บทที่ 19 อั่งเปาน่าเป็นห่วงสุด 1/1
เช้าวันต่อมา
ผมขยับตัวช้าๆ เหมือนหูจะได้ยินเสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มมาจากด้านล่าง พอจะลุกขึ้นอาการมึนหัวมันทำให้ผมต้องล้มลงไปอีกรอบ ใครมันมาเปิดกังนัมสไตล์ตอนนี้วะเห้ย! ไม่รู้จักเวลาคนจะหลับจะนอนหรือยังไงหา!
แต่เดี๋ยวนะ.. เมื่อคืนผมนอนค้างที่ร้านของพี่เคนเขาหนิ แล้วเจ้าตัวไปไหนแล้ว
ผมลุกขึ้นนั่งมือยกขึ้นกุมขมับไปพลางๆ ยาแก้แพ้เมื่อคืนนี้มันอะไรกันออกฤทธิ์จนตะวันขึ้นสายโด่งขนาดนี้แต่ผมยังนอนหลับน้ำลายยืดเนี่ยนะ ยอมใจเขาเลย - -
“อ่า! น่าหนวกหู!”
ผมหยิบหมอนที่หนุนหัวเมื่อกี้ขึ้นมาอุดหู สายตาพยายามเพ่งหาแว่นตัวเองเมื่อคืนผมจำไม่ได้แล้วว่าเอามันไปวางไว้ไหน ถ้าหาไม่เจอนี่ซวยยิ่งกว่าซวย
“นี่ครับแว่น”
“ขอบคุณ..”
ผมรับแว่นตรงหน้ามาใส่เอาไว้ ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ส่งแว่นมาให้เท่านั้นแหละผมถึงกับสร่างยาแก้แพ้ทันที ผู้ชายที่ยืนนุ่งผ้าขนหนูสีขาวตัวเดียวคาดเอวหมิ่นเหม่อจนแทบร่วงลงไปกองกับพื้น เขาเอียงคอในองศาที่คิดว่าเเบ๊วสุดในชีวิตเเล้วฉีกยิ้มหล่อให้ผม
เป็นมอนิ่งที่โคตรหลอนจิต = ='
"เอ่อ.."
ผมอ้าปากค้างกลางอากาศไม่คิดว่าตื่นเช้ามาจะเจอภาพที่อุจาดตาขนาดนี้ ถึงหุ่นพี่แกจะดีขนาดไหนมันก็ไม่ควรต้อนรับแขกบ้านแขกเรือนแบบนี้ไหมเล่า
หน้าผมมันร้อนเพราะไข้ใช่ไหม ไม่ใช่เพราะคนตรงหน้า ผมอยากจะแกล้งตายตรงนี้จริง!
“ไปอาบน้ำสิครับ พี่เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เราแล้ว”
“อื้ม..”
ผมเดินหัวโงนเงนพร้อมกับหยิบผ้าขนหนูที่วางอยู่หัวเตียงตามที่เขาบอก หัวยิ่งมึนๆ ยังต้องมาเสียเวลาปืนลงจากห้องใต้หลังคาลงมาห้องน้ำด้านล่างอีก ผมจะอ้วกอยู่แล้วตอนนี้ ..ทำไมผมรู้สึกเหมือนริมฝีปากตัวเองมันโดนผึ้งต่อยยังไงยังงั้นน่ะ มันบวมๆ เจ็บๆ หรือผมคิดไปเองก็ไม่รู้
สมองไม่ได้รับความกระตุ้นตอนเช้า = =
"ให้พี่เข้าไปด้วยไหมอั่งเปา"
"ทุเรศ! "ผมตอบกลับก่อนจะปิดประตูห้องน้ำเสียงดังปัง คนบ้าอะไรโรคจิตชะมัด เรื่องเมื่อคืนอย่าคิดว่าผมจะซึ้งในน้ำใจเลยเหอะ - -
"เจ็บปวดอะ.."ผมบ่นอุบอิบก่อนจะถอดแว่นวางไว้หน้ากระจกก่อนจะไล่ถอดเสื้อผ้าออกออกทีละชิ้น พอเพ่งตามองตัวเองในกระจกดูเหมือนจะมีรอยอะไรสักอย่างอยู่บนร่างกายตามซอกคอผมนะเนี่ย
เมื่อคืน ..ผมจำได้ว่ามีแมลงมากัดผม ..แล้วมันก็กัดไปทั่ว
คาใจฉิบหายเลย
"เเว่นจ๋ามาหาพี่หน่อย.."
ผมควานหาแว่นขึ้นมาใส่ ดวงตาเบิกโพลงมองช่วงบนและช่วงบริเวณซอกคอที่มีแต่รอยจ้ำช้ำแดงเต็มไปหมด ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยแต่มันดันมีรอยแตกนี่สิ ถึงว่าทำไมผมเจ็บริมฝีปาก ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ปากแตกโว้ย ประเด็นอยู่ที่ใครมันทำรอยพวกนี้!
คิดว่าผมโง่หรือไง ที่จะไม่รู้ว่ารอยพวกนี้ไม่ใช่แมลงกัด! ..แต่มันเป็นรอยเขี้ยวหมาในร่างคนต่างหากที่กัดคอผม!
เรื่องนี้ไอ้พี่เคนต้องอธิบายโว้ย!
“เหี้ย! ไอ้พี่เคนมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะโว้ยยยย!!!”
ผมตะโกนเรียกอย่างหัวเสีย ผ่อนปรนลมหายใจเข้าออกจนควันมันจะออกหู สักพักเสียงเคาะประตูดังขึ้นผมรีบเดินออกไปเปิดประตูให้แขกที่มาเยือน เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่นทันทีที่เห็นคนต้นเรื่อง
ถ้าเกิดอยากจะหาข้อมาปฏิเสธล่ะก็ ..ขอที่ฟังขึ้นหน่อยก็แล้วกัน
“มีอะไรหรอครับ เรียกพี่ซะเสียงดังเชียว” เขาเลิกคิ้วมือเท้าขอบประตูมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า พอผมไล่มองตามสายตาของเขาก็พบว่าตัวเองเปลือยกายต่อหน้าเขา
เขาเห็น O_o!
เขาเห็นมันใช่มั๊ย!
ปั่ก!
“โอ้ย! ไข่พี่ อั่งเปาแตะไข่พี่ทำ.. ไม”
คนตรงหน้าล้มลงไปนั่งกับพื้นมือกุมเป้าตัวเองใบหน้าแดงก่ำ ผมจิ๊ปากในลำคอก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเขาสัยงดังปัง
“พลาดแล้วกู โอ้ย..” ผมยืนพิงหลังเข้ากับประตู เสียงร้องโอดโอยจากคนด้านนอกยังไม่สงบลง แหงดิผมเตะเต็มแรงเกิด เรียกได้ว่าแตกได้เป็นแตกอะบอกเลย!
ผมอยากจะบีบคอเขาชะมัด! นี่เขาทำอะไรกับผมเมื่อคืน ทำไมผมถึงมาอยู่ในสภาพนี้แล้วผมก็จำอะไรไม่ได้เลย ผมจะทำยังไงดี ..ถ้าพลูรู้ผมจะทำยังไงดี
“นี่อั่งเปา! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง!”
“เราได้คุยกันแน่!” ผมพูดกรอดไรฟันก่อนจะหยิบเสื้อผ้าตัวเองที่พึ่งถอดออกไปเมื่อกี้ขึ้นมาใส่ มันเป็นเสื้อตัวโค้งของพี่เคนกับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้น ผมเอามันมาใส่เองแหละเมื่อคืน จะให้นอนทั้งชุดนักศึกษาที่เปียกฝนก็ยังไงอยู่
“บอกมาเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
พอเปิดประตูออกมาผมเห็นเขาพยุงตัวขึ้นไปนั่งบนโซฟาที่ห้องนั่งเล่นชั้นสองของร้าน สองมือผมกระชากปกคอเสื้อนักศึกษาของเขาเอาไว้ ฟันกราบขบกันแน่น
บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมเดือดจัดและอยากจะอัดหน้าเขาสักทีสองที!
เขาไม่มีสิทธิ์บนร่างกายของผม ..แม้แต่คำพูดที่จาบจ้วงของเขา ผมก็รังเกียจ
เมื่อคืนผมไม่น่าแบกเขาเลย น่าจะปล่อยให้ตากฝนตายไปซะก็ดี ผมไม่น่ามองเขาในแง่บวก เพราะยังไงคนเลวมันก็เป็นคนเลวอยู่วันยันค่ำ
ผมควรเกลียดเขาต่อไปสินะ
ตอนนี้ผมคงพูดได้เต็มปาก เต็มคำ ว่าผมเกลียดเขา!
“ใจเย็นครับ ใจเย็น”
“บอกมาสิวะ!”
