บทที่ 3.

มุมมองของเคย์เดน

“ได้ครับ ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้” คุณหมอกล่าว พลางจะเดินจากไป

“พวกเราขอเจอเธอได้ไหมครับ” ผมถามอย่างมีความหวัง

หมอมองพวกเรา ก่อนพยักหน้า “ตามผมมา”

ผมเดินตามไปติดๆ รอแทบไม่ไหวที่จะได้เห็นเด็กสาวแสนสวยคนนั้นอีกครั้ง นี่ไม่ใช่นิสัยของผมเลย ผมรู้ดี พ่อแม่คงเอาเรื่องนี้ไปล้อผมได้อีกนาน แต่ผมไม่สน

เราเดินผ่านทางเดินหลายช่วง แล้วหมอก็เปิดประตูห้องหนึ่ง ผมก้าวเข้าไปและเห็นทาเลียนอนหลับอยู่บนเตียง เธอดูสงบเหลือเกินตอนนี้ เขาทำความสะอาดให้เธอแล้ว เลยไม่มีเลือดหรือคราบดินติดตัวอยู่อีก

ผิวเธอซีดในส่วนที่ผมพอมองเห็นและไม่ถูกปกคลุมด้วยรอยฟกช้ำ ใบหน้าได้รูปคล้ายหัวใจ จมูกเล็กน่ารัก ผมยาวสีบลอนด์อมแดง เธอตัวเล็กมาก สูงไม่น่าจะเกินร้อยห้าสิบถึงร้อยห้าสิบห้าเซนติเมตร

ผมเดินไปหยุดทางซ้ายของเตียง แค่มองลงไปที่เธอ ก็เห็นหมอกำลังจะปักเข็มเข้าที่แขนของเธอ ผมแทบจะคว้าแขนหมอออกห่างจากตัวเธออยู่แล้ว แต่พ่อจับผมไว้

“ลูก เขาต้องเจาะเลือดเพื่อเอาไปตรวจดีเอ็นเอ” พ่ออธิบายจากปลายเตียง ตรงนั้นแม่กับพ่อยืนอยู่ด้วยกัน ส่วนตำรวจยืนถอยไปด้านหลังเล็กน้อย

หมอเก็บเลือดแล้วเตรียมจะออกไป “พอได้คำตอบเมื่อไร ผมจะแจ้งให้ทราบทันทีนะครับ คุณตำรวจ” เขาพูดก่อนเดินออกจากห้อง

ผมค่อยๆ ยกมือของทาเลียขึ้นมาวางในมือของตัวเองแล้วกุมไว้

มือเธอเล็กเหลือเกินเมื่อเทียบกับมือของผม คนเราทำแบบนี้กับคนที่ตัวเล็กขนาดนี้ได้ยังไงกัน เธอดูทั้งอ่อนโยน ทั้งไร้เดียงสา มือของเธอนิ่มเรียบ แต่เย็นเล็กน้อยเมื่อสัมผัส

แม่หาเก้าอี้มาให้แล้วบอกให้ผมนั่ง ผมนั่งลง แต่ไม่อยากปล่อยมือเธอเลย ผมนั่งอยู่อย่างนั้น มองเธอเงียบๆ คนอื่นคงคิดว่าผมเป็นพวกโรคจิต แต่ผมไม่สน ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของพ่อดังขึ้น พ่อรับสายแล้วเดินออกไปที่โถงทางเดิน

ผ่านไปสักพักพ่อก็กลับเข้ามา “วิกเตอร์บอกว่า เราอยู่ที่นี่ได้นานเท่าที่ต้องการ” พ่อบอกแม่ แม่พยักหน้ารับ

“ฉันไม่อยากปล่อยให้เด็กคนน่าสงสารนี่อยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่ข้างๆ” แม่พูด พลางมองพ่อด้วยแววตาเศร้าๆ

“พ่อก็เหมือนกัน เพราะงั้นเราจะอยู่จนกว่าคนในครอบครัวเธอจะมาถึง” พ่อพูดพร้อมโอบแม่เข้าหาตัว

ไม่นานนักผมก็เผลอเคลิ้มหลับไป วางศีรษะพิงข้างๆ ทาเลียบนเตียง มือยังคงกุมมือเธอไว้

ผมสะดุ้งตื่นเพราะแรงบีบแผ่วเบาที่มือ ผมเงยหน้าขึ้นทันทีแล้วจ้องไปที่มือของเรา

“เป็นอะไรลูก” พ่อถาม สีหน้ากังวล

“เธอบีบมือผม” ผมพูดอย่างตกตะลึง

“ผมไปตามหมอให้” นายตำรวจคนหนึ่งพูด ก่อนเดินออกไป

ไม่นานหมอก็เข้ามาพร้อมตำรวจ แล้วตรวจดูค่าสัญญาณชีพของทาเลีย จากนั้นใช้ไฟฉายส่องตา เธอทำสีหน้าเหมือนรู้สึกระคาย

“เธอกำลังจะฟื้นแล้ว อีกเดี๋ยวก็ลืมตา” หมอพูด พลางยิ้มบางๆ

ไม่กี่นาทีต่อมาเธอค่อยๆ เปิดตา ผมเห็นดวงตาทรงอัลมอนด์ที่งดงามที่สุด สีม่วงอมครามลึกล้ำจนชวนสะกด สีตาคู่นั้นดูคุ้นอย่างประหลาด แต่ผมนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

ผมยังคงจับมือเธอไว้อย่างระมัดระวัง เธอมองผม แล้วมองมือของตัวเองที่อยู่ในมือผม รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าเธอ และพระเจ้า…รอยยิ้มของเธอทำเอาหายใจสะดุด

“สวัสดีจ้ะคนดี ฉันหมอเคเล็บ อลอนโซ เธอรู้ไหมว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน” หมอถาม

เธอมองไปทางหมอ แล้วกวาดตามองรอบๆ เล็กน้อย ก่อนพยักหน้าเบาๆ

“บอกชื่อเธอได้ไหมจ๊ะ” หมอถาม เธอดูหวาดๆ ขึ้นมาทันที

ผมหันไปมองพ่อแม่อย่างงงๆ แล้วหันกลับมาที่หมอ ก่อนมองเธออีกครั้ง

“คนดี หมออยากให้เธอบอกชื่อ แค่อยากเช็กให้แน่ใจว่าสมองทุกอย่างยังปกติดี เธอโดนกระแทกที่ศีรษะแรงมาก” หมออลอนโซอธิบาย

เธอพยักหน้า แล้วมองไปรอบๆ อีกครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหมอ ยกมือขึ้นแล้วทำท่าทางเหมือนเขียนหนังสือกลางอากาศ

อ้อ…เธออยากเขียน

ผมรีบหาโทรศัพท์ตัวเอง เปิดข้อความใหม่ แล้วส่งให้เธอ

เธอมองผมด้วยรอยยิ้มขอบคุณ ก่อนดึงมือออกจากมือผม แล้วเริ่มพิมพ์ลงบนโทรศัพท์

‘ฉันชื่อ ทาเลีย คอลลินส์’

เธอหมุนหน้าจอให้หมออ่าน หมอพยักหน้า “ดีมาก ความทรงจำยังอยู่ครบ ทาเลีย”

“พอบอกได้ไหมว่าไปโดนอะไรมา ถึงได้บาดเจ็บแบบนี้” หมอถามต่อ และอีกครั้งที่เธอดูหวาดกลัว เธอส่ายหน้า

“เป็นเพราะกลัวว่าพวกนั้นจะตามมา หรือจำไม่ได้” หมอถามย้ำ

เธอก้มมองตักตัวเอง

“ไม่ต้องกลัวนะ ทาเลีย ที่นี่ปลอดภัย” ผมพูดให้เบาที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่อยากทำให้เธอกลัวไปมากกว่านี้

เธอเงยหน้ามองผม จ้องเข้าตาเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง แล้วหันไปทางหมอ ชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“เธอกลัวว่าพวกนั้นจะมาหาเธอใช่ไหม” หมอถามเพื่อให้แน่ใจ เธอพยักหน้าให้

กรามผมขบแน่นโดยไม่รู้ตัว

“บอกได้ไหมว่าใครเป็นคนทำ” หมอถามต่อ

ลมหายใจของเธอถี่ขึ้น เครื่องมือรอบตัวที่ต่ออยู่กับเธอเริ่มส่งเสียงเตือน

“เฮ้ๆ ทาเลีย จำไว้นะ เธอปลอดภัยที่นี่ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ เราจะปกป้องเธอ ฉันสัญญา” ผมพูดอย่างอ่อนโยน จับมือเธอข้างหนึ่งไว้ แล้วใช้อีกมือแตะแก้มเธอเบาๆ ให้เธอหันมามองผม

“หายใจไปพร้อมกันนะ” ผมบอก น้ำเสียงยังนุ่ม

เธอมองลึกเข้ามาในตาผม แล้วค่อยๆ หายใจตามผม พระเจ้า…แค่มองตาเธอก็เหมือนจะหลงเข้าไปได้ทั้งดวง

ในที่สุดลมหายใจเธอก็กลับมาเป็นปกติ

“ดีมาก ตอบคำถามของหมออลอนโซได้ไหม แล้วจำไว้นะ เธอปลอดภัย” ผมพูดเบาๆ ยังสบตาเธออยู่ พร้อมรอยยิ้มบางบนริมฝีปาก

เธอพยักหน้าให้ผม และยิ้มเล็กๆ ก่อนพยายามจะลุกนั่งบนเตียง หมออลอนโซช่วยปรับพนักเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เธอนั่งพิงได้อย่างสบายขึ้น แต่ยังได้พักหลังอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป