บทที่ 6 กลัวความจริง/4
เมื่อขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถหน้าผับได้ เจ้าจอมก็ยังคงนั่งอยู่ในรถ แต่สายตากลับมองไปยังรถยนต์คันที่จอดสนิทอยู่ข้างๆ กัน กองพลที่มองตามก็ได้แต่ยิ้มเยาะ
"หึ อยากให้จอดไม่ใช่เหรอ กูจอดก็ให้แล้วนี่ จอดข้างรถแฟนมึงด้วยนะ ลงไปสิ หรือว่าไม่กล้า กลัวยอมรับความจริงไม่ได้รึไง" เจ้าจอมไม่ตอบอะไร นอกจากตวัดสายตามอง แล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถ ร่างบางยืนมองรถของคนรักด้วยแววตาเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ก่อนจะเดินออกไปหาแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าถนน กองพลนั่งมองด้วยความเซ็ง รู้ดีว่าคนโง่เง่าคนนั้นไม่กล้ายอมรับความจริง
ในขณะที่เจ้าจอมกำลังจะเอ่ยปากถามแท็กซี่ กลับถูกร่างใหญ่คนเดิมกระชากแขนแล้วดึงให้เดินเข้าไปในผับ จะฝืนยื้อก็สู้แรงไม่ไหว สุดท้ายก็ยอมให้คนแปลกหน้าจูงมือเดินเข้าไปในสถานบันเทิง
เจ้าจอมก้มลงมองมือตัวเองที่ถูกคนไม่รู้จักกุมไว้แน่น ด้วยความรู้สึกแปลกในใจ นานแค่ไหนแล้ว
ที่ไม่ได้รู้สึกเหมือนถูกปกป้องแบบนี้ ร่างบางตกใจกับความคิดของตัวเองแล้วจึงสะบัดมือออก
ทำให้กองพลหยุดเดินแล้วหันกลับมามอง ราวกับนาฬิกาหยุดหมุนเมื่อได้จ้องมองดวงหน้าหวานคมของคนตรงหน้า
เจ้าจอมเองก็ชะงักนิ่งเมื่อสบสายตาคมที่มองมา หัวใจเต้นรัว ไม่เคยรู้สึกใจสั่นแบบนี้มาก่อน
กองพลยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเอง ในขณะที่อีกคนก้มหน้าหลบสายตา แต่แล้วจู่ๆ เจ้าจอมก็ถูกใครบางคนเดินชนเต็มแรง ร่างบางถลามาด้านหน้า กองพลจึงรีบคว้าตัวและกอดเอาไว้ ราวกับละครน้ำเน่าหลังข่าว เมื่อคนในอ้อมกอดช้อนสายตาขึ้นมาสบตาอีกครั้ง
"โง่! ทั้งโง่ ทั้งซุ่มซ่าม!!" แต่แล้วพระเอกละครน้ำเน่าก็ทำลายบรรยากาศ ด้วยการผลักนางเอกออกจนแทบหงายหลัง
ภายในผับ ชื่อดังประจำจังหวัด เจ้าจอมยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะมุมด้านในสุด มือขาวกำแก้วเหล้าเอาไว้แน่น แต่สายตากลับมองไปยังโต๊ะที่อยู่มุมด้านหลังเวที
ดวงตากลมสั่นไหวจ้องมองคนที่เป็นโลกทั้งใบ กำลังกอดฟัดอยู่กับผู้หญิงอื่น กองพลมองตามสายตาแล้วหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยท่าทางสบายใจ
"มือที่เคยจับมือมึง อ้อมกอดที่เคยเป็นของมึงกำลังเป็นของคนอื่น...เป็นไง กูบิ๊วดีไหม หึหึ" เสียงหัวเราะเย้ยหยันทำให้ร่างบางตวัดสายตามอง เจ้าจอมยังคงกำแก้วเหล้าแน่น ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแล้วเดินออกจากโต๊ะไป
กองพลมองตามด้วยรอยยิ้ม เมื่อรู้ว่าร่างเล็กที่พามากำลังจะทำอะไร ไม่รู้ว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แต่กองพลเกลียดการถูกหักหลัง จึงพาลนึกเกลียดการกระทำของศิระ และด้วยความบังเอิญที่ขับรถผ่านหน้าโรงแรมนั่น จึงได้รู้ได้เห็นสิ่งที่เจ้าจอมต้องเจอ
ยิ่งทำให้เกลียดจนอยากกระชากหน้ากากมันออกมา
เสียงฮือฮาดังขึ้น ทำให้กองพลที่กำลังนั่งคิดอะไรเงียบๆ หันไปสนใจ ร่างสูงถอนหายใจและทำหน้าเซ็งทันที เมื่อคนที่คิดว่าจะเดินเข้าไปอาละวาดใส่ศิระตอนนี้กลับกำคอขวดเหล้ายกขึ้นกระดกแล้วออกวาดลวดลายบนโต๊ะกลางผับ ส่วนชายหญิงคู่นั้นได้หายออกไปจากผับแล้วและนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างบางตั้งใจมอมเหล้าตัวเองแบบนั้น ให้ความเมา เยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ ถึงแม้ว่า...มันจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม
"มานี่เลยมึง" ปล่อยให้ดิ้นไปตามเสียงดนตรีอยู่นานสองนานก็นึกหงุดหงิด ร่างใหญ่จึงเดินเข้าไปคว้าข้อมือคนที่กำลังโดนชายหนุ่มมากหน้ารุมล้อมแล้วออกแรงดึง ทำให้คนเมาเซมาซบอกทันที
