บทที่ 11 หนีเสือปะจระเข้(เล็ก)

บทที่ 5

หนีเสือปะจระเข้ (เล็ก)

ในเวลาเช้าตรู่ คนที่นอนตื่นตรงเวลาประจำค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ร่างบางมองไปรอบบริเวณห้องด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหันมามองร่างใหญ่ที่นอนหลับคว่ำหน้าอยู่ข้างๆ เจ้าจอมนั่งนิ่งพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืนแล้วถอนหายใจ

ร่างบางค่อยๆ ลุกออกจากเตียงพร้อมกับเริ่มมองหาเป้ประจำตัวที่เอามาด้วย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะหายไป เป้ใบเดียวคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่มีติดตัวทำให้ร่างบางเริ่มร้อนรนเพราะในเป้ใบนั้นนอกจากจะมีเสื้อผ้าของใช้จำเป็นแล้วยังมีเอกสารสำคัญหลายอย่าง

"หายไปไหนนะ" ร่างบางพึมพำพร้อมกับค้นหาด้วยความลนลาน ต้องรีบหาให้เจอและออกไปก่อนที่ไอ้คนแปลกหน้าจอมสอดรู้สอดเห็นคนนั้นจะตื่นขึ้นมา แต่ดูเหมือนจะไม่ทัน เพราะตอนนี้กองพลกำลังนั่งเกาหัวจนผมฟูอยู่ที่ปลายเตียง

"หาอะไร"

"ก็เป้กู เฮ๊ย! มึงตื่นแล้ว!!" เผลอตอบอย่างลืมตัวก่อนจะตกใจหน้าตื่น ร่างบางใจสั่นรัวเมื่อเห็นแววตาดุและสีหน้าหงุดหงิดที่อีกคนจ้องมา

"เสียงดังกุกกักใครจะไม่ตื่น มึงค้นอะไรเนี่ย" ร่างบางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะทำใจดีสู้เสือ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"กระเป๋ากูอยู่ไหน เอามา กูจะไปแล้ว" แต่ประโยคที่ได้ยิน กลับทำให้กองพลหัวเราะขำ

"หึหึ ตลกนะ มึงคิดว่ามึงจะไปที่ไหนได้ ป่านนี้ไอ้พวกนั้นคงไปเฝ้าอยู่เต็มหอพักแล้ว" เมื่อคิดตามที่อีกคนพูด ร่างบางก็เริ่มซึมลงแล้วพึมพำเสียงเบา

"แล้วใครมันจะโง่กลับไปวะ"

"มึงก็โง่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

"เออ กูโง่! โง่ที่หลงมากับมึงไง เอากระเป๋ากูคืนมา"

"ในตู้เสื้อผ้า ไปหาเอาเอง" เมื่อได้ยินเจ้าจอมก็รีบเปิดตู้แล้วค้นหาจนแทบจะรื้อผ้าทั้งหมดลงมากอง แต่ก็ยังหาไม่เจอ

"อยู่ไหน" ร่างบางร้องถามเสียงแข็ง เริ่มหน้าบึ้งหน้างอ แต่กองพลกลับอมยิ้มอย่างนึกสนุก

"อ้าว หาไม่เจอเหรอหรือว่ากูจะจำผิด เอ..เก็บไว้ไหนว๊า~" มือใหญ่ยกขึ้นจับคางตัวเอง แล้วเคาะนิ้วชี้เป็นจังหวะท่าทางครุ่นคิดช่างดูยียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างเสียเหลือเกิน

"มึงอย่าลีลา! รีบๆ บอกมา!!"

"อืมม์....ขอคิดก่อนนะ อ่อ จำได้แล้ว อยู่บนชั้นวางของในห้องน้ำ"

"ในห้องน้ำ!! มึงบ้าป่ะเนี่ย!! เอาของกูไปไว้ในห้องน้ำเนี่ยนะ!!!"

"จะรีบไปไม่ใช่เหรอ เข้าไปเอาสิ" ร่างบางกัดฟันจ้องหน้าคนบนเตียงอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเดินเข้าไปหากระเป๋าในห้องน้ำ และทันทีที่เดินเข้าไปคนเจ้าเล่ห์ก็รีบก้าวฉับไปปิดประตูห้องน้ำพร้อมกับแม่กุญแจล็อกประตูไว้

กริ๊ก!!!! เสียงล็อกประตูห้องน้ำจากด้านนอกทำให้ร่างบางชะงัก เจ้าจอมตกใจจนหน้าซีด รีบเดินมาดึงเขย่าประตูทันที

"ป..เปิดนะ! ย...อย่าขัง!!!" ร่างบางร้องเรียกเสียงสั่น แต่เจ้าของห้องตัวดีกลับไม่ได้สนใจ

"อยู่ในนั้นไปก่อน"

"ม..ไม่!! เป็นบ้าอะไรมาขังกู!! เปิดประตูนะ!!" กองพลที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมลูกกุญแจส่ายหน้าน้อยๆ แล้วเดินออกจากห้องไป ไม่สนใจเสียงทุบประตูโวยวายเลยสักนิด จึงไม่ได้รู้เลยว่า คนหวาดกลัวที่ถูกขังกำลังตัวสั่นน้ำตาคลอ

เมื่อเดินออกมาจากห้องนอนได้ ร่างสูงก็เดินตรงมาที่ห้องนอนเพื่อนแต่ยังไม่ทันจะได้ยกมือขึ้นเคาะ ประตูก็ถูกเปิดออกมา

"เอ่อ...สวัสดีครับ" กองพลชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มเล็กๆเมื่อคนที่เปิดประตูออกมาเป็นหนุ่มน้อยปังปอนด์ แฟนเด็กคนที่เพื่อนปากแข็งเพิ่งจะยอมรับได้ไม่นาน

"ไปโรงเรียนเหรอ" เมื่อร่างสูงเอ่ยถาม หนุ่มน้อยจึงได้พยักหน้ารับหงึกหงัก

"แล้วไปยังไง"

"กูไปส่ง ถามทำไม ไปรอที่รถได้แล้วปอนด์" เด็กน้อยหน้างอแล้วเดินตึงตังออกจากห้องนอน ทำให้กองพลมองตามด้วยรอยยิ้มขำ

"มึงทะเลาะกับน้องเขารึไง"

"แกล้งเด็กมันนิดหน่อยน่ะ แล้วนี่มึงมีอะไร"

"จะขออาบน้ำ"

"อ้าว ห้องมึงอาบไม่ได้รึไง"

"อืม" ร่างสูงตอบพร้อมรอยยิ้มขำ ไม่รู้ป่านนี้ไอ้คุณหนูนั่นจะโวยวายสักแค่ไหน ส่วนสปายก็ได้แต่มองเพื่อนด้วยความแปลกใจ

"ทำไมวะ ไฟดับหรือก๊อกน้ำพัง"

"กูขังแมวไว้"

"ขังแมว? อะไรของมึงเนี่ย"

"เออน่ะ เดี๋ยวค่อยคุย หลบดิ จะรีบออกไปธุระ" สปายมองตามเพื่อนที่เดินเข้าห้องนอนของตนอย่างคุ้นเคยก็ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักเหมือนจะเข้าใจ แล้วหิ้วกระเป๋านักเรียนเดินไปหาเด็กน้อยที่ออกไปรอ

ในห้องน้ำที่ถูกล็อกจากภายนอก เจ้าจอมมีใบหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย แต่ในใจกลับหวาดกลัวมากกว่า ร่างบางกำลังยืนเท้าสะเอวคิดหาวิธีพังประตูออกไป ปลายเท้ายกขึ้นเตะถีบประตูตึงตัง ส่วนสองมือก็ทั้งทุบทั้งเขย่าแต่ก็ยังไม่สามารถเปิดประตูได้ 

"บ้าเอ๊ย!! จะออกไปยังไงวะ!!ไอ้ชั่ว! ไอ้เลว!!!เป็นใคร! กล้าดียังไงมาขังกูแบบนี้!!!" จากที่หวาดกลัวก็กลับกลายเป็นขุ่นเคืองใจ ร่างบางตะโกนด่าทอเสียงดังก้องห้องน้ำ ส่วนร่างใหญ่คนที่ถูกด่าก็กำลังนั่งจามฮัดชิ้วทำจมูกฟุดฟิดอยู่ในโชว์รูมรถหรูใจกลางกรุง

"อากาศเปลี่ยนรึไงวะ" กองพลบ่นกับตัวเองก่อนจะขยี้จมูกแล้วยกมือถือขึ้นมากดโทรออกหาเพื่อนอีกคนที่นัดเอาไว้

ครึ่งชั่วโมงต่อมา วิน หรือธีรภพ ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ผู้เป็นทั้งเพื่อนและญาติสนิทฝั่งของแม่ก็เดินหน้านิ่งเข้ามาหา

"กลับมาเมืองไทยตั้งนาน เพิ่งจะมาคิดถึงกูรึไง" ทันทีที่นั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามได้ ธีรภพก็เอ่ยหยอกเย้าทำเอาคนฟังหัวเราะขำ

"ก็คิดถึงทุกเวลานั่นแหละน่า แต่กูเพิ่งว่างมาเจอมึงไง"

"เออ แล้วนัดกูมาที่โชว์รูมรถทำไมวะ"

"ไม่มีไรกูแค่มาเอารถเห็นว่าอยู่ใกล้คอนโดมึง ก็เลยชวนออกมา" กองพลตอบเพื่อนด้วยท่าทางสบายอารมณ์แต่คนช่างสังเกตกลับนึกแปลกใจ

"แค่นั้นจริงๆ เหรอพล"

"ทำไม ต้องมีอะไรมากกว่านั้นรึไง"

"ก็เปล่า แล้วมึงจะอยู่ไทยกี่วัน"

"ย้ายมาไทยแล้ว แต่กูประจำที่ชะ...ต่างจังหวัดน่ะ คงกลับมะรืนนี้" เมื่อรู้ทันว่ากองพลเลือกที่จะปิดบังพิกัดที่อยู่ของตน ธีรภพก็เริ่มขมวดคิ้วทันที

"มึงจะพูดอะไรกับกูกันแน่พล ถ้ามึงอยากเจอ ไปหากูที่คอนโดก็ได้ หรือจะนัดที่อื่นก็ได้ แต่ทำไมมึงต้องมาที่นี่"

"ก็บอกแล้วไง ว่ามาเอารถ"

"เอารถให้ใคร" เมื่อธีรภพถามเสียงนิ่ง กองพลก็หัวเราะในลำคออีกครั้ง

"หึหึ เซ้นแรงจริงๆ นะมึง"

"มึงมีพิรุธตั้งแต่นัดกูมาที่นี่แล้ว"

"ก็ไม่มีไร บอกแล้วไงว่ามารับรถ พอดีเจ้าของมันกลัวคนน่ะ กูก็เลยมาเอาแทน" จงใจพูดประโยคที่ผิดปกติ และคนฉลาดอย่างธีรภพก็เริ่มรู้ทัน

"มึงอยากบอกอะไรกู มึงรู้อะไรมาพล!"

"ใจเย็นดิวะ กูแค่อยากถามมึง ในฐานะที่มึงเป็นคนสนิทของเจ้าสัวสรัณมึงคงตอบคำถามกูได้" เมื่อกองพลเอ่ยถึงเจ้านายของตน ธีรภพก็นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก

"ก็ลองถามมา เผื่อกูอยากตอบ"

"หึหึ ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนักหรอก ก็แค่ลูกชายที่หนีออกจากบ้าน"

" มึงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง!! ไอ้พล! มึงตอบกูมา"

"หืม ความลับเหรอเนี่ย" กองพลหัวเราะในลำคอเบาๆ และท่าทางยียวนนั่นก็ทำให้ธีรภพนึกขัดใจ เพราะเรื่องที่ลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวสรัณหนีออกจากบ้านไปหลายปี เป็นความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้นอกเสียจากคนในครอบครัวและเหล่าบริวารที่ได้รับคำสั่งให้ตามตัวคุณหนูกลับมา แล้วกองพลรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

"บอกกูมาพล มึงรู้อะไรมาบ้าง" ธีรภพเริ่มจริงจังแต่กองพลกลับอมยิ้มราวกับเจอเรื่องน่าสนุกก่อนจะตอบเพื่อนโดยเลี่ยงที่จะพูดความจริง

"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก กูแค่ไปเดินห้างเจ้าสัวแล้วได้ยินเขาคุยกัน"

"แค่นี้เองเหรอ"

"ก็เออสิ กูแค่อยากรู้ แต่ถ้ามึงไม่อยากเล่าก็แล้วแต่มึง คนหายไปทั้งคน แต่กลับไม่อยากให้ใครรู้" กองพลแกล้งพึมพำแล้วยักไหล่ ส่วนธีรภพก็เริ่มถอนหายใจ

"เฮ้อ~ เจ้าสัวเองก็แทบจะพลิกแผ่นดินหาอยู่แล้ว พอตามเจอคุณหนูก็ดันมาหนีหายไปอีก อยากจะประกาศตามหาแต่ก็ทำให้เป็นข่าวครึกโครมไม่ได้"

"ทำไมวะ"

"กลัวจะเสียหน้าไง ถ้าคนอื่นรู้ว่าหนีไปกับผู้ชายแล้วยังเป็นอดีตคนสนิทของคุณใหญ่ กินบนเรือนขี้บนหลังคาขนาดนั้น เจ้าสัวจับได้เมื่อไหร่คงไม่เอาไว้แน่ แล้วคุณหนูเองก็คงจะถูกลงโทษด้วย"

ก็จับได้แล้วไม่ใช่เหรอวะ กองพลพูดพึมพำเบาๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองไปรับรู้มา ในเมื่อนิธิศจับตัวศิระได้แล้วแต่ทำไมธีรภพจึงได้พูดเหมือนกับว่ายังหาไม่เจอ และเสียงพึมพำที่ได้ยินก็ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามขมวดคิ้วมอง

"เมื่อกี้มึงพูดอะไรนะ"

"เปล่าๆ แล้วยังจับไม่ได้อีกเหรอ"

"อืม เหมือนคุณใหญ่จะหาเจอแล้วนะแต่ก็พากันหนีไปอีก"

"พากันหนี?" จะพากันหนีได้ยังไง ในเมื่อคนที่หนีคือเจ้าจอมคนเดียว กองพลแอบเถียงในใจแต่แล้วกลับอมยิ้มเล็กๆ ในเมื่อยังไม่มีใครรู้ว่าเจ้าจอมอยู่ที่ไหน กองพลก็จะช่วยเก็บเป็นความลับให้ก็แล้วกัน

"อืม คนของคุณใหญ่รายงานว่าไอ้ปลื้มพาคุณหนูหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่คนของกูที่ให้ตามไอ้ปลื้มบอกว่ามันยังอยู่ที่นี่ แล้วก็อยู่คนเดียว" กองพลเงียบฟังพร้อมแอบรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ธีรภพจ้องตาขวาง

" หนีไปกับผู้ชาย ไม่ยอมกลับบ้าน แต่พอตามเจอกลับหนีไปอีก หึหึ ท่าทางคุณหนูของมึง จะร้ายไม่เบาเลยนะ"

"คุณหนูไม่ใช่คนแบบที่มึงคิด กูดูแลคุณหนูมาหลายปีกูรู้นิสัยเขา คุณหนูเป็นเด็กน่ารัก อ่อนโยนอ่อนหวาน พูดน้อยและว่านอนสอนง่าย แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กูก็ไม่รู้ว่าทำไม คุณหนูของกูถึงได้ทำแบบนี้" กองพลเบะปาก เมื่อได้ยินคำเยินยอนั่น นึกหมั่นไส้จนต้องพูดจากระแนะกระแหนขึ้นมา

"ชื่นชมคุณหนูของมึงจังเลยนะ หึ"

"ก็ใช่สิ ถ้ามึงได้รู้จัก มึงจะหลงรักในตัวตนของเขา"

"พูดแบบนี้ หรือว่ามึง!!"

"อะไรของมึงวะพล กูรักแล้วก็เอ็นดูเหมือนน้องชายคนหนึ่ง แล้วน้องกูหายไปแบบนี้ กูเองก็รู้สึกแย่" ธีรภพแสดงสีหน้ากังวลออกมาอย่างชัดเจน กองพลจึงเริ่มช่างใจ ลังเลที่จะพูด

"วิน...ถ้ามึงตามหาเขาเจอมึงจะทำยังไง"

"ก็พากลับสิวะ"

"แล้วถ้าเขาไม่อยากกลับ"

"ยังไงกูก็ต้องพาคุณหนูกลับมาให้เจ้าสัว ต่อให้ไม่อยากกลับกูก็ต้องบังคับ" กองพลนิ่งฟังที่เพื่อนพูดแล้วเริ่มคิดอะไรบางอย่าง ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตที่ถูกบังคับแบบนี้หรอก มิน่า เจ้านกน้อยในกรงทอง ถึงได้อยากจะบินออกมานัก แต่พอคิดว่าตัวเองจับลูกนกได้ก็นึกเอ็นดู อยากจะเก็บไว้เลี้ยงดูเล่นเสียแล้ว และเมื่อคิดแบบนี้ กองพลจึงตัดสินใจที่จะไม่บอกความจริง

หลังจากธีรภพกลับไป กองพลก็จัดการธุระสำคัญ เมื่อเคลียร์เรื่องรถด้วยการจ่ายค่ามัดจำที่เหลือทั้งหมดและจัดการเอกสารทุกอย่างแทนเจ้าของตัวจริงแล้ว ร่างสูงก็รีบขับรถออกมาและตรงกลับมาที่บ้านของเพื่อนทันที

เสียงกุกกักหน้าประตูห้องน้ำดังขึ้นก่อนจะเปิดออก ทำให้คนที่นั่งกอดเข่ามาเป็นชั่วโมงเงยหน้าขึ้นมอง กองพลยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นคนหน้าบึ้งลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้

"นึกว่าจะเอาหัวชนผนังตายไปแล้วซะอีก" ใบหน้าระรื่นส่งยิ้ม ช่างแสนยียวนเสียจนคนมองทนไม่ไหว หมัดเล็กๆ ที่กำแน่นถูกซัดมาตรงหน้าและมือใหญ่ก็กำหมัดนั้นเอาไว้ได้พอดี

"ทักทายแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทำให้ร่างบางได้แต่เม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงแข็งไม่ต่างกัน

"เอาของกูคืนมา แล้วกูจะไม่เอาเรื่องมึง"

"หึหึ พูดตลกไปได้ รีบอาบน้ำแต่งตัวซะ จะได้มากินข้าว สายมากแล้ว ไม่หิวรึไง" เมื่อเห็นแววตาหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ในสีหน้าบึ้งตึง กองพลก็อยากจะหัวเราะขำ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ตามสไตล์ผู้ชายอารมณ์ดีทำเอาคนฟังขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้ชายตรงหน้าคนนี้เลย

"เอ๊า~ ทำหน้าเป็นหมางงอยู่ได้ เอานี่!" ผ้าขนหนูสีฟ้าที่ค้นเจอในเป้ของอีกคนถูกโยนใส่หน้าทำให้ร่างบางต้องรีบรับไว้

"อาบน้ำซะ ไอ้เน่า!"

"อ..ไอ้บ้า! มึงสิเน่า!! กูไม่อาบ! รีบเอาของกูคืนมา แล้วกูจะไป!!"

"พูดดีๆ ไม่เข้าใจสินะ" เมื่อเห็นลูกนกกลายร่างเป็นแมวพองขนขู่กองพลก็นึกสนุก ร่างสูงย่ำเท้าเข้ามาใกล้จนตัวชิดกัน ทำให้ร่างบางเริ่มหน้าตื่นแล้วถอยห่าง

"จ..จะทำอะไร อย่าเข้ามานะ!!"

"ทำไมกูจะเข้าไม่ได้ ที่นี่เป็นห้องกู"

"แต่กูไม่ให้มึงเข้ามา!! ออกไปนะ!!" ร่างบางตะโกนหน้าตื่น เริ่มถอยหลังหนีไปเรื่อยๆ ในขณะที่ร่างสูงเองก็ย่างกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้า

"กูจะเข้าหรือจะออก มึงห้ามได้เหรอ ลองคิดดูสิ เราสองคนอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ มึงเองก็ตัวเล็กๆ แค่นี้…หึหึ ถ้ากูคิดจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ มึง จะทำอะไรได้" ท่าทางคุกคามของร่างใหญ่ที่เดินเข้ามาประชิดตัว ทำให้เจ้าจอมเริ่มใจสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามข่มซ่อนมันเอาไว้ ชีวิตของเขาเจออะไรที่เลวร้ายมานักต่อนักแล้ว กะอีแค่ไอ้จระเข้เล็กนี่ จะไปกลัวมันทำไม

"ออกไป กูจะอาบน้ำ" แต่เมื่อดูเชิงแล้วคงจะสู้ไม่ได้ ก็ต้องยอมทำตามสิ เจ้าจอมไม่โง่ หาเรื่องให้ตัวเองหรอกนะ ใบหน้าที่แกล้งนิ่งตึงเมื่อครู่เผยยิ้มบาง แต่กลับไม่ยอมขยับตัว ทำให้เจ้าจอมเริ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง

"ออกไปสิ กูจะอาบน้ำไง"

"เปลี่ยนใจแล้วว่ะ กูจะอาบให้ หรืออาบเป็นเพื่อนดีนะ"

"ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น!!! ออกไป!!!"

"ไม่ไป" ร่างสูงส่งยิ้มยียวน แต่แววตากะลิ้มกะเหลี่ยที่จ้องมองมาพร้อมกับมือที่เอื้อมหาแกล้งจะคว้าตัวบางเข้ามากอดกลับทำให้ร่างบางหวาดกลัวมากขึ้น เจ้าจอมถอยหนีจนแผ่นหลังติดชิดผนัง เมื่อเห็นคนตรงหน้าหมดหนทางหนีกองพลก็เผยรอยยิ้มร้าย

"อ...ไอ้จระเข้เล็ก!! มึงออกไปเลยนะ ก่อนที่กูจะ…" หยุดคำพูดไว้แค่นั้น แล้วเริ่มมองซ้ายมองขวา

"กูจะ…"

"จะอะไร มีปัญญาทำอะไรกูได้ครับ"

"ก็จะทำแบบนี้ไง!!!" ตุ๊บ! ทันทีที่พูดจบขวดแชมพูก็ลอยเคว้งเข้าใส่เต็มหน้าอก ตุ๊บ! ตุ๊บ! ครีมอาบน้ำ โฟมล้างหน้า ยาสีฟัน และอีกสารพัดของใกล้มือถูกจับโยนใส่ร่างใหญ่ ทำให้กองพลต้องรีบยกมือขึ้นปัดป้อง เพียงแค่อยากแกล้งเล่น แต่ตอนนี้กลับเริ่มโมโหขึ้นมา

 ร่างสูงคว้าตัวบางแล้วยกตัวขึ้นก่อนโยนลงอ่างพร้อมเปิดน้ำใส่ทันที ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าร่างที่ถูกทิ้งลงอ่างเซรามิก จะเจ็บสักแค่ไหน สายน้ำอุ่นที่เพิ่มระดับความร้อนจนมีควันลอยขึ้นปะทุทำให้ร่างบางดิ้นเร่า ตะเกียกตะกายจะหนีออกจากอ่างอาบน้ำ

"โอ๊ยร้อน! ไอ้บ้า! ไอ้...แค่กๆ ปล่อยกู! โอ๊ย!!" ร่างบางดิ้นพล่าน แสบร้อนจนเนื้อตัวเริ่มแดงเถือก ดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่กองพลกลับกดไหล่บางบังคับให้ทรุดตัวลงในอ่างอีกครั้ง ก่อนจะปรับระดับน้ำให้อยู่ในอุณหภูมิปกติ จนกระทั่งน้ำล้นอ่าง มือใหญ่เปลี่ยนจากไหล่บางเป็นกดศีรษะกลม ให้จมลงในน้ำแล้วดึงขึ้นมา เสียงไอสำลักน้ำดังขึ้นพร้อมเสียงโวยวาย แต่กองพลก็ไม่ได้สนใจ

"อ่ะ! แค่กๆๆ ไอ้! อึก!!" โวยวายได้แค่นั้นก่อนจะโดนกดให้จมลงไปในน้ำอีกครั้งและครั้งนี้ก็นานกว่าที่ผ่านมา เมื่อร่างบางยอมหยุดนิ่ง กองพลก็ปล่อยมือ ใบหน้าแดงซ่านเพราะขาดอากาศ โผล่พ้นผิวน้ำ พร้อมกับไอโขลก สำลักน้ำจนแทบลมหายใจสะดุด

"แค่กๆๆ ไอ้เหี้ย!!! แค่กๆ มึงจะฆ่ากูรึไง!!"

"สั่งสอนต่างหากล่ะ จำไว้ซะ ถ้ายังขัดคำสั่งกูมึงได้เจ็บตัวมากกว่านี้แน่" ร่างสูงที่อารมณ์เสียตั้งแต่ถูกขว้างของใส่ เอ่ยพูดด้วยใบหน้านิ่งดุ ดวงตาคมจ้องหน้าอีกคนด้วยแววแข็งกร้าว แต่แล้วดวงตากลมฉายแววหวาดกลัวพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เห็นก็ทำให้ต้องชะงัก

"รีบอาบน้ำแต่งตัวซะ" เสียงนิ่งเอ่ยบอกก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป ทันทีที่คนใจร้ายเดินออกไปแล้ว ร่างบางก็นั่งกอดเข่า ซบหน้าลงด้วยเนื้อตัวสั่นเทา หนีเสือปะจระเข้จนได้สินะ

"ไอ้จระเข้เล็ก!! ฮึก...ไอ้เหี้ย!!"


หลังจากใจเย็นลงแล้ว กองพลที่กำลังยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ในห้องครัวก็เริ่มถอนหายใจ ถ้าหากปล่อยเจ้าจอมไปตอนนี้ คงถูกตามหาจนเจอ แล้วก็คงถูกพากลับบ้าน และเจ้าตัวก็คงจะหนีไปอีกแน่ๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว แต่ทำไมนะ ทำไมกองพลถึงได้คิดกังวลใจขนาดนี้

"เฮ้อ~ หาเหาใส่หัวจนได้สิน่า"

ที่โต๊ะอาหาร ร่างบางกำลังนั่งกอดอกหน้าบึ้ง สายตาก็มองจานข้าวและหลากหลายเมนูตรงหน้าแต่กลับไม่คิดจะแตะสักคำ ทำเอาร่างสูงนึกหงุดหงิด

"รอให้กูเทกรอกปากใช่มั้ย ถึงยังไม่กินสักที" มือขาวกำช้อนแน่น แล้วจ้องมองคนพูดด้วยแววตาขุ่นเคือง

"เอาของกูคืนมา แล้วกูจะไป"

"กินข้าวก่อน"

"เอาของกูมา"

"กูบอกให้แดกข้าวก่อน พูดไม่รู้เรื่องรึไงวะ!!!" เสียงตะคอกพร้อมกับทุบโต๊ะ ทำให้เจ้าจอมสะดุ้งเฮือก ร่างบางรีบลนลานตักไข่เจียวกุ้งสับใส่จานตัวเองแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวทั้งน้ำตาคลอ กองพลที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็แอบอมยิ้ม ต้องให้ดุให้เสียงดังก่อนสินะ ถึงจะเชื่อฟัง

"ทำไมไม่ตักแกง" เจ้าจอมไม่ตอบและตักแค่ไข่เจียวพร้อมก้มหน้าหลบสายตาเพราะเริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆ แต่ท่าทางแบบนั้นก็ทำให้กองพลหน้านิ่งอีกครั้ง ร่างสูงจึงตักแกงมัสมั่นใส่ลงในจานให้ 

"กูไม่กิน" เสียงแผ่วเอ่ยขึ้นแล้วเขี่ยข้าวที่เปื้อนแกงออก ร่างสูงจึงได้แต่จ้องหน้าดุ

"กินยากกินเย็นนักนะมึง" กองพลเริ่มหงุดหงิดเมื่ออีกคนไม่ยอมทำตาม เห็นตัวผอมแห้งก็กลัวจะขาดสารอาหารจึงได้คะยั้นคะยอให้กินข้าว ไม่ได้เป็นห่วงอะไรหรอกนะ แต่คุณหนูจรจัดนี่กลับไม่ยอมกินสักที เดี๋ยวก็เสียแผนไปหมด แต่ในเมื่อไม่กินแกงก็ต้องกินผัด เมื่อคิดดังนั้น ผัดผักรวมจึงถูกตักมาวางในจานอีกครั้ง

"กินเข้าไป ถ้ายังไม่กินอีกกูจะ...หึหึ " หยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น เมื่อเจ้าจอมยอมตักผัดผักเข้าปากกองพลก็ยิ้มร้าย ในที่สุดก็หลอกเหยื่อให้ติดกับได้ล่ะนะ หลายนาทีต่อมา หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว กองพลก็เริ่มออกคำสั่ง ส่วนร่างบางก็นั่งกอดอกหน้างอ

"ไปล้างจาน"

"เอาของกูมา"

"ไปล้างจาน เก็บกวาดบ้านให้กู"

"กูไม่ทำ!"

"ถ้าไม่อยากได้ของคืนก็แล้วแต่เลยแล้วกัน" เพียงแค่ได้ยินว่าจะได้ของคืน ร่างบางก็รีบกุลีกุจอวิ่งไปยืนล้างจานที่หน้าซิงค์ ทำให้ร่างสูงมองทั้งส่ายหน้า ทำตัวเหมือนเด็กไปได้

แต่แล้วไม่นาน เสียงล้างจานดังโครมครามทำให้คนที่ยืนกอดอกมอง นึกรำคาญ และนอกจากจะรำคาญมากแล้ว กองพลก็ยังรู้สึกขัดใจจนเริ่มหน้าบึ้ง

"ยังไม่ออกฤทธิ์อีกเหรอวะ" กองพลบ่นหัวเสียแล้วเดินไปนั่งรอเวลาที่ห้องนั่งเล่น สิบนาทีต่อมา คนที่ฝืนความง่วงงุนที่ผิดปกติล้างจานจนเสร็จก็เดินหน้าซีดเข้ามาหา

"มึง..ก...กู.." ร่างสูงรีบคว้าตัวคนที่หมดสติเอาไว้พร้อมยิ้มมุมปาก

"เก่งนี่หว่า ทนเก็บบ้านให้กูจนเสร็จขนาดนี้ เดี๋ยวกลับถึงเชียงใหม่แล้วกูจะให้รางวัลนะครับคุณหนู" เสียงทุ้มของคนเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้น ใบหน้าคมอมยิ้มพอใจกับคนที่หลับนิ่งอยู่ในอ้อมแขนพลางนึกไปถึงเหตุการณ์หน้านี้ หลังจากรับรถและแวะซื้ออาหารแล้ว กองพลก็แวะไปหาเพื่อนที่บ่อนทันที

'ของที่กูให้หาล่ะ' 

'อ่ะ' ขวดยาสีชาเล็กๆถูกโยนไปให้ และกองพลก็รับไว้พอดี

'ยานอนหลับนี่ออกฤทธิ์นานหลายชั่วโมงเลยนะมึงจะเอาไปฆ่าใคร'

'ไม่ฆ่าใครหรอก กูแค่จะกลับเชียงใหม่'

'ไหนบอกกลับพรุ่งนี้ไง'

'เปลี่ยนใจละ จะกลับตอนนี้'

'งั้นไอ้ยานี่ก็..ไอ้พล!! คิดจะทำอะไรของมึง' เมื่อสปายรู้ทัน กองพลก็หัวเราะในลำคอ

'กูแค่จะพาแมวกลับไปเลี้ยงด้วย แต่ขี้เกียจฟังเสียงมันร้อง ให้มันหลับไประหว่างทางดีกว่า'

'ไอ้บ้า! คิดอะไรของมึงวะ!'

'ก็แค่ยานอนหลับ ไม่ตายหรอกน่ะ'

'พล กูว่ากูต้องทำความเข้าใจกับมึงอีกรอบแล้วล่ะ กูไม่อยากให้มึงเล่นกับชีวิตใครแบบนี้นะเว้ย'

'กูบอกแล้วนี่ว่ากูช่วย ในเมื่ออยากหนีนัก กูก็จะพาหนีไง'

'แต่มึงช่วยเพราะความนึกสนุก ไม่ใช่เพราะหวังดีจริงๆ'

'มึงรู้ใจกูดีเกินไปแล้วปาย'

'ก็ใช่ไง แล้วกูก็รู้ว่ามึงชอบเขา อยากอยู่ใกล้คนที่ชอบด้วยข้ออ้างโง่ๆ มึงเอาความรักในอดีตขึ้นมากดทับความรู้สึกนั้นไว้ หลอกตัวเองว่ามึงยังรักคนที่เขาไม่มีตัวตน ' 

'มึงเป็นหมอดูรึไง ถึงได้วิเคราะห์ความรักกูขนาดนี้'

'เออ กูเป็นหมอดู แล้วกูจะดูดวงความรักมึงล่วงหน้าเลยนะ อีกไม่นาน ได้หอนเป็นหมาแน่มึง' 

พอนึกถึงใบหน้าถมึงทึงของสปาย กองพลก็ได้แต่หัวเราะให้กับความจริงจังของเพื่อน ร่างสูงมองคนที่หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ คนอย่างคุณหนูงี่เง่านี่ ให้ไปด้วยดีๆ คงทำยาก ในเมื่อดื้อด้านนัก ก็ต้องใช้วิธีนี้ ไหนๆ ก็เป็นแมวไม่มีเจ้าของแล้ว เก็บไปเลี้ยงก็คงไม่เป็นไรและกองพลก็มั่นใจว่า เขาจะทำให้แมวจรจัดตัวนี้กลายเป็นแมวที่แสนเชื่องให้ได้ กองพลให้เหตุผลกับสิ่งที่ตัวเองทำ ว่าแค่อยากเอาชนะ และเพียงแค่เจอเรื่องท้าทายก็เท่านั้น

**TBC

บทก่อนหน้า
บทถัดไป