บทที่ 17 ฝันร้ายที่เป็นจริง 1/2

ผมไม่รู้หรอกนะว่าในแก๊งเสือของเขามีใครแล้วชื่ออะไรบ้าง ผมแค่รู้ว่ามีห้าคนห้าเสือแค่นั้น และก็พึ่งรู้จักพี่หมอกนี่แหละ สายหมอก เสือผู้หญิงของจริง

“ผมอยากรู้ว่าพี่เขามีแฟนแล้วหรือยัง”

“ฮ่ะๆ ๆ ..พวกพี่ไม่เคยมีแฟนหรอกครับ ที่เป็นตัวเป็นตนน่ะนะ” เขาว่าพลางหัวเราะก๊ากยกใหญ่ ผมแค่ถามคำถามที่อยากรู้ไม่ได้มาโชว์คณะตลกว้อยขำอะไรของแกฟร่ะ!

แต่ภายใต้เสียงหัวเราะแววตาของเขามันเผลอฉายแววความเกรี้ยวกราดออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตนเองด้วยซ้ำ

ถ้าจะมีใครสักคนที่น่ากลัว ..ผมว่า ..พี่หมอกนี่แหละน่ากลัวสุด เเต่ก็เเค่คาดเดา บางทีพี่เเกอาจจะติสก์เเตกก็ได้ ใครจะไปรู้

“แล้วการที่เพื่อนของพี่มาให้ความหวังเพื่อนผมมันคืออะไร..”

ผมถามเสียงแข็ง ผมต้องการคำตอบที่ได้ยินแล้วจะมองพวกเขาดีขึ้นเท่านั้น ถ้าเกิดพี่เคนเขาจริงจังกับไอ้พลูผมก็จะสบายใจ เพราะทั้งฐานะ หน้าตา การศึกษา ชาติตระกลู เขาเพียบพร้อมทุกอย่าง

แต่ถึงยังไงผมก็ไม่ไว้ใจเขาอยู่ดี จากวันนี้ที่ออกไปกับผู้หญิงคนนั้น..

“ฟังนะน้องเปาครับ ..เพื่อนพี่ไม่เคยให้ความหวังใคร มีแต่พวกเขาเองเท่านั้นที่คิดไปว่าพวกเรามีใจ ..ฟังดูเลวใช่ไหมล่ะครับ ..แต่นั่นแหละความจริง ความจริงไม่มีมโน ฮ่ะๆ ๆ”

“อืมโคตรเลว ชั่วได้ใจมาก มอบรางวัลสตออวอร์ดเลย ..ได้ยินชัดใช่ไหมล่ะครับ ผมพูดจากใจจริง ไม่ใช้แสตนด์แต่เป็นความจริงล้วนๆ”

“ว้าว ปากร้ายเหมือนที่ไอ้เคนเคยเล่าเลยนะเนี่ย”

“ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในวงเม้าของพวกพี่ๆ นะ รู้สึกสำคัญขึ้นมาทันทีเลยแหะ”

“ระวังล่ะ..”

“..?” ผมเลิกคิ้วในเชิงถามคนตรงหน้า เขากระตุกยิ้มมุมปาก สายตาคมช้อนขึ้นมามองผมอีกรอบ

“ระวังจะตกหลุมรักเพื่อนพี่เข้าล่ะ ..แล้วเราเองจะติดใจ”

“พี่หมอกเองคงต้องรอไก่ออกลูกเป็นตัวน่ะครับ ผมถึงจะเสียใจกับผู้ชายแบบเขา บาย!”

ผมเอียงคอแล้วฉีกยิ้มเสแสร้งให้เขาไป ก่อนจะยกมือขึ้นโบกลาจะเรียกว่าโบกก็ไม่ถูกเพราะผมทำเชิงไล่นั่นแหละ ว่าแล้วผมก็ปิดประตูใส่ซะเลย มารยาทผมน่ะมี แต่มีให้กับคนที่ให้ความเคารพทั้งต่อตนเองและผู้อื่นเท่านั้น

อย่าเรียกร้องให้คนอื่นทำดีอย่างนู้น อย่างนี้กับเราเลยครับ ถ้าเราไม่เคยทำดีให้ใคร

“สตรองอะไรขนาดนั้นวะกู”

ผมยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงเฝ้าไข้พี่แกต่อ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะลืมปิดไฟกลางห้องมันร้อนตัวเขาก็ร้อน ร้อนกับร้อนเดี๋ยวไหม้พอดี

ผมเดินไปจัดการปิดไฟในห้องนอนของเขาแล้วเปิดโคมไฟหัวเราะเอาไว้ให้พอมันมีแสงสลัวๆ เอาแค่มองเห็นหน้าเขาก็พอ เพื่อตัวร้อนจี๋กว่านี้ผมจะได้เช็ดตัวทันแต่ผมว่าถ้าร้อนกว่านี้ส่งโรงพยาบาลฉีดยาสักเข็มสองเข็มเดี๋ยวก็คงจะหาย

ตอนนี้แขนผมมันเริ่มกลับมาใช้งานได้ตามปกติ เดี๋ยวกะว่าพรุ่งนี้จะเอาไปให้หมอดูก่อนหลังจากนี้คงต้องทาครีมของหมอตลอดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย อีกอย่างนึงที่ลืมบอกผมเป็นคนที่ขี้เกียจทาผิวมากกกก

แต่ถึงอย่างไงผมว่าเดี๋ยวผิวผมเนี่ยมันก็แปลกลับสภาพเดิมผมไม่ค่อยชอบดูแลมันเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าผิวมันก็เหมือนเดิมไม่ต่างกันเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป