บทที่ 11 บทที่ 5 : สาแก่ใจไอ้กานนัก [2/2]

15 นาทีผ่านไป

“ข้าวมาแล้ว”

เสียงของกานดังขึ้นหลังจากที่เขาหายไปซื้อของกินให้กับไอ้หัวขี้ที่ตอนนี้ยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิมบนโซฟาไม่ต่างจากตอนที่เขาเดินออกไป กานจึงเดินหิ้วอาหารที่ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี แต่ถึงอย่างนั้นก็หยิบมันมาแทบจะครบทั้งของคาว ของหวาน รวมไปถึงน้ำอัดลมและน้ำผลไม้อีกหลายยี่ห้อ เพราะเจ้าของเงินที่ให้บัตรเขาไปรูดมานั้นโยนโจทย์ซื้อของกินมาแค่ ‘อะไรก็ได้’

ทางด้านเจ้าของเรือนผมสีส้มยังคงนั่งดูคอลเลกชันรถรุ่นใหม่บนหน้าจอโทรศัพท์ถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเขาละสายตาไปมองเด็กเปรตแล้วเห็นว่ามันหอบของกินมาจนแทบล้นสองมือ

“มึงซื้อไรมาเยอะแยะวะ”

“มึงบอกอะไรก็ได้ นี่ไง” กานยื่นถุงของกินมากมายมากองลงตรงหน้าเจ้าของห้อง “อะไรก็ได้ของมึง” พูดพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างมาดร้าย ใจจริงเขาอยากจะซื้อมันทั้งมินิมาร์ท แต่เกรงว่าจะเป็นภาระของตัวเองที่คงจะแบกขึ้นมาไม่ไหว เลยหยิบเท่าที่แบกมาได้แทน

“เอามาวางตรงนี้” ปลายนิ้วชี้ยกไปบนโต๊ะที่มีกองเอกสารมากมายวางอยู่

ตุบ!

เสียงของถุงกระดาษที่ภายในเต็มไปด้วยอาหาร ขนม และเครื่องดื่มถูกวางลงไปไม่เบานัก

“งั้นวันนี้ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ขอตัวนะ”

กานวางของกินเสร็จจึงเอ่ยลา ร่างสูงกำลังจะเดินไปหยิบถุงผ้าขึ้นมาสะพาย ไหล่ แต่ต้องหยุดเท้าชะงักเมื่อไอ้หัวขี้มันเริ่มแผลงฤทธิ์ใส่เขาอีกจนได้

“ในนี้ไม่มีของที่กูอยากกินเลย มึงลงไปซื้อมาให้ใหม่ที แต่คราวนี้ขอเป็นร้านข้าวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคอนโด เอาข้าวมันไก่กับน้ำมะม่วงปั่นหวานปกติ”

ธีต์เอ่ยเสียงราบเรียบหลังจากกวาดสายตามองไปยังอาหารที่กานซื้อมา โดยไม่สนใจท่าทีของคนฟังที่หันขวับมาจ้องหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“แล้วทำไมรอบแรกไม่สั่งแบบนี้” คนพูดยืนกำหมัดแน่น

“เพิ่งนึกออกเมื่อกี้มาว่าอยากกินอะไร”

“.....”

“หรือมึงจะไม่ไปก็ได้นะ แล้วพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาช่วยกูแล้ว เดี๋ยวส่งบิลไปเรียกเก็บค่าซ่อมรถทีหลัง”

เมื่อถูกเอาเรื่องรถมาขู่ซึ่ง ๆ หน้า จำเลยอย่างไอ้กานจะรอดพ้นไปได้อย่างไร กรามแกร่งกัดเข้าหากันด้วยความโกรธ แต่เขาทำอะไรไม่ได้ เพราะสถานะทางการเงินของตัวเองมันไม่เอื้ออำนวยมากพอที่จะไปสู้รบตบมือกับไอ้หัวขี้

“เออ!! เอาแค่นี้นะ กูลงไปซื้อรอบเดียว กลับขึ้นมาถ้าอยากแดกอย่างอื่น มึงกดสั่งเอา เสียเวลาชีวิตฉิบหาย”

ท้ายเสียงเขาบ่นอยู่ในลำคอให้ได้ยินแค่ตัวเอง แต่ก็ยอมกระทืบเท้าเดินกลับออกไปยังทางเดิมที่ตนเพิ่งจะก้าวเท้าเข้ามาได้ไม่นาน

ธีต์มองไล่หลังของรุ่นน้องด้วยแววตานุ่มลึกจนประตูห้องของเขาปิดลงอีกครั้ง ‘หึ หน้าตาตอนโมโหตลกชะมัด’ เขาพูดลอย ๆ แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาในระดับสายตาอีกหน ก่อนจะฆ่าเวลาระหว่างรอข้าวด้วยการกดจองรถรุ่นใหม่ พร้อมกับฮัมเพลงเบา ๆ อย่างคนอารมณ์ดี เพราะนอกจากจะได้ของที่ถูกใจแล้ว ยังได้แกล้งใครบางคนจนอ่วมอีกด้วย

อีกด้าน

“เหมาหมดร้านเลยเหรอคะ”

เจ้าของร้านถามลูกค้าหนุ่มด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินว่าคนตรงหน้าเธอต้องการเหมาข้าวมันไก่รวมถึงน้ำปั่นของทางร้าน

“ใช่ครับ พอดีรุ่นพี่ผมเขาชอบกินมาก วันนี้วันเกิดเขา เห็นว่าจะเหมาไปเลี้ยงเพื่อนครับ”

กานตอบออกไปด้วยใบหน้าใสซื่อ จนเจ้าของร้านอดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มขอบคุณมาให้ เพราะในเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีลูกค้ามาเหมาอาหารที่ร้าน

“ขอบคุณนะคะ ว่าแต่จะให้ทางร้านจัดส่งที่ไหนดีคะ เราส่งให้ถึงที่ ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ”

“คอนโดXXX แต่อีกสักประมาณ 1 ชั่วโมงค่อยโทรไปที่เบอร์รุ่นพี่ผมนะครับ เขาจะลงมารับอาหารด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เขาหิวมาก แล้วงานเขาจัดกันช่วงดึก ๆ หน่อย แกบอกว่าขอข้าวมันไก่ กับน้ำมะม่วงปั่นหวานปกติชุดนึงก่อนครับ”

“ได้เลยค่ะ ฝากไปขอบคุณรุ่นพี่ด้วยนะคะ”

“ได้เลยครับ ว่าแต่ที่นี่จ่ายบัตรได้ใช่ไหมครับ”

“ได้ค่ะ”

“นี่บัตรครับ”

กานยื่นบัตรใบเดิมที่เขาเพิ่งจะเอาไปรูดซื้อของในมินิมาร์ทมายังไม่พ้นครึ่งชั่วโมงให้กับเจ้าของร้านข้าวมันไก่ ร่างสูงฉีกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ แล้วมองไปยังไก่หลายสิบตัวที่ห้อยระโยงระยางอยู่ในตู้โชว์หน้าร้าน โดยที่ยังมีไก่อีกนับร้อยตัวที่เจ้าของร้านตะโกนบอกให้ลูกน้องทยอยนำออกมาสับเพื่อจัดลงกล่อง ๆ ดูจากสายตาของไอ้กานแล้ว ‘ไอ้หัวขี้คงมีข้าวมันไก่กินไปถึงชาติหน้า ไม่นับน้ำมะม่วงปั่นอีกเป็นสวน สาแก่ใจไอ้กานนัก’

เขาใช้เวลารอไม่นาน เจ้าของร้านคนเดิมก็นำข้าวมันไก่ พร้อมน้ำมะม่วงปั่นมาให้ ก่อนจะส่งบัตรเครดิตคืนมา กานรับอาหารมาถือไว้แล้วไม่ลืมที่จะก้มหัวขอบคุณเจ้าของร้าน จากนั้นจึงมุ่งหน้ากลับไปยังคอนโดของไอ้คนเจ้าปัญหา ที่ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า ปัญหาจะวิ่งมารอมันถึงหน้าประตู

บนห้องของธีต์

“อะ ข้าวมันไก่ ส่วนนี่น้ำมะม่วงปั่น”

“อืม”

“งั้นกูกลับแล้วนะ หมดธุระของวันนี้แล้ว”

คราวนี้กานไม่รอให้อีกคนได้โต้เถียงอะไร เขาหยิบถุงผ้ามาสะพายไหล่แล้วหมุนตัวเดินออกไปยังประตู แต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดประตูออกไป เสียงเข้ม ๆ จากเจ้าของห้องดังขึ้นเสียก่อน

“ของกินที่มึงซื้อมาก่อนหน้านี้ มึงเอากลับไปกินแล้วกัน เก็บไว้ที่ห้องกูก็รกเปล่า ๆ”

“กูไม่เอา” เขาเอี้ยวตัวไปปฏิเสธทันควัน

“เอาไปเถอะ วางไว้นี่ก็เป็นขยะ มึงไม่เอากลับไป กูก็แค่ทิ้ง”

“ทิ้งทำไมเสียดายของ ซื้อมาตั้งหลายบาท”

คนแบบเขาที่เติบโตมาจากข้าวก้นบาตรของหลวงตา อาหารจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถกินอะไรได้ตามใจชอบแบบไอ้หัวขี้ ชาวบ้านใส่บาตรอะไรมา แล้วหลวงตาท่านฉันเหลือเท่าไหร่ นั่นแหละถึงเป็นอาหารของตน ดังนั้น ของกินเมื่อครู่ที่เพิ่งซื้อมามันยังดี ๆ อยู่เลย ไอ้คนรวยพวกนี้กลับพูดออกมาได้อย่างง่ายดายว่าจะทิ้งเพียงเพราะไม่อยากกิน

“งั้นมึงเอาไปสิ”

“เออ ๆ เป็นคนรวยนี่มันดีอย่างนี้นี่เองนะมึง”

เขาพูดเสียงห้วน ๆ แต่ก็ยอมเดินกลับไปหิ้วถุงใส่อาหารที่ยังคงวางอยู่ที่เดิมขึ้นมาจนเต็มสองมืออีกครั้ง “กูกลับแล้ว” เขาบอกออกไปให้กับคนที่ตายังไม่ยอมละจากหน้าจอโทรศัพท์

“ผู้ใหญ่ให้อาหารมึงจะไม่ขอบคุณสักคำเลยหรือไง” ธีต์ละสายตาขึ้นมามองไปยังรุ่นน้องนิ่ง

“กูไม่ขอบคุณนะ มึงสิต้องขอบคุณกู นี่กูช่วยมึงลดการสร้างขยะอยู่นะเว้ย”

“กูละยอมใจมึงเลยกาน”

“หึ กูวางบัตรเครดิตมึงไว้ที่เดิมแล้วนะ”

กานเปลี่ยนเรื่อง แล้วเดินหิ้วอาหารออกจากห้องไป โดยไม่สนใจไอ้หัวขี้หรือแม้แต่จะบอกคำขอบคุณที่อีกฝ่ายอยากได้ยินนักหนา เพราะเห็นหน้ามันทีไร เรื่องที่เขาต้องตกงานก็ลอยมาเลย คิดแล้วมันแค้นใจ ได้แต่ภาวนาขอพรต่อสิ่งศักดิ์ว่าให้คนจนอย่างเขาได้เอาคืนด้วยการถีบยอดหน้าไอ้เวรนั่นสักทีสองที

‘ชิงหมามาเกิดยังน้อยไปสำหรับมัน’

แม้ในใจจะร้อนอย่างกับมีคนมาสุมไฟอยู่ในอก แต่เมื่อนึกถึงสีหน้าของอีกฝ่ายในอีกชั่วโมงข้างหน้ากานถึงกับยิ้มร่าไปตลอดทางเดิน “หึ แค่นี้ยังน้อยไปที่ทำกูตกงาน” พูดกับเงาสะท้อนของตัวเองภายในลิฟต์ด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสะใจ

1 ชั่วโมงต่อมา

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้น ขณะที่เจ้าของเครื่องกำลังนั่งตักข้าวมันไก่คำโตใส่ปาก ธีต์รีบเคี้ยวข้าวแล้วหยิบน้ำมะม่วงปั่นขึ้นมาดูดก่อนจะกดรับสาย แม้ว่าเบอร์ที่ขึ้นโชว์จะไม่ขึ้นชื่อผู้โทรเข้ามาก็ตาม

“สวัสดีค่ะ คุณธีต์ ห้องเบอร์ 13/12 คอนโด XXX หรือเปล่าคะ”

“ใช่ครับ”

“ดิฉันเป็นเจ้าของร้านข้าวมันไก่เลิศดำรงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคอนโดนะคะ”

“อ่า ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“พอดีข้าวมันไก่และน้ำผลไม้ปั่นที่คุณธีต์ให้รุ่นน้องมาเหมาจากทางร้าน ดิฉันให้ลูกน้องนำออกไปส่งแล้วนะคะ คิดว่าไม่เกิน 10 นาทีน่าจะถึงด้านล่างของคอนโด เมื่อลูกน้องไปถึงแล้วเขาจะโทรหาคุณธีต์นะคะ ดิฉันเลยอยากจะโทรมาขอบคุณด้วยตัวเองก่อนค่ะ”

“.....”

“ขอบคุณที่ชอบข้าวมันไก่และน้ำปั่นจากทางร้านของเราจนเหมาไปฉลองวันเกิดหมดเลยนะคะ ยังไงดิฉันขออวยพรให้วันเกิดปีนี้ของคุณธีต์พบเจอแต่ความสุขและความเจริญนะคะ ขอบคุณที่เหมาข้าวมันไก่และน้ำปั่นจากทางร้านของเราค่ะ”

“...ครับ”

ตู้ด ตู้ด ตู้ด

เสียงสัญญาณตัดไปแล้ว บ่งบอกว่าปลายสายกดวางไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วนคนฟังตอนนี้สติหลุด มือไม้สั่นขึ้นมาทันที ‘ข้าวมันไก่ที่เขากำลังกินจวนจะอิ่มอยู่แล้ว มันมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องไปเหมาทั้งร้านมา แล้ววันเกิดอีก ใครมันบอกกันว่าเขาเกิดวันนี้’

เกือบหนึ่งนาทีที่ร่างสูงกำลังนั่งอึ้งโดยที่มือยังกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น และเมื่อจับต้นสายปลายเหตุได้แล้ว ต้นตอของเรื่องทั้งหมดมันหนีไม่พ้นไอ้เด็กเปรตที่เขาเพิ่งจะใช้มันไปซื้อข้าวมันไก่มาหมาด ๆ

“ไอ้เด็กเปรต เล่นกูแสบนักนะมึง”

เขาเค้นเสียงผ่านไรฟัน พลางทุบมือลงไปบนโต๊ะที่ใช้กินข้าวมันไก่ด้วยความโมโห เมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นถูกเอาคืนอย่างเจ็บแสบ ‘เด็กนั่นมันเอาคืนเขาด้วยการไปเหมาข้าวมันไก่และน้ำมะม่วงปั่นมาทั้งร้าน โถ่โว้ย!!’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป