหน้าพวกท่าน มีหน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดแฮชแท็ก #ละครฟอร์มยักษ์ฟิตติ้งพังค้างไว้ และยอดรีทวีตก็พุ่งทะยานไม่หยุดจนชาวเน็ตเริ่มขุดอักษรย่อโยงมาถึงตระกูล

“กลับมาแล้วเหรอ”

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจจากประมุขของบ้านดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนน้ำหวานต้องชะงักฝีเท้า

“คุณพ่อ คุณแม่ ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”

“จะให้นอนลงได้ยังไง ในเมื่อลูกชายตัวดีไปก่อเรื่องจนคนเขาเอาชื่อเสียงตระกูลไปนินทาสนุกปากบนโลกออนไลน์ขนาดนี้”

แม่ของเขาเอ่ยสมทบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขัดใจ

“น้ำหวาน พ่อกับแม่ยอมควักเงินก้อนโตลงทุนให้ตั้งกึ่งหนึ่ง ยอมให้ลูกก้าวขาเข้าวงการบันเทิงที่คนอื่นเขาดูถูกว่าเต้นกินรำกิน เพราะหวังว่าลูกจะเข้าไปสร้างภาพลักษณ์ ขยายคอนเนกชันทางธุรกิจกับไฮโซคนอื่น ๆ แต่ดูสิ่งที่ลูกทำสิ”

“หวานไม่ได้ทำพังนะครับคุณแม่ คนชั้นต่ำพวกนั้นต่างหากที่อคติกับหวาน คนจนมันก็ต้องเข้าข้างคนจนกันอยู่แล้ว”

น้ำหวานตวาดแหวลั่นห้องโถง

“หยุดขึ้นเสียงใส่แม่เดี๋ยวนี้นะน้ำหวาน”

คุณพิธาตบโต๊ะเสียงดังฉาดจนน้ำหวานสะดุ้ง ก่อนจะเอ่ยต่อ

“สิรินทร์เขาโทรมาเล่าให้พ่อฟังหมดแล้ว ว่าฝีมือการแสดงของแกมันห่วยแตก แววตาแข็งกระด้าง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนผู้กำกับเขาจะทิ้งกองไล่แกออก แกกำลังจะทำให้ครอบครัวเราเสียชื่อเสียงและกลายเป็นตัวตลกของสังคมไฮโซ รู้ตัวบ้างไหม”

คำตำหนิตรงไปตรงมาของบุพการีเปรียบเสมือนน้ำกรดที่ราดรดลงบนแผลสด น้ำหวานกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แววตาริษยาและดื้อรั้นลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

“เสียชื่อเสียงแล้วยังไงครับ คอนเนกชันบ้าบออะไรนั่นหวานไม่สนมันหรอก” น้ำหวานกรีดร้องสวนกลับอย่างเหลืออด

“หวานบอกตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าหวานต้องการอะไร หวานต้องการพี่ซัน หวานแค่ต้องการคืนดีกับพี่ซัน ละครนี้ก็แค่โอกาสที่จะได้เจอพี่ซัน ขอแค่เขากลับมาคบหวาน คุณพ่อกับคุณแม่ต้องการคอนเนกชันเท่าไหร่ก็ได้ทั้งหมดนั่นแหละ”

“น้ำหวาน ผู้ชายคนเดียวมันจะอะไรนักหนา” คุณรมิดาตวาด

ตอนแรกเธอก็เห็นด้วยกับการเข้าวงการบันเทิงของลูกชายคนนี้อยู่หรอก แต่ตอนนี้ดูเหมือนเรื่องมันจะวุ่นวายและนำความเดือดร้อนเข้าบ้านมากกว่าจะเป็นเรื่องที่ดี

“ไม่รู้แหละ ตอนที่หวานไปเรียนต่อเมืองนอก หวานยอมปล่อยพี่ซันให้อยู่คนเดียวมานานเกินไปแล้ว พอกลับมาหวานถึงได้รู้ว่าเขาแอบมองไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นด้วยสายตาแบบไหน หวานไม่ยอม หวานต้องทำได้ อีกตั้งหลายวันกว่าจะเปิดกล้อง คอร์สเรียนการแสดงแพงแค่ไหนหวานก็จะซื้อ ยังไงละครเรื่องนี้หวานก็ต้องเล่น และพี่ซันต้องกลับมาเป็นของหวานคนเดียวเท่านั้น ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แย่งเขาไปจากหวาน”

เมื่อน้ำหวานพูดจบก็สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นขึ้นบันไดคฤหาสน์ไปทันที ทิ้งให้พ่อกับแม่ได้แต่นั่งมองตามด้วยความเอือมระอาในความดื้อรั้นจนเข้าขั้นบ้าคลั่งของบุตรชายเพียงคนเดียว

ภายในห้องนอนกว้างขวาง น้ำหวานทรุดตัวลงนั่งบนเตียงคิงไซซ์สีขาวสะอาด คนตัวเล็กตวัดสายตามองนามบัตรสถาบันสอนการแสดงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความอาฆาตแค้น ใบหน้าที่เคยสวยงามบัดนี้ดูราวกับแม่มดร้าย

‘แกคิดว่าแกชนะฉันในสตูฯ วันนี้แล้วแกจะลอยตัวได้งั้นเหรอ รอให้เปิดกล้องถ่ายจริงวันแรกก่อนเถอะ ฉันจะใช้บทบัวหลวงเหยียบหัวก้านอย่างแกให้จมกองตีนกลางกองถ่ายเลยคอยดู’

กระแสไฟลามทุ่งบนโลกออนไลน์จากแฮชแท็ก #ละครฟอร์มยักษ์ฟิตติ้งพัง ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของเทรนด์ทวิตเตอร์ ภายในเวลาไม่ถึงข้ามคืน บรรดาชาวเน็ตและนักสืบโซเชียลต่างพากันขุดคุ้ยอักษรย่ออย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งลูกศรทุกดอกพุ่งเป้าตรงไปยังละครพีเรียดฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘รอยบัว’ ของทางช่องใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้

กระแสสังคมเริ่มตีกลับและแอนตี้นายเอกไฮโซปาดหน้าเค้กอย่างรุนแรง รวมถึงลามไปยังการขู่แบนสปอนเซอร์ของละคร หากทางช่องยอมก้มหัวให้อำนาจมืดเงินตราแล้วสั่งปลดนักแสดงสู้ชีวิตอย่างเพ่ยเพ่ยออกจริงตามข่าวแฉ

เมื่อเผชิญกับวิกฤตศรัทธาที่อาจส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินโฆษณามหาศาล บอร์ดบริหารระดับสูงของทางสถานีโทรทัศน์จึงไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป คำสั่งด่วนที่สุดถูกส่งตรงถึงคุณสิรินทร์และทีมประชาสัมพันธ์หลักของช่องทันที เพื่อทำลายข่าวลือนี้ให้สิ้นซากก่อนที่ภาพลักษณ์ของสถานีจะเสียหายไปมากกว่านี้

ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น บัญชีผู้ใช้อย่างเป็นทางการของทางสถานีได้ร่อนประกาศแถลงการณ์ฉบับสำคัญเพื่อสยบดราม่า พร้อมแนบรูปภาพรูปหนึ่งที่ทำเอาโลกออนไลน์ถึงกับหยุดหายใจ

[แถลงการณ์จากสถานีโทรทัศน์ช่อง แกรนด์ ไดมอนด์]

ตามที่มีกระแสข่าวลือบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นการปรับเปลี่ยนตัวนักแสดงในโพรเจกต์ละครพีเรียดฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘รอยบัว’ ทางสถานีฯ ขอชี้แจงว่าข้อความดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด คุณเพ่ยเพ่ย ภควรรณ ยังคงรับบทบาท ‘ก้าน’ ตัวละครสำคัญของเรื่องตามเดิม และไม่มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนตัวนักแสดงตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ทั้งนี้ ทางทีมงานและนักแสดงทุกคนกำลังตั้งใจเตรียมงานอย่างเต็มที่เพื่อให้การถ่ายทำเป็นไปในทิศทางที่มีคุณภาพที่สุด และในวันนี้ทางสถานีฯ ขอส่งภาพฟิตติ้งอย่างเป็นทางการภาพแรกของ ‘คุณเพ่ยเพ่ย’ ในบทบาทก้านมาให้แฟน ๆ ได้รับชมกัน

ภาพที่แนบมาใต้แถลงการณ์นั้น คือภาพเดี่ยวเวอร์ชันแรกของเพ่ยเพ่ยที่ตากล้องกดชัตเตอร์ไว้ได้

มันเป็นภาพของเด็กหนุ่มในชุดบ่าวผ้าป่านเนื้อหยาบสีมุก ใบหน้างดงามหมดจดราวกับถูกช่างปั้นแหงนเงยขึ้นเล็กน้อย แววตากลมโตดำขลับฉ่ำน้ำตาสั่นระริกเคล้าด้วยความรักอันลึกซึ้ง ความระทมทุกข์ และความตัดพ้อในโชคชะตาที่มิอาจเอื้อมถึง แสงไฟสปอตไลต์ทอดเงาลงบนดวงหน้าหวาน ขับเน้นผิวพรรณเนียนละเอียดจนดูงดงามอย่างโศกเศร้า ราวกับประติมากรรมชั้นเลิศที่ถูกทิ้งขว้างไว้ในโคลนตม

ทันทีที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ แฮชแท็กของละครพลิกกลับมาทุบสถิติอีกครั้ง ทว่ารอบนี้ไม่ใช่เพราะข่าวฉาว แต่เป็นเพราะความงามอันทรงพลังของตัวร้ายสายดอกบัวขาว

[คุณพระช่วย! นี่ขนาดใส่ชุดบ่าวซอมซ่อผ้าป่านหยาบ ๆ ออร่ายังทะลุเลนส์ขนาดนี้เลยเหรอ! สวยโศก สวยน่ารังแก สวยจนใจเจ็บ!]

[แววตาน้องเพ่ยเพ่ยในภาพคือที่สุด สื่อสารอารมณ์ตัดพ้อระคนรักหมดหัวใจออกมาได้ดีมาก อินเนอร์เทพขนาดนี้ ใครกล้าสั่งปลดคือตาถั่วมากนะ!]

[เข้าใจทีมงานวงในที่ออกมาแฉเลยว่ะ ขนาดภาพนิ่งยังขโมยซีนเบอร์นี้ ถ้านางเอกปาดหน้าเค้กแววตาเป็นแม่มดจริง มาเจออินเนอร์ระดับนี้หน้ากล้อง มีหวังโดนเด็กค่ายเล็กสะกดจนจมดินแน่ ๆ สรุปกูเชียร์ตัวร้ายค่ะ!]

กระแสชื่นชมและเอ็นดูเพ่ยเพ่ยพุ่งทะยานดันให้ภาพจำของเขากลายเป็นดาวรุ่งฝีมือเทพในสายตาของประชาชนชั่วข้ามคืน

แม้คำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของสถานีโทรทัศน์จะช่วยสยบข่าวลือเรื่องการปลดนักแสดงกลางอากาศลงได้ ทว่าสำหรับชาวเน็ตและนักสืบโซเชียลที่เชี่ยวชาญการอ่านเกมวงการบันเทิง แถลงการณ์ฉบับนี้กลับเป็นเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟเสียมากกว่า

ยิ่งช่องรีบออกมาปกป้องและดันภาพฟิตติ้งเดี่ยวของเพ่ยเพ่ยให้เด่นชัดเท่าไหร่ มันยิ่งตอกย้ำว่าข่าวลือเรื่องความอยุติธรรมเบื้องหลังหน้าเลนส์มีมูลความจริงมากเท่านั้น

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในคอมมูนิตี้บันเทิงไม่ได้ลดน้อยลงเลย บรรดาชาวเน็ตเริ่มหันมาจับตาประเด็นสำคัญที่ทีมงานวงในเคยทิ้งบอมบ์เอาไว้ นั่นคือเรื่องการ ‘ปาดหน้าเค้กแย่งบทนายเอก’ คอมเมนต์พุ่งทะยานดันแฮชแท็กของละครให้ระอุขึ้นไปอีกขั้น

[อ่านแถลงการณ์แล้วก็โอเคที่น้องเพ่ยเพ่ยไม่โดนปลด แต่ขอถามคำถามคาใจหน่อยเถอะ ข่าวลือที่ว่าตอนแรกน้องเพ่ยเพ่ยถูกวางตัวให้รับบท ‘บัวหลวง’ ที่เป็นนายเอกของเรื่อง แต่ดันโดนไฮโซนิสัยเสียปาดหน้าเค้กแย่งไปในวินาทีสุดท้ายนี่ คือเรื่องจริงใช่ไหม?]

[ไม่ต้องเดาก็รู้ปะ ค่ายพริมโรสเป็นค่ายเล็ก ๆ จะไปสู้ทุนหนาของตระกูล นอ. ไฮโซได้ไง สภาพในรูปเซตเดี่ยวคือน้องเพ่ยเพ่ยสวยออร่าสะกดขนาดนั้นแต่ต้องระเห็จไปเล่นเป็นตัวร้ายลูกเมียบ่าวซอมซ่อ ชัดเจนเลยว่าโดนกลั่นแกล้ง!]

[พูดตรงนี้เลยนะ ต่อให้ นอ. จะใช้เงินซื้อบทมา แต่ฉันจะรอดูเรื่องนี้ เฉพาะซีนที่มีน้องเพ่ยเพ่ยเป็นตัวเดินเรื่องเท่านั้น จะกดข้ามซีน นอ. ให้หมด เอาให้รู้ไปเลยว่าคนนิสัยเสียใช้เส้นสายรังแกคนอื่นต้องจมดิน ฝีมือเทพขนาดนี้จะรอดูวันเปิดกล้องว่าจะโดนตัวร้ายขยี้จมหน้าจอขนาดไหน!]

กระแสแอนตี้นายเอก คว่ำบาตรซีนนายเอก และปักหมุดรอดูเฉพาะตัวร้าย ลุกลามจนกลายเป็นกระแสหลักของละครรอยบัว ชั่วข้ามคืน สปอนเซอร์หลายเจ้าเริ่มส่งสัญญาณเตือนไปยังคุณสิรินทร์ว่าหากวันเปิดกล้องยังมีดราม่าบานปลาย ภาพลักษณ์ของแบรนด์อาจจะเสียหายได้

ภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูลภัทรวรเมศ เสียงกรีดร้องด้วยความเคียดแค้นของน้ำหวานดังก้องขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไฮโซหนุ่มเลื่อนอ่านคอมเมนต์เหล่านั้น แจกันดอกไม้ราคาแพงถูกกวาดตกแตกจนกระจายเต็มพื้นห้องนอน

“กรี๊ด! พวกแกเป็นบ้าอะไรกันหมด ฉันคือนายเอก ฉันคือบัวหลวงแสนดี ทำไมพวกแกจะต้องไปเข้าข้างไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่น”

น้ำหวานตัวสั่นเทา หน้าตาบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้

ยิ่งชาวเน็ตย้ำว่าจะรอดูเฉพาะซีนของเพ่ยเพ่ย และแช่งให้เขาจมดิน มันยิ่งเหมือนปลายเข็มที่ทิ่มแทงเกียรติยศของไฮโซหนุ่มจนพังยับเยิน เขาหยิบนามบัตรสถาบันสอนการแสดงขึ้นมากำไว้แน่น นัยน์ตาเต็มไปด้วยประกายริษยาอันบ้าคลั่ง

ในขณะเดียวกันที่ห้องเช่ารูหนูอันเงียบสงบ แสงแดดรำไรส่องผ่านผ้าม่านเก่า ๆ กระทบใบหน้างดงามของเพ่ยเพ่ยที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงหลังเก่า นิ้วเรียวบางเลื่อนดูคอมเมนต์สรรเสริญเยินยอและยอดแชร์โพสต์ของช่องที่พุ่งขึ้นหลักแสนอย่างราบเรียบ ประวัติการแสดงของเขาและละครทุกเรื่องที่เขาเล่นตั้งแต่เริ่มเข้าวงการถูกหยิบยกขึ้นมาเอ่ยถึง ทั้งยังกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่เขาคำนวณไว้ไม่มีผิดเพี้ยน อำนาจเงินของน้ำหวานอาจจะซื้อผู้จัดได้ แต่ซื้อกระแสสังคมและความถูกต้องไม่ได้ ยิ่งพวกมันดิ้นรนจะกำจัดเขาอย่างเห็นแก่ตัวเท่าไหร่

แรงสะท้อนจากสังคมก็ยิ่งตีกลับไปรัดคอพวกมันให้แน่นขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ช่องออกตัวปกป้องเขาเองกับมือ เท่ากับว่าหลังจากนี้ต่อให้น้ำหวานจะเกลียดเขาจนอยากจะกรีดเลือดกรีดเนื้อ หรือสั่งปลดเขาแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันทำได้อีกแล้วตลอดการถ่ายทำ

“ขอบใจนะน้ำหวานที่ช่วยประโคมข่าวให้ฉันดังตั้งแต่ละครยังไม่ทันเปิดกล้อง”

เพ่ยเพ่ยพึมพำเสียงเย็นชา พลางโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียง

ร่างบางลุกขึ้นยืน แผ่นหลังที่เคยแกล้งลู่ลงดูสง่างามและทรงอำนาจดั่งพญามัจจุราชในคราบนายเอกผู้ใสซื่อ เขาก้าวเดินไปยังหน้ากระจกบานเก่า ลูบไล้ใบหน้าของตนเองช้า ๆ ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ฝังลึกจากชาติก่อน

‘เกราะกำบังของฉันสมบูรณ์แบบแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาเปิดกล้องคิวแรก มารอดูกันเถอะน้ำหวานว่าบทบัวหลวง นายเอกแสนดีที่แกภูมิใจนักหนา เวลาต้องมาเข้าฉากปะทะกับก้านคนนี้ต่อหน้าพี่ซันและทีมงานทั้งกองถ่าย แกจะโดนฉันลอกคราบฉีกหน้ากากสวมรอยจนอกแตกตายยังไง’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป