บทที่ 2 INTRO/2
ท่ามกลางแสงไฟสลัว สองร่างยังคงนั่งอิงซบ แขนล่ำที่ฉวยโอกาสโอบกอดเอวบางของหญิงสาวลูบไล้แผ่วเบา
ใบหน้าสวยฉาบเครื่องสำอางแสร้งยิ้มเอียงอายเมื่อถูกลวนลาม แต่กลับเอนตัวซบแนบอกอวบอึ๋มเข้ากับอกล่ำของชายหนุ่มด้วยท่าทางยั่วยวน
กองพลยกยิ้มพึงพอใจกับร่างอวบอึ๋มตรงหน้า พลางนึกถึงอนาคตอันใกล้ ต้อนรับการกลับมาเมืองไทยด้วยค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน คงดีไม่น้อย แต่แล้ว
ยังไม่ทันที่ปลายจมูกคมจะได้เฉียดแก้มขาวที่หญิงสาวเอียงเข้าหา โต๊ะกระจกใสที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มก็ถูกชนจนขวดและแก้วต่างล้มระนาวจากฝีมือของคนเมา
เสียงกรี๊ดของหญิงสาวดังลั่นพร้อมกับร่างระหงรีบลุกขึ้นยืน เนื่องจากมีเครื่องดื่มกระเด็นมาโดนราวกับน้ำสาด แต่กองพลกลับยังคงนั่งนิ่ง มือใหญ่จับคอเสื้อของตัวเองเขย่าเบาๆ รู้สึกไม่ชอบใจกับความเปียกชื้นที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
ในระหว่างที่หญิงสาวร่างระหงโวยวาย กองพลนึกเซ็งขึ้นมาทันที ร่างสูงเดินหัวเสียกลับไปหาเพื่อนที่โต๊ะทำให้สปายที่เห็นเหตุการณ์ตลอดหัวเราะลั่น
"ฮ่าๆ หมดอารมณ์เลยสิมึง"
"เออ!! แม่ง! แดกยังไงให้เดือดร้อนคนอื่นวะ"
"เอาน่า แต่กูว่าเธอคนนั้นคงอยากไปต่อกับมึงจริงๆ ว่ะ" มองตามสายตาเพื่อนก็เห็นหญิงสาวสวยเดินกรีดกรายเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด แต่จู่ๆ กลับมีชายร่างใหญ่เดินเข้ามาหาเธอเสียก่อน และนั่นก็ทำให้กองพลหัวเสียยิ่งกว่าเดิม แต่สปายกลับหัวเราะเพื่อนอีกครั้ง
"ฮ่าๆ หมาคาบไปแดกซะงั้น"
"หึ กระดูกมันก็ต้องคู่กับหมาอยู่แล้ว"
"งั้นเมื่อกี้มึงก็เกือบเป็นหมาแล้วดิ" กองพลหัวเราะเล็กน้อยแล้วหยิบแก้วใบใหม่ขึ้นมาชงเหล้า
"แต่นั่นมันคนที่เป็นแขกประจำบ่อนมึงนี่ ไม่ทักหน่อยเหรอวะ มันเห็นมึงแล้วนะ"
"ทักทำไม" ร่างสูงยักไหล่กับคำพูดของสปายแล้วยกแก้วขึ้นดื่ม แต่แล้วกลับต้องเขย่าคอเสื้ออีกครั้งแล้วชักสีหน้า
"กูไปห้องน้ำนะ ไม่ชอบกลิ่นเหล้าติดตัวแบบนี้เลย"
ทันทีที่ถูกผลักเข้าผนังในมุมมืดของทางเดินหน้าห้องน้ำ แขนเรียวก็ยกขึ้นคล้องลำคอของร่างใหญ่เอาไว้ ใบหน้าคมก้มลงซุกไซร้ลำคอระหงพร้อมกับเนินอกอวบอึ๋มบดเบียดเข้าหา สองร่างบดจูบแลกลิ้นนัวเนียไม่อายใคร ก่อนจะสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มสั่นครืน ศิระปล่อยให้คนโทรหารอสายไปอย่างนั้นจนกระทั่งสัญญาณตัดและสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และอีกหลายครั้ง
ชายร่างสูงผู้มีใบหน้าคมคายละจูบออกมาอย่างหัวเสีย แล้วล้วงมือถือขึ้นมากดรับสาย แต่ปลายจมูกคมยังคงซุกไซร้ดอมดมผิวเนื้อหอมเย้ายวนของหญิงสาวตรงหน้า
"ฮัลโหลที่รัก ยังไม่นอนอีกเหรอคะ" น้ำเสียงอ่อนโยนที่กรอกลงไปตามสาย ทำให้กองพลที่ยืนกอดอกมองได้แต่นึกขำ
'ครับ จอมนอนไม่หลับ พี่ปลื้มอยู่ไหนทำไมเสียงดัง' น้ำเสียงสดใสจากคนที่โทรมา ทำให้ศิระชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
"เอ่อ...งานเลี้ยงน่ะ พอดีจบงานแล้ว ก็เลยพาพนักงานมาฉลองนิดหน่อย"
'จริงเหรอครับ!!! งั้นแบบนี้พี่ปลื้มก็ได้กลับแล้วสิ ทิ้งจอมอยู่คนเดียวเป็นอาทิตย์แล้วนะ คิดถึงมากเลยรู้ไหม' น้ำเสียงออดอ้อนของคนที่โทรมา ทำให้ร่างใหญ่ยกยิ้ม แล้วจูบไล้ลำคอขาวของหญิงสาวเบาๆ แต่ประโยคที่พูดออกไปกลับทำให้ปลายสายซึมลง
"อีกสองวันนะ ตอนนี้พี่ยังกลับไม่ได้"
'ท...ทำไมล่ะครับ เสร็จงานวันนี้ ก็กลับพรุ่งนี้สิ กรุงเทพเชียงใหม่ บินไม่กี่ชั่วโมงเอง' ศิระแอบหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อแฟนตัวน้อยเริ่มงอแง
"พี่มีธุระต้องทำต่อ ที่รักเข้าใจพี่นะคะ พี่ทำทุกอย่างก็เพื่อเรานะ อย่างอแงสิ"
'ครับ ไม่งอแงแล้ว' ปลายสายเริ่มมีน้ำเสียงเศร้าซึม แต่ศิระก็ไม่ได้คิดจะสนใจ
"ดีมากครับคนเก่ง แค่นี้ก่อนนะจอม พี่ต้องกลับโรงแรมแล้ว ดูแลตัวเองดีๆ นะ...รู้ตัวใช่มั้ย"
'รู้ครับ จอมจะไม่ออกไปไหน เอ่อ..พี่ปลื้ม'
"พี่รักจอมนะครับ" ศิระรีบชิงพูดก่อน แล้วรีบตัดสาย ปิดเครื่องก่อนจะยัดมือถือลงกระเป๋ากางเกงดังเดิม
ร่างสูงของกองพลยืนกอดอกพิงเสาหน้าประตูทางเข้าห้องน้ำ แล้วจ้องมองชายหญิงตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช
"หึ คงหนีแฟนมาเที่ยวสินะ" น้ำเสียงนิ่งเอ่ยพูดกับตัวเองแล้วยิ้มเยาะ..เกลียดการถูกหักหลังเป็นที่สุด
ที่ริมระเบียงของห้องพักในคอนโดแถบชานเมือง ชายหนุ่มตัวเล็กยืนมองมือถือที่เพิ่งตัดสายไปด้วยแววตาหมองหม่น
เจ้าจอมถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูระเบียงแล้วกลับเข้าไปในห้องนอน ล้มตัวลงนอนตะแคงพร้อมกับวางมือลงบนหมอนใบใหญ่
คิดถึงคนข้างกาย...ทุกคืนเคยมีอ้อมกอดอบอุ่นของคนที่เป็นทุกอย่าง ตลอดเวลาห้าปีที่คบกันมา ศิระคอยปกป้องคอยดูแล อยู่เคียงข้าง ไม่เคยห่างหายไปไหน แต่วันนี้ ความรู้สึกกลับบอกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป
