บทที่ 13 ..ชอบพี่เเล้วหรอ 1/2
"อืมพูดครับเเล้วน่ารักขึ้นเยอะเลยนะเรา"
"หนิเชฟ! ไม่ตลก อย่ามาล้อเล่น..เดี๋ยวพ่อฟาดด้วยเตาอบ"คนตรงหน้าขลึงตาใส่ ผมถึงกับหลุดขำออกมาเบาๆ เเค่ชมว่าน่ารักเเค่นี้เขินงานใหญ่นะเราเนี่ย
“ดี ต้มน้ำในหม้อด้วยล่ะ.. ตีให้เนียนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันเลย รู้ใช่ไหม”
“อื้มเชฟ”
ผมจ้องมองอั่งเปาไม่ละสายตาไปไหน ผมจ้องมองทุกท้วงท่าในการขยับเขยื้อนเพื่อจะดูความทะมัดทะแมงในการผสมวัตถุดิบต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งมันเป็นภาพที่ดูดีไม่น้อยเลยผมว่า
คนที่ทำอาหารทุกคนผมรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์ดีนะจริงๆ และที่ผมเป็นเชฟเพราะผมรักในการทำอาหารและถ้าเกิดผมพร้อมจะหยุดที่ใครสักคนจริงๆ เขาคนนั้นคงได้เชฟสุดหล่อที่พร้อมจะทำอาหารเช้าให้กินทุกวันแน่นอนครับ
“แยกไข่ขาวกับไข่แดง”
“ครับเชฟ รู้แล้วครับ สั่งเอาๆ”
ผมกลั้นหัวเราะเพราะแค่อยากจะแกล้งคนตัวเล็กที่กำลังมุ่งมั่นในการแยกไข่ขาวกับไข่แดงซะเหลือเกิน ก็ทำออกมาดีอยู่นะ ถ้าเปลือกไข่ไม่ลงไปเกือบจะทั้งลูกขนาดนั้นน่ะ
การแยกไข่ขาว ไข่แดง ไม่ผ่านซะแล้ว! X
“ร่อนแป้งสิครับ”
“เปลือกไข่มันตกลงไปอีกแล้ว ..โอ๊ะ”
“อั่งเปา”
ผมสะดุ้งเล็กน้อยขณะที่เขากำลังจะร่อนแป้งแล้วก็จัดการเอาเปลือกไข่ออกไปด้วย เล่นร้องออกมาซะเสียงดังแบบนี้ผมจะไม่วิ่งเข้าไปดูก็กระไรอยู่
“อย่าเอามือแตะสิมันเลอะไข่อยู่.."
ผมดุน้อยๆ แป้งเค้กมันเลอะและดูเหมือนจะเข้าตาด้วย แต่ไอ้มือที่กำลังเลอะไข่ขาวจะเอามาแตะหน้าเดี๋ยวก็เลอะเทอะกันหมดพอดี
ผมควรจะตีก้นเด็กคนนี้ดีไหมเนี่ย หะ!
“เชฟๆ ๆ แป้งเลอะแว่น”
“ก็กำลังจะทำให้หายเลอะอยู่นี่ไงครับ” ผมหันไปหยิบทิชชู่ก่อนจะเอามันมาเช็ดเบาๆ ที่รอบกรอบแว่นตาของคนตรงหน้า
ทั้งสองมือของคนตัวเล็กกางออกบ่งบอกว่ากำลังเกร็งสุดความสามารถ เพราะตอนนี้หน้าเราสองคนมันก็ใกล้กันมากจนเราสองคนหายใจลดใส่กันไปมา เด็กน้อยโตช้า คนอะไรสูงแค่หน้าอกผม ฮึๆ
ผมนิ่งเงียบไปชั่วครู่เพราะเอาเเต่เหม่อมองริมฝีปากเล็กของคนตรงหน้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีความห่างก็ไม่ถึงเซนซะเเล้ว
"เชฟจะทำอะไร.. มันมองไม่เห็น"
“ถอดแว่นก่อนก็แล้วกัน” เสียงเล็กๆ ทำให้ผมหลุดจากภวังค์เเละถอยหน้ากลับมา
“ถอดผมจะมองไม่ชัด”
“สายตาแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง”
ตอนนี้ผมไม่ได้สนใจเสียงของเขาเลย ผมแค่อยากเห็นใบหน้าของอั่งเปาตอนไม่มีแว่นต่างหาก ผมถอดแว่นออกมาเช็ดให้พลางๆ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนตรงหน้าลืมตาขึ้นมามองผม
ดวงตากลมโตเปล่งประกายเหมือนลูกแมวเปอร์เซียที่ผมเคยเลี้ยงตอนเด็กๆ เลยแหะ ไม่มีแว่นแล้วดูดีกว่าตอนใส่ตั้งเยอะ แต่ดูเหมือนว่าสายตาจะแย่มากเลยนะนั่น พอถอดออกแล้วจากตาโตกลับหรี่มองผมใหญ่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสั้นกี่ร้อยเนี่ย
“เสร็จยัง มองไม่ชัด”
“ยัง อีกนิดนึง”
มือเล็กพยายามคำหาตัวผม ผมเลยแกล้งเดินถอยหลังเล็กๆ แล้วก็ทำความสะอาดแว่นจนแป้งที่เกาะอยู่หายเกลี้ยง ผมก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะเอาแว่นสวมกลับคืนคนตัวเล็กตรงหน้า
“เห็นพี่แล้วใช่มั๊ย”
“อ้ะ!”
ดวงตากลมเบิกโพลงตอนนี้เราสองคนยืนใกล้กันมากกว่าเดิม มันเลยทำให้คนตรงหน้าผมเซถอยหลังจนเกือบเสียหลักล้มลงไป โชคดีที่ผมคว้าหลังเอาไว้ไม่ทัน แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าผมตอนนี้จะหน้าแดงเอาเรื่องเลยนะ
เก็บอาการหน่อยสิ เด็กบ๊องเอ้ย!
“พี่เคนคะ..”
“น้องแพร..”
อั่งเปาผลักผมออกสุดแรงทันทีที่เสียงของผู้มาเยือน ผมหันไปมองเธอแล้วยิ้มๆ ให้ไม่คิดว่าจะบุกเข้ามาถึงในห้องครัวเลยนะเนี่ย ปกติถ้าจะมาหาก็ควรจะไลน์มาก่อนสิปะเดี๋ยวรถไฟชนกันไอ้เคนจะแย่เอา
ผมจัดการถอดหมวกและเสื้อคลุมออกแล้วแขวนมันไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินตามเธอออกไปแต่ยังไม่วายหันมากำชับคนด้านในอีกว่า
“เดี๋ยวพี่มานะ ลองทำเองดูก่อน”
“อืมเชฟ”
